วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ป.ป.ช.บุกพิสูจน์! วัดป่าชนะใจรุกที่ ส.ป.ก. ล่าตัวคนอ้างสิทธิ์

ป.ป.ช.พาสื่อบุกพิสูจน์! ศูนย์ปฏิบัติธรรมวัดป่าชนะใจ จ.สระบุรี รุกพื้นที่ ส.ป.ก. ลุยล่าตัวผู้ถือกรรมสิทธิ์ รับพื้นที่ใหญ่ ดูแลยาก ‘ภูนับดาว’ ติดโผด้วย

เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จัดโครงการสื่อมวลชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 2 ลงพื้นที่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี โดยมีนายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ช. ส่วนกลาง ผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 1 พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานราชการจากส่วนกลางและภายในจังหวัดสระบุรี และสื่อมวลชนเข้าร่วมโครงการ

โดยในช่วงเช้าวันนี้ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. บูรณาการร่วมกับรองผู้ว่าฯสระบุรี พร้อมด้วยตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรรม (ส.ป.ก.) ตัวแทนกรมป่าไม้ และตัวแทนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ลงพื้นที่สถานที่ปฏิบัติธรรมวัดป่าชนะใจ ตั้งอยู่บนดอนมวกเหล็ก อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี โดยถูกร้องเรียนว่า มีการบุกรุกพื้นที่กรมป่าไม้ และ ส.ป.ก.

นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ว่า ป.ป.ช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาตรวจติดตามการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการบุกรุกที่ดิน ส.ป.ก. ที่เราทราบกันอยู่ว่ามีการบุกรุกที่ดินของรัฐหลายประเภท จากการดำเนินการที่ผ่านมา พบว่าหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบเข้าไปดำเนินการในส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งความ หรือสั่งให้ออกจากพื้นที่ หรือกำลังรื้อถอนสิ่งรุกล้ำต่าง ๆ ดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วย

ป.ป.ช.บุกพิสูจน์! วัดป่าชนะใจรุกที่ ส.ป.ก. ล่าตัวคนอ้างสิทธิ์

นายเกียรติศักดิ์ ระบุว่า ป.ป.ช.ลงมาติดตามความคืบหน้า เนื่องจากเป็นนโยบายในการป้องกันการทุจริต ทั้งนี้ ป.ป.ช.มีทุกจังหวัด ดังนั้นถ้าเกิดกรณีสุ่มเสี่ยงมีการกระทำผิด หรือเจ้าหน้าที่รัฐละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ป.ป.ช.จะเข้าไประงับยับยั้ง ตัดวงจรไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐเดือดร้อน ปฏิบัติผิดพลาด

“เพราะฉะนั้นส่วนพื้นที่ตรงนี้ เราเห็นว่าเป็นพื้นที่ใกล้ กทม. เราต้องเข้ามาดำเนินการทุกเดือน วันนี้ล่วงเข้าเดือนที่ 6 อยากเห็นเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ฟังผู้ที่เกี่ยวข้องที่ไปดำเนินการ ก็ทำเต็มกำลังตามกรอบอำนาจหน้าที่แล้ว ผลในทางปฏิบัติเป็นอย่างไร ป.ป.ช.จะติดตามจนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ ตรงนี้เป็นนโยบาย” นายเกียรติศักดิ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานอย่างไรบ้าง รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า เท่าที่เราดูสักครู่ จากการทำทางขึ้นมา ต้องใช้เครื่องมือหนัก มีการวางแผน มีการเตรียมการ มีการตีแปลงต่าง ๆ ไว้ เพื่อทำเป็นสถานปฏิบัติธรรม หรืออะไรสุดแท้แต่ มีการทำให้พื้นที่ลาดชัน เข้าถึงง่าย อาจไม่ตรงกับวัตถุประสงค์กับ ส.ป.ก.หน่วยงานที่เขาอนุญาตให้ใช้พื้นที่ เมื่อสักครู่เห็นเป็นแทงก์ เห็นท่อน้ำ ค่อนข้างมั่นคง น่าจะมีการขุดเจาะ รายละเอียดให้เจ้าของพื้นที่ดู

