วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ขุดเบื้องลึก ‘ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม’ ‘หิวแสง’ หรือ‘ไอ้โม่ง’หนุนหลัง?

การออกมาปรากฎตัวของ“ณัฐวุฒิ”ในช่วงที่ผ่านมา เป็นแค่การ“หาแสง”เพื่อสร้างตัวตน หรือแท้จริงมี “ซูเปอร์แบ็กอัป” หรือ“ไอ้โม่ง”คอยหนุนหลังกันแน่!

KEY POINTS

  • ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม มักปรากฏตัวในคดีการเมืองที่อยู่ในความสนใจของสื่อ เช่น การปะทะคารมกับ สส.รักชนก ศรีนอก และการยื่นเรื่องร้องเรียนนักการเมืองคนสำคัญ ซึ่งบทความตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการกระทำที่เสมือน "พยายามหาแสง"
  • อดีต กกต. สมชัย ศรีสุทธิยากร ตั้งข้อสงสัยถึงการมี "ไอ้โม่ง" หรือผู้มีอิทธิพลใน กกต. คอยหนุนหลัง เนื่องจากณัฐวุฒิเคยได้รับแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการฯ และถูกทาบทามเป็นพยานให้ กกต. แม้จะมีประวัติถูกไล่ออกจากอัยการเพราะรับสินบน 1.5 ล้านบาทเพื่อวิ่งเต้นคดีเลือกตั้งของ กกต.
  • เขามีความเชื่อมโยงกับฝ่ายการเมือง โดยเป็นทนายความให้ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ "แรมโบ้อีสาน" เสกสกล อัตถาวงศ์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นผู้ช่วยประสานงานและสร้างคอนเนกชั่นให้ณัฐวุฒิเข้าสู่วงการเมือง
  • ประวัติของณัฐวุฒิเต็มไปด้วยข้อกังขา โดยเคยถูกไล่ออกจากราชการฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และเคยถูกสภาทนายความมีมติให้จำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนทนายความ ซึ่งทำให้การกลับมามีบทบาทสูงในปัจจุบันถูกตั้งคำถามว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังหรือไม่
  • สมชัย ศรีสุทธิยากร ได้ชี้เป้า "ไอ้โม่ง" ที่อาจเกี่ยวข้องหลายรายใน กกต. เช่น "ท่านรอง" ที่ถูกอ้างถึงในสำนวนคดีสินบน, ผู้ที่เสนอชื่อณัฐวุฒิเป็นอนุกรรมการฯ และ กกต. ท่านหนึ่งที่จบการศึกษาจากสถาบันและหลักสูตรเดียวกับณัฐวุฒิ

ชื่อของ“ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม” นักกฎหมายมหาชน และทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก “สุชาติ ชมกลิ่น” รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งปรากฎซีนปะทะคารมกับ “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในคดีถูก “สุชาติ” ฟ้องหมิ่นประมาท

กำลังถูกจับตาและ “ขุดคุ้ย” โปรไฟล์ที่มาที่ไป ว่าแท้จริงเขาเป็นใคร มาจากไหน และเหตุใดช่วงที่ผ่านมา จึงมักไปปรากฎตัวเสมือน “พยายามหาแสง” จากหน้าสื่อในหลายครั้งหลายครา

แม้เวลานี้ “ณัฐวุฒิ” จะมีตำแหน่งอย่างเป็นทางการคือ ทนายความส่วนตัวของ “รมต.เฮ้ง” แต่ว่ากันว่า มีคนพยายามส่งเสียงเตือน “รมว.ทส.” ที่เวลานี้อยู่ใต้ร่มเงา “พรรคภูมิใจไทย”  

หากยังจำกันได้ เมื่อวันที่ 16 ก.ย.2568 “ศุภชัย ใจสมุทร” ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาแถลงตอบโต้ ณัฐวุฒิ กรณียื่นเอกสารต่อแกนนำพรรคเพื่อไทยที่ขณะนั้นเป็นฝ่ายค้านใน “รัฐบาลอนุทิน 1” เพื่อประกอบคำร้อง ขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพความเป็น สส.ของ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน และ“อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 144, 185 ประกอบมาตรา 101(7) จากกรณีเซ็น MOA “น้ำเงิน-ส้ม” เพื่อสนับสนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ 

เวลานั้น “ศุภชัย” ได้เตือนไปยังพรรคเพื่อไทยที่ใช้บริการ “ณัฐวุฒิ” โดยระบุถึงพฤติกรรม “ผิดมารยาท” ของนักกฎหมาย หรือมารยาททนายความในการเสนอตัวเข้าไปหาลูกความ 

พร้อมทั้งสาวไปถึงประวัติราชการณัฐวุฒิ ด้วยว่า เคยเป็นอัยการประจำกอง สำนักงานอัยการสูงสุด แต่ถูกไล่ออกเพราะประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง เรื่องรับสินบน 1.5 ล้านบาท ไปวิ่งเต้นคดีของพวกเลือกตั้ง จนในที่สุดคณะกรรมการอัยการได้มีมติไล่ออกจากราชการด้วยเหตุผลดังกล่าว

ขุดเบื้องลึก ‘ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม’  ‘หิวแสง’ หรือ‘ไอ้โม่ง’หนุนหลัง?

