วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘ภคมน’ ชี้ปัญหาโกงสอบ มท. ฝังรากลึก จากยุค ‘ชวรัตน์’ ถึง ‘อนุทิน’

กมธ.พัฒนาการเมืองฯ เชิญอดีตอธิบดีกรมการปกครอง ให้ข้อมูลการทุจริตสอบนายอำเภอปี 52 ‘ภคมน’ ชี้ปัญหาโกงสอบใน มท. ฝังรากมานาน ตั้งแต่ยุค ‘ชวรัตน์’ ถึง ‘อนุทิน’

เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (20 ส.ค.) ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร มีวาระพิจารณาข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตในการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาอบรมหลักสูตรนายอำเภอ ประจำปี 2566

น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ กล่าวว่า การประชุมในวันนี้เกิดจากกรณีที่มีผู้ร้องเรียนเรื่องการสอบนายอำเภอเมื่อปี 2566 โดยผู้ร้องพบพิรุธจึงยื่นขอให้ตรวจสอบ เนื่องจากมั่นใจว่ากระดาษคำตอบที่ตนทำกับสำเนากระดาษคำตอบที่ได้รับหลังการสอบอาจเป็นคนละฉบับกัน ซึ่งกรณีนี้มีการร้องเรียนมาก่อนหน้ากระบวนการทุจริตสอบท้องถิ่นที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในปัจจุบัน

ทั้งนี้ กมธ.ได้เชิญอดีตอธิบดีกรมการปกครองในช่วงปี 2552 ซึ่งเคยเกิดกรณีทุจริตการสอบนายอำเภอครั้งใหญ่ มาให้ข้อมูลและถ่ายทอดประสบการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในยุคนั้น เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นว่าการทุจริตในการสอบของกระทรวงมหาดไทยในแต่ละช่วงเวลามีลักษณะเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า จากการรับฟังข้อมูลในวันนี้ ทำให้ กมธ.เห็นภาพทั้งปัญหาในอดีตและกรณีที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และสามารถเชื่อมโยงได้ว่า การโกงสอบในแต่ละครั้งมีทั้งส่วนที่เหมือนและแตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ การทุจริตในการสอบของกระทรวงมหาดไทยไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น และไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกรมใดกรมหนึ่ง แต่เป็นปัญหาที่ถูกตั้งคำถามและเกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน

‘ภคมน’ ชี้ปัญหาโกงสอบ มท. ฝังรากลึก จากยุค ‘ชวรัตน์’ ถึง ‘อนุทิน’

กรณีในปี 2552 ที่ กมธ.นำมาเปรียบเทียบ เกิดขึ้นในสมัยที่ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมีข้อมูลเกี่ยวกับการฝากรายชื่อผู้เข้าสอบ การช่วยเหลือผู้เข้าสอบ และข้อกล่าวหาเรื่องการซื้อขายตำแหน่งในระบบราชการ ขณะที่อดีตอธิบดีกรมการปกครองได้ถ่ายทอดประสบการณ์เกี่ยวกับแรงกดดันจากระบบอุปถัมภ์และการแทรกแซงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับข้าราชการที่ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งหรือไม่ยอมรับใช้อำนาจทางการเมืองซึ่งตนเองต้องถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบจนถูกออกราชการและยังมีคดีติดตัวที่ตนจะต้องพิสูจน์ต่อไป สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนว่าราชการทำฝ่ายเดียวไม่ได้เช่นเดียวกันการเมืองทำโดยราชการไม่รู้เห็นเป็นใจก็ไม่มีทางสำเร็จ

น.ส.ภคมน กล่าวว่า เมื่อเปรียบเทียบกับกรณีที่ กมธ.กำลังตรวจสอบในวันนี้ แม้จะเป็นการสอบของคนละกรม คือกรณีปัจจุบันเป็นการตรวจสอบกรมการปกครอง ไม่ใช่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แต่สิ่งที่ กมธ.ต้องการสะท้อนให้เห็นคือ ไม่ว่าการทุจริตจะเกิดขึ้นในกรมใดของกระทรวงมหาดไทย รูปแบบอาจแตกต่างกัน แต่ปัญหาเรื่องกระบวนการโกง การฝากฝัง และข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการซื้อขายตำแหน่งกลับปรากฏให้เห็นซ้ำๆ