ป.ป.ช.บุกพิสูจน์! วัดป่าชนะใจรุกที่ ส.ป.ก. ล่าตัวคนอ้างสิทธิ์

เมื่อถามต่อว่า ป.ป.ช.เคยลงพื้นที่มาติดตามความคืบหน้า ได้ตรวจสอบ รายละเอียดหรือไม่ ก่อนเข้ามาทำพื้นที่ต่าง ๆ มีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องหรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ป.ป.ช.อยู่ระหว่างตรวจสอบ แม้ว่ายังไม่มีคดีไปที่ ป.ป.ช.โดยตรง แต่ดูจากสภาพ ยอมรับว่าพื้นที่กว้าง การดูแลรักษาค่อนข้างทำได้ยาก เจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวหรือไม่ ต้องดูเป็นกรณีไป อย่างกรณีนี้พยายามเก็บข้อมูล

เมื่อถามย้ำว่า ตั้งแต่ตรวจสอบยังไม่พบคนอ้างสิทธิ์พื้นที่ตรงนี้ใช่หรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่พบโดยตรง ส่วนจะดำเนินการกับผู้อ้างสิทธิ์อย่างไรนั้น ในส่วนนี้ พื้นที่เป็นความรับผิดชอบหลัก ๆ ของ ส.ป.ก. และกรมป่าไม้ ต้องดูว่าพื้นที่ตรงนี้ อยู่ในความรับผิดชอบหลักของใคร แต่ 2 หน่วยนี้เกี่ยวข้องโดยตรง ถ้าบุกรุก หรือใช้ผิดวัตถุประสงค์ ต้องดำเนินการเพิกถอน หรือดำเนินการแจ้งความ

เมื่อถามอีกว่า บริเวณศูนย์ปฏิบัติธรรม และวัดมีคนอยู่อาศัยหรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า เท่าที่ทราบจากที่ลงพื้นที่ มีใช้บ้าง แต่ว่าไม่ใช่พระ เป็นชี หรือคนทั่วไป การอยู่อาศัยแบบนี้ถือว่าผิด เพราะเขาไม่มีสิทธิ์อยู่ ส่วนมีการดำเนินการหรือไม่นั้น ในส่วนพระสงฆ์นิมนต์ท่านไปอยู่ในสถานที่ที่อยู่ได้ เหลือแค่แม่ชี เล็ก ๆ น้อย ๆ ประสานไปว่า ไม่สามารถอยู่ได้ ก็เรียนว่าน้อยลง

โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เราเฝ้าระวัง ไม่อยากให้เกิดการลูบหน้าปะจมูก ต้องไม่มีการดำเนินการอะไรต่อ ป.ป.ช.จะทำอย่างนี้ โดยหน่วยงานในพื้นที่ เขาลงกันทุกเดือน แต่ส่วนกลาง 6 เดือนถ้ายังไม่คืบหน้า จะลงมาติดตาม จะใช้หน่วยงานในพื้นที่ติดตาม

เมื่อถามว่า ป.ป.ช.จะดำเนินการเป็นรูปธรรมอย่างไร นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วน ป.ป.ช.การบุกรุกลักษณะนี้มีเยอะมาก สุดท้ายหน่วยงานของรัฐ จะตามหลังผู้กระทำผิดเสมอ

วัดป่าชนะใจ อาจเป็นโมเดลแรกที่ ป.ป.ช.คุยกับหน่วยงานเกี่ยวข้องว่า ก่อนดำเนินการใด ๆ หน่วยงานต้องมีหน้าที่ทำอะไร เราอาจทำข้อเสนอให้รัฐบาล ให้จัดการกับทรัพย์สินประเทศนี้อย่างไร

เช่น ก่อนยกให้ ส.ป.ก.อาจต้องกันแนวเขตหรือไม่ อะไรเป็นป่า อะไรไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้ ตัว ส.ป.ก.เอง ถ้ายังไม่ออกหลักฐานถือครอง ก็ต้องถือว่าที่ป่าอยู่ ใครเข้ามาถือว่าบุกรุกอยู่แล้ว เพียงแต่พื้นที่เยอะ บริเวณนี้เกือบ 2 หมื่นไร่ เข้าได้ทุกจุด ค่อนข้างดูแลลำบาก แต่เราต้องกวดขัน ระมัดระวัง ไม่ให้เกิดเหตุแบบนี้เยอะ เพราะพื้นที่แบบนี้ ส.ป.ก.ปฏิรูปพื้นที่ให้เกษตรกร ความเป็นเกษตรกรสำคัญสุด คนไม่มีสิทธิ์อยู่ ต้องเปลี่ยนมือ เชิญออก ไม่สามารถทำประโยชน์ได้

