"พงศกร" เผย ปชป. ไร้ข้อสรุป ปม "ชัยชนะ" ทำร้าย รอง ผกก.ทุ่งใหญ่ บอกยังรอฟังข้อมูล-พยาน พิสูจน์เจตนา หลังสอบปมให้ข้อมูลขัดแย้ง
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีของนายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกาย รองผู้กำกับ สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ว่า ช่วงที่ผ่านมาพรรคได้แสวงหาข้อเท็จจริง และพบข้อมูลว่ายังมีคนที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูลและสัมภาษณ์ที่ขัดแย้ง ทั้งกรณีของผู้กำกับ รองผู้กำกับ ที่ช่วงเกิดเหตุไม่ติดใจ ดำเนินการ แต่คล้อยหลัง 4 วัน กลับแจ้งความดำเนินคดีกับนายชัยชนะ ทั้งนี้ผู้กำกับยังมีการให้สัมภาษณ์ภายหลังอีกว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นจริง แต่เป็นเพียงการหยอกล้อ และไม่มีเจตนาทำร้ายร่างกาย
นายพงศกร กล่าวต่อว่าขณะที่นายชัยชนะได้เข้าพบพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง ยืนยันว่าไม่มีเจตนาทำร้ายญาติของตนเอง ทั้งนี้แม้คำสัมภาษณ์ขัดแย้งกัน แต่สิ่งที่เห็นร่วมกันคือ มีเหตุการณ์เกิดขึ้น ทั้ง2 คน สรุปว่าหยอกล้อกันจริง หลังเกิดเหตุ ในวันถัดมาผู้เสียหายมาร่วมงานตามปกติและได้ถ่ายรูปกับนายชัยชนะ พร้อมกับแจ้งผู้บังคับบัญชาว่าไม่ติดใจเอาเรื่อง
“ที่ทราบนายชัยชนะทราบข้อกล่าวหาว่าทำร้ายให้บาดเจ็บ ถ้าผู้เสียหายยืนยันไม่ได้รับบาดเจ็บ ต้องพิสูจน์ต่อไปว่าเจตนาทำร้ายหรือไม่ ซึ่งนายชัยชนะยืนยันว่าไม่มีเจตนา ผู้กำกับยืนยันผ่านคลิปสัมภาษณ์ว่าหยอกล้อ แต่สิ่งที่พรรคทำ คือ แสวงหาข้อเท็จจริง เช่นพยานแวดล้อม คนที่อยู่ในเหตุการ์ หากมีหลักฐานที่เชื่อถือได้จะนำมาพิจารณา พิสูจน์ว่านายชัยชนะ เจตนาหรือไม่ หากสุดท้ายพบว่ามีเจตนา พรรคจะดำเนินการตามข้อบังคับพรรค และหลักการที่ยึดมั่นในกฎหมาย รวมถึงศักดิ์ศรีของตำรวจ” นายพงศกร กล่าว
นายพงศกร กล่าวต่อว่า สิ่งที่ตรวจสอบ ไม่ได้เชื่อทั้งหมด และตนไม่ได้สรุป ว่าจะเป็นอย่างงไร หากมีพยานแวดล้อมและหลักฐานที่ระบุว่ามีความพยายามทำร้าย ตบ ตี หรือไม่ หรือแค่กอดคอ หากมีเจตนาก็ผิด ตนยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีวัน แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม
“พรรคการเมืองต้องปล่อยเป็นหน้าที่ตำรวจ และตำรวจต้องพิทักษ์รับใช้ประชาชน ไม่เป็นทาสหรือรับใช้นักการเมือง ไม่ว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ตำรวจไม่ควรรับฟัง แต่เอาข้อเท็จจริงมาสู้กัน เพราะเจ้านายคือประชาชน ดังนั้นไม่ควรที่จะมีพรรคการเมืองเข้าไปแทรกแซงเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากนายชัยชนะทำผิดจะต้องดำเนินการตามระเบียบเพื่อรักษาอุดมการณ์จริยธรรมพรรคและจริยธรรมของนักการเมืองไว้” นายพงศกร กล่าว
เมื่อถามว่ามองว่าเรื่องนี้จะกระทบฐานเสียงภาคใต้ของพรรคได้หรือไม่ นายพงศกร กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ผ่านมา 80 ปีย่อมมีความผิดพลาดได้ แต่พรรคการเมืองไม่สามารถที่จะไม่ยึดหลักกฎหมายได้ และไม่สามารถเอาตัวเองเป็นที่ตั้งได้ ยืนยันว่า หากนายชัยชนะผิดจริงเราก็ต้องมีการดำเนินการภายในพรรค เพื่อรักษาอุดมการณ์พรรคและจริยธรรมพรรค และจริยธรรมนักการเมืองอย่างแน่นอน