สำหรับกรณีของผู้ร้องเรียนในวันนี้ ผู้ร้องได้เตรียมหลักฐานไว้ทั้งหมด และระบุว่าเคยสอบนายอำเภอมาแล้วถึง 7 ครั้ง และกำลังจะเกษียณอายุราชการในเดือนตุลาคมนี้ จึงรู้สึกว่าจำเป็นต้องลุกขึ้นสู้เพื่อตัวเองเป็นครั้งสุดท้ายและสู้เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตนเอง โดยยืนยันว่าการสอบไม่ผ่านเพราะทำข้อสอบไม่ได้ไม่ใช่ปัญหา แต่การสอบตกเพราะกระบวนการไม่โปร่งใส เป็นสิ่งที่ผู้ร้องในฐานะข้าราชการรับไม่ได้

‘ภคมน’ ชี้ปัญหาโกงสอบ มท. ฝังรากลึก จากยุค ‘ชวรัตน์’ ถึง ‘อนุทิน’

น.ส.ภคมน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการสอบครั้งล่าสุด ผู้ร้องมั่นใจว่าเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี และอ่านหนังสือเตรียมสอบจนแทบจะจำเนื้อหาได้ทั้งหมด โดยผู้เขียนหนังสือและเจ้าของคอร์สติวสอบดังกล่าวคือ นายมนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการร่าง TOR ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในปัจจุบัน

ผู้ร้องยืนยันว่า แม้ไม่ได้เข้าคอร์สเรียน แต่ได้อ่านหนังสือของมนัสทุกเล่ม และพบว่า ข้อสอบเกือบ 100% ตรงกับเนื้อหาในหนังสือติว ที่มนัสจัดทำและจำหน่าย จึงนำมาสู่คำถามว่า เหตุใดข้าราชการกระทรวงมหาดไทยจึงสามารถนำเนื้อหาจากผลงานส่วนตัวมาใช้เป็นข้อสอบคัดเลือกนายอำเภอได้ นอกจากนี้ ผู้ร้องยังชี้แจงว่า กระดาษคำตอบของตนมีร่องรอยหลายจุดที่ผิดเพี้ยนไป จึงเชื่อว่าอาจมีการแก้ไขกระดาษคำตอบเพื่อลดคะแนนลง โดยรายละเอียดเชิงลึกต่างๆ กมธ.จะสอบถามและขยายผลต่อไป

น.ส.ภคมน กล่าวด้วยว่า สิ่งที่ กมธ.ต้องการตรวจสอบจึงไม่ใช่เพียงว่าข้อสอบรั่วหรือไม่ หรือใครเป็นผู้กระทำผิดในกรณีใดกรณีหนึ่งเท่านั้น แต่ต้องการมองให้เห็นถึงปัญหาเชิงระบบ เพราะเมื่อย้อนกลับไปดูกรณีในอดีตและนำมาเปรียบเทียบกับข้อร้องเรียนในปัจจุบัน จะเห็นว่าปัญหาเกี่ยวกับการโกงสอบและการซื้อขายตำแหน่งในกระทรวงมหาดไทยถูกตั้งคำถามซ้ำมาหลายยุคหลายสมัย ดังนั้น สิ่งที่ต้องตอบให้ได้คือ เหตุใดปัญหาลักษณะนี้จึงยังเกิดขึ้นซ้ำ และเหตุใดระบบการสอบและการคัดเลือกบุคลากรของกระทรวงมหาดไทยจึงยังถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องความโปร่งใสอยู่เรื่อยๆ

"เพราะหากปัญหาเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว อาจเป็นเรื่องของคนบางคน แต่หากรูปแบบการทุจริตปรากฏซ้ำในช่วงเวลาที่ห่างกันหลายสิบปี สิ่งที่ต้องตรวจสอบให้ลึกกว่านั้นคือ โครงสร้างและระบบอุปถัมภ์ที่อาจเปิดช่องให้การโกงสอบและการซื้อขายตำแหน่งฝังรากอยู่ในกระทรวงมหาดไทยมาอย่างยาวนาน" น.ส.ภคมน กล่าว