ล่าสุด นักกฎหมายรายนี้ ยังถูกขุดคุ้ยประวัติต่อเนื่อง โดย“สมชัย ศรีสุทธิยากร”  อดีตกรรมการการเลือกตั้ง หนึ่งในคู่กรณีของณัฐวุฒิที่เคยมีประเด็นตอบโต้ทางกฎหมาย และการเมือง เรื่อง"บัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด" ล่าสุด"สมชัย" เตรียมยื่นเรื่องต่อสภาทนายความฯ ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและกระบวนการ ที่เกี่ยวข้องกับมติให้จำหน่าย “ณัฐวุฒิ” ออกจากทะเบียนทนายความ

“สมชัย” ไล่ไทม์ไลน์ จากข้อมูลทะเบียนทนายความ ระบุว่า “ณัฐวุฒิ”  เคยเป็นสมาชิกสภาทนายความประเภท 2 ใบอนุญาตเลขที่ 776/2547 ออกเมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2547 ก่อนถูกบอกเลิกการเป็นทนายความเมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2555

ต่อมาเจ้าตัวได้กลับมายื่นขอจดทะเบียนเป็นทนายความอีกครั้ง และได้รับใบอนุญาตประเภทตลอดชีพ เลขที่ 3230/2568 เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2568

อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบคำขอจดทะเบียนดังกล่าว สำนักงานทะเบียนทนายความระบุว่า ไม่ปรากฏข้อมูลการเคยรับราชการ หรือประวัติการถูกลงโทษทางวินัย จึงมีการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด

ต่อมาเมื่อวันที่ 27 พ.ค.2569 สำนักงานคณะกรรมการอัยการ แจ้งผลตรวจสอบว่า “ณัฐวุฒิ” เคยรับราชการเป็นข้าราชการอัยการ และ ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการและพ้นจากราชการ เมื่อวันที่ 5 ก.ย.2561 จากการถูกลงโทษทางวินัย ไล่ออกจากราชการ ตามคำสั่งคณะกรรมการอัยการที่ 17/2561

สำนักงานทะเบียนทนายความจึงนำประเด็นดังกล่าวมาพิจารณาว่า ประวัติการถูกลงโทษทางวินัยอาจเป็นข้อมูลสำคัญต่อการพิจารณาคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอใบอนุญาต โดยเฉพาะ มาตรา 35 (4) แห่ง พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ. 2528 ซึ่งเกี่ยวข้องกับกรณีผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี

เมื่อพบข้อเท็จจริงภายหลังว่า มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้าม สำนักงานทะเบียนทนายความจึงเสนอให้คณะกรรมการสภาทนายความพิจารณาดำเนินการตาม มาตรา 43

คณะกรรมการสภาทนายความนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาในการประชุมครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.569 และมีมติเอกฉันท์ให้ จำหน่ายชื่อ “ณัฐวุฒิ” ออกจากทะเบียนทนายความ โดยอ้างอิงมาตรา 35 (4) ประกอบมาตรา 43 วรรคหนึ่ง

เหนือไปกว่านั้น “สมชัย”ยังตั้งข้อสังเกตถึง“ไอ้โม่ง”ใน กกต. หลังพบว่าบทบาทของ“ณัฐวุฒิ”มีส่วนเกี่ยวข้องกับกกต.ในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมาดังนี้

1. ช่วงปี 2558 ขณะดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย สำนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ มีการเรียกรับเงิน 1.5 ล้าน จากนายกเทศมนตรีบางปะหัน เพื่อช่วยวิ่งเต้นคดีใบแดงจาก กกต. และ ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 ผลการสอบสวนเป็นจริง คณะกรรมการอัยการมีมติไล่ออกจากราชการ เมื่อ 19 ก.ค. 2561 แม้จะมีการอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด แต่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายกคำร้อง เมื่อ 28 พ.ย. 2565 โดยให้คำสั่งไล่ออกของคณะกรรมการอัยการ เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย

2. ระหว่างปี 2562-2564 ดำรงตำแหน่ง อนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาและข้อโต้แย้ง ชุดที่ 12

3. มีการกล่าวอ้างโดยเจ้าตัวว่า เป็นอาจารย์ที่ปรึกษางานวิจัยส่วนบุคคลหลักสูตร พตส. ของ กกต. รุ่นที่ 5-9

4. มีหลักฐานปรากฏในการสืบค้นออนไลน์ว่า การเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ค.2566 “ณัฐวุฒิ”เป็นผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคพลัง หมายเลข 9

5. มีหลักฐานว่าในการเลือกตั้ง วันที่ 8 ก.พ.2569 “ณัฐวุฒิ”เป็น ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ ของพรรคไทยสร้างไทย ลำดับที่ 34 และระบุในประวัติว่า ลาออกจากราชการเพื่อมาสมัคร สส. เมื่อปี 2566

6. วันที่ 16 เม.ย.2569 ได้รับการทาบทามเป็นพยานผู้เชี่ยวชาญฝั่ง กกต. เพื่อชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในคดีบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ด แต่พอถูกเปิดโปงเรื่องเคยถูกไล่ออกจากราชการ เนื่องจากติดสินบน กกต.เมื่อปี 2558 จึงมีการถอนชื่อออกจากบัญชีรายชื่อพยานฝั่ง กกต.

