วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ป.ป.ช.เจอเส้นทางเงินกว่าพันล้าน! ขยายผลปมโกงสอบท้องถิ่นต่อ

ป.ป.ช.ขยายผลปมโกงสอบท้องถิ่น พบเส้นเงินกว่าพันล้าน ยังอุบโยงปี 64 มีนักการเมืองเอี่ยวหรือไม่ ลั่นคดีชัดเจนใน 6 เดือน สอบ AI Passport ต่อ แจงรัฐบาลเดินหน้าได้ แม้มีครหา

เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า ขณะนี้คณะไต่สวนอยู่ระหว่างตรวจสอบประเด็นการทุจริต โดยจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ พบเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท และพบความเชื่อมโยงกับการทุจริตสอบท้องถิ่นเมื่อปี 2564

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า จากข้อมูลดังกล่าว คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติให้เรียกสำนวนที่เคยส่งให้หน่วยงานต้นสังกัดเดิมกลับมาไต่สวนร่วมกันเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากพบว่าเป็นการกระทำของกลุ่มบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกัน โดยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบุคคลใด รวมถึงจะเชื่อมโยงไปถึงนักการเมืองหรือข้าราชการระดับสูงหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากอยู่ในสำนวน แต่คณะทำงานมีข้อมูลและจะขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการตรวจสอบเส้นทางการเงิน จะมีสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้ามาช่วยตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก ยืนยันว่าที่ผ่านมา ป.ป.ช.ไม่เคยถูกฝ่ายการเมืองกดดันการทำงาน หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด บุคคลนั้นต้องรับผิด โดยไม่มีการตัดตอน และการดำเนินคดีจะเป็นความผิดทางอาญาหรือทางแพ่ง ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน

ทั้งนี้ ป.ป.ช.เป็นองค์กรอิสระและเป็นเสาหลักของประเทศ การเอาผิดบุคคลใดจะต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบและเป็นไปตามพยานหลักฐาน โดยที่ผ่านมา เมื่อ ป.ป.ช.ชี้มูลและอัยการสั่งฟ้อง ศาลมีคำพิพากษาลงโทษในคดีต่างๆ สูงถึงร้อยละ 98

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข้อกังวลว่า หากคดีมาอยู่ในความรับผิดชอบของ ป.ป.ช.แล้วจะเกิดความล่าช้า นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ป.ป.ช.ได้สแกนและตรวจสอบทุกคดี และสามารถควบคุมกรอบระยะเวลาการทำงานได้ โดยกรณีทุจริตข้อสอบท้องถิ่น แม้จะมีเอกสารในสำนวนมากกว่า 800,000 แผ่น แต่ยืนยันว่าจะต้องมีความชัดเจนภายในกรอบเวลา 6 เดือน นับตั้งแต่ มิ.ย. 2569 โดยคณะไต่สวนจะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการตรวจสอบให้มากขึ้น พร้อมพิจารณาว่าความผิดในลักษณะใดควรแยกดำเนินการ เพื่อให้การไต่สวนมีความรวดเร็วและชัดเจนมากขึ้น

ลุยสอบ TH-AI Passport ปมล็อกสเปก-เอื้อเอกชน แจงรัฐบาลเดินหน้าต่อได้แม้โดนครหา

นายสุรพงษ์ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.ขอให้ตรวจสอบนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport ว่ามีการเอื้อประโยชน์ และล็อกสเปกให้บริษัทเอกชนหรือไม่ ว่า ขณะนี้เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

เมื่อถามว่า โครงการนี้จะเริ่มในวันที่ 31 ส.ค.นี้ ป.ป.ช.จะต้องมีการเฝ้าระวังการทุจริตหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า มาตรการทางคดีและมาตรการเฝ้าระวัง ทาง ป.ป.ช.ดำเนินการควบคู่กันอยู่แล้ว ทั้งการทำงานเชิงรุกและเชิงรับ ทั้งในแง่ของการเฝ้าระวังและการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงงานด้านการป้องกันการทุจริต ซึ่งมีนักสืบสวนเฝ้าระวังในพื้นที่อยู่แล้ว

ถามย้ำว่า ขณะนี้ยังมีข้อสงสัยจากประชาชน แต่ ป.ป.ช.มองว่าโครงการดังกล่าวยังสามารถดำเนินการต่อได้หรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า การดำเนินโครงการเป็นหน้าที่ของภาครัฐ ส่วน ป.ป.ช. มีหน้าที่ในการตรวจสอบ ขณะเดียวกัน ป.ป.ช. ยังมีมาตรการเชิงรุกที่สามารถตรวจจับหรือสแกน เพื่อลดข้อร้องเรียนการทุจริต ดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วง