“เฉพาะพื้นที่ตรงนี้ ดอนมวกเหล็ก 2 หมื่นไร่ แต่ที่อื่นมีลักษณะอย่างนี้เยอะ เช่น ภูนับดาว และอีกหลาย ๆ ที่มีลักษณะอย่างนี้ ตรงนี้ปัจจุบันเทคโนโลยีเราทันสมัยขึ้น ภาพถ่ายทางอากาศ รังวัด ปักหมุดค่อนข้างดี เราต้องขีดให้ชัดว่าตรงไหนคือทำกินได้ อยู่อาศัยได้ ตรงไหนต้องอนุรักษ์ให้คนในชาติ พอคนเยอะ พื้นที่น้อย การบุกรุกเกิดขึ้นได้ วันนี้คนต่างชาติไปบุกรุกแล้ว เอาง่าย ๆ แล้วคนไทยก็ต้องทำผิดกฎหมาย ไปบุกรุกต่อ คงไม่ถูก ต้องจัดการตามระบบ” นายเกียรติศักดิ์ กล่าว

ป.ป.ช.บุกพิสูจน์! วัดป่าชนะใจรุกที่ ส.ป.ก. ล่าตัวคนอ้างสิทธิ์

ส่วน นายบัญชา ไชยมโน ปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า ที่ดินบริเวณที่ตั้งของวัด เดิมที ส.ป.ก.จัดสรรให้กับเกษตรกร 1 ราย พื้นที่ 13 ไร่ แต่มีการสละสิทธิ์ให้กับวัด ซึ่งตามหลักการแล้ววัดจะต้องมาขออนุญาต ส.ป.ก.ในการใช้พื้นที่ แต่กลับดำเนินการจัดสร้างวัดโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือว่า ผิดระเบียบของ ส.ป.ก.

จากการตรวจสอบพื้นที่ ส.ป.ก.โดยรอบมีประมาณ 1,000 ไร่ แต่ที่มีการปรับหน้าดินและทำถนนแล้วประมาณ 100 ไร่ โดยได้แจ้งความเอาผิดกับทางวัดไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน

ทั้งนี้วัดจะมีโอกาสตั้งในพื้นที่เดิมได้หรือไม่ หากขออนุญาตถูกต้อง ก็สามารถทำได้ แต่สุดท้ายก็ต้องอยู่ที่ความเหมาะสมของสถานที่ เช่น สถานปฏิบัติธรรมชนะใจ ถือว่าไม่เหมาะสม 

ส่วนพื้นที่ ส.ป.ก.ในจังหวัดสระบุรีที่ใช้ผิดวัตถุประสงค์จำนวนเท่าไหร่  นายบัญชา กล่าวว่า ไม่เคยสำรวจเป็นตัวเลขชัดเจน แต่ก็พบว่า มีการใช้ประโยชน์ที่ดินผิดวัตถุประสงค์บ้างตามที่เคยเป็นข่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อ 18 ก.พ.2569 พื้นที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมวัดป่าชนะใจ ถูกเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.สระบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทศ.) ลงพื้นที่เข้าตรวจค้นพบว่า มีเนื้อที่กว่า 13 ไร่ ก่อสร้างอาคารกว่า 10 หลัง ตั้งอยู่ในเขต ส.ป.ก.

นอกจากนี้ยังพบการแผ้วถาง ปรับพื้นที่ แบ่งล็อก วางโครงสร้างบ้านน็อคดาวน์ รวมถึงพบร่องรอยรถแบ็กโฮและรถสิบล้อ ขุดดิน ถามดิน ตัดต้นไม้ เพื่อปรับพื้นที่ รวมถึงการปรับหน้าดินบนเขา เตรียมสร้างพระประธานองค์ใหญ่ พร้อมปักธงวัดด้วย