“ไอ้โม่ง”ที่สมควรถูกเปิดหน้า มีดังนี้

1. คนใน กกต.ที่เรียกว่า "ท่านรอง"ในสำนวนคดีติดสินบนเลือกตั้ง 2558 มีจริงหรือไม่ เป็นใคร

2. เจ้าหน้าที่ที่ทาบทามให้เขามาเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาหลักสูตร พตส. 5-9 หรือโดยการเสนอชื่อของ กกต.ท่านใด

3. กกต.ที่เสนอชื่อเขาเป็นอนุวินิจฉัย ชุดที่ 12 ระหว่างปี 2562-2564 (อยู่ในกกต.ชุดที่ 5 ที่มีอิทธิพร บุญประคอง เป็นประธาน)

4. กกต.ที่เสนอชื่อเขาเป็นพยานในคดีบาร์โค้ด แถมยังเที่ยวขอให้สื่อเชิญเขาไปสัมภาษณ์ตามช่องรายการต่างๆ (อยู่ในกกต.ชุดที่ 6 ที่มีณรงค์ กลั่นวารินทร์ เป็นประธาน)

5. มี กกต.ท่านหนึ่ง ชอบกินไวน์ เรียนจบ ป.เอก สถาบันเอกชนเดียวกับณัฐวุฒิ หลักสูตรเดียวกัน รุ่นเดียวกัน อาจจะใช่ไอ้โม่งหรือไม่ใช่ อันนี้ไม่ทราบได้ แต่น่าค้นต่อว่า ชื่อณัฐวุฒิ มาจากการเสนอชื่อของ กกต.ท่านใด และในขณะที่ณัฐวุฒิทำหน้าที่เป็นอนุวินิจฉัย ชุดที่ 12 มีการยกคำร้องคดีอะไรบ้าง และ กกต.ท่านนั้น มีมติอย่างไร ซีรีย์นี้น่าจะยาวกว่า Game of throne

จากภาคการเมือง เรื่องยังลามต่อมาถึง“ภาคธุรกิจ” ที่เจ้าตัวเพิ่งเปิดอาณาจักรธุรกิจ “ AURELIAN GROUP” ที่ระบุว่าครอบคลุมกลุ่มบริษัท 27 แห่ง ครบวงจร และขนาดธุรกิจหลักหมื่นล้าน เมื่อวันที่ 17 ส.ค.69 

โดยมีชื่อ ณัฐวุฒิ นั่งตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท และเจ้าตัวประกาศในงานว่า “ผมถือหุ้นใหญ่ เรามีเป้าหมายเพิ่มทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ พร้อมยกระดับพัฒนาองค์กรสู่บริษัทมหาชนจำกัด และเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย..."

ขุดเบื้องลึก ‘ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม’  ‘หิวแสง’ หรือ‘ไอ้โม่ง’หนุนหลัง?

โดยงานดังกล่าว มี "พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล" ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นตัวแทนของ รมต.สุชาติ ชมกลิ่น เป็นประธานในพิธี

เมื่อดูรายละเอียดผู้บริหาร พบว่ามีชื่อ “ชัชชลัยย์ ยุ้นพันธ์” นั่งซีอีโอ และมี “แรมโบ้อีสาน” เสกสกล อัตถาวงศ์ นั่งที่ปรึกษาซีอีโอ

ว่ากันว่า ณัฐวุฒิ นับถือ“แรมโบ้อีสาน”เหมือนพี่ชายแท้ๆ และพึ่งพาการเป็นมือประสานสิบทิศ และคอนเนกชั่น จนณัฐวุฒิได้เข้าสู่แวดวงการเมือง และเข้ามาเป็นมือกฎหมายให้ฝ่ายการเมือง

แต่หลังเกิดกรณีล่าสุด ทั้งซีอีโอ ชัชชลัยย์ และที่ปรึกษาซีอีโอ แรมโบ้อีสาน ก็ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งโดยมิได้นัดหมาย เพราะเริ่มเห็นเค้าลางแปลกๆ

ท่ามกลางสารพัดข้อสงสัยของบุคคลที่เรียกตัวเองว่าเป็น“นักกฎหมายมหาชน”ผู้นี้ ยิ่งขุดคุ้ยยิ่งเจอเรื่องน่าสงสัย ทำให้เกิดคำถามในสังคมว่า การออกมาปรากฎตัวของ“ณัฐวุฒิ”ในช่วงที่ผ่านมา 

เป็นแค่การ“หาแสง”เพื่อสร้างตัวตน หรือแท้จริงแล้วมี “ซูเปอร์แบ็กอัป” อย่างที่ “อดีตกกต.สมชัย” เรียกว่า “ไอ้โม่ง”คอยหนุนหลังกันแน่!