ขีดเส้น 11 มี.ค. สิ้นสภาพพระ! สว.จี้จับสึกครูบา ฮุบที่ดิน ส.ป.ก. 2 พันไร่ สร้างวัดป่า ยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน
อัปเดตข่าวดัง ขีดเส้น 11 มี.ค. สิ้นสภาพพระ! สว.จี้จับสึกครูบา ฮุบที่ดิน ส.ป.ก. 2 พันไร่ สร้างวัดป่า ยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน
นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เพื่อพิจารณาศึกษาข้อเท็จจริง วานนี้กรณี ครูบาสร้างวัดป่า บนที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ที่ดินส.ป.ก.) พื้นที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี
โดยการครอบครองและกว้านซื้อที่ดิน ส.ป.ก. กว่า 2 พันไร่ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างและสถานปฏิบัติธรรมซึ่งส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติในวงกว้าง
โดยมีนายปรีชา ลิ้มถวิล รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม , นายกฤศกร สนิทศักดิ์ดี ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ , นายอนันต์ชัย ทับทิม ผอ.ส่วนยุทธการด้านป้องกันและปราบปราม กรมป่าไม้ เข้าชี้แจง
นายปรีชา กล่าวว่า สปก. ได้ทำการสำรวจเพื่อตรวจสอบความเสียหาย โดยนำหลักฐานเป็นภาพถ่ายและการคำนวณค่าเสียหายทั้งหมดไปแจ้งความดำเนินคดี 8 ข้อหาหนักกับครูบา หรือ พระในข่าวฉาวและพวก ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติม หลังจาก สปก. เคยแจ้งความดำเนินคดีไปแล้วเมื่อปีพ.ศ. 2567 โดยผู้กระทำความผิดน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกันที่เคยถูกแจ้งความดำเนินคดี
นายกฤศกร กล่าวว่า ปัจจุบันครูบาหลบหนีออกจากวัดป่า ไปกบดานในพื้นที่ จ.อำนาจเจริญ แต่ยังหาวัดใหม่สังกัดไม่ได้
โดยภายในวันที่ 11 มีนาคม 2569 หากยังหาวัดสังกัดไม่ได้ ก็ถือว่าเป็นพระเร่ร่อน จะต้องจับครูบาสึกออกจากความเป็นพระ
นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบว่า สถานปฏิบัติธรรมและที่พักสงฆ์เกือบ 100% อยู่ในเขตป่าสงวน ส่วนใหญ่เป็นวัดร้างมีพระจำพรรษาเพียงรูปเดียว แต่หน่วยงานท้องถิ่นบางแห่งกลับอนุญาตให้ก่อสร้างได้
ดังนั้นจึงต้องกำชับท้องถิ่น ให้ทราบว่าทางมหาเถรสมาคมไม่เคยมีระเบียบให้อนุญาตก่อสร้างสำนักสงฆ์บนพื้นที่ป่าและที่ดินของสปก. ทั้งนี้ตนจะนำกรณีครูบา เข้าหารือในที่ประชุมมหาเถรสมาคมเพื่อพิจารณาบทลงโทษทั้งทางวินัยและ ให้เป็นตัวอย่างกับพระสงฆ์ที่มีพฤติกรรมรุกป่าทั่วประเทศ
ต่อไปนี้สำนักพุทธฯจะทำงานเชิงรุก หากเรื่องไหนเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใด เช่น กรณีวัดป่าชนะใจ จะเร่งประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขโดยทันท่วงที อยากจะให้เห็นว่าสำนักพุทธฯ จะไม่เพิกเฉยเหมือนเมื่อก่อนและจะไม่โทษใคร โดยเฉพาะผู้บริหารและผู้ใหญ่ของทาง สปก. ทุกคนตั้งใจทำงาน แต่มีข้าราชการบางคนเท่านั้น ที่มาทำให้เสียภาพลักษณ์ ซึ่งเรื่องนี้ทางปปท.กำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่เช่นกัน
ด้านนายชีวะภาพ กล่าวว่า การกระทำของครูบาถือว่าเป็นพฤติกรรมค่อนข้างอุกอาจ เพราะข้อเท็จจริงพบว่าสถานที่ดังกล่าวยังไม่ได้ผ่านการรับรองให้เป็นวัดหรือที่พักสงฆ์ อีกทั้งหากเทียบศีล 227 ข้อกับมาตรฐานจริยธรรมของนักการเมือง ตนมองว่าพระที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ก็ควรจะจับสึกให้ขาดออกจากความเป็นพระ
จริยธรรมตรงนี้น่าจะต้องบัญญัติขึ้นมา พระต้องคดีอาญาเนี่ย ควรจะหมดจากความเป็นพระ แต่คำถามคือว่าจะมีหน่วยงานใดจะเป็นคนฟันธง จึงฝากไปยังสำนักงานพระพุทธฯหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้พิจารณาสึกเลย
นายชีวะภาพยังกล่าวว่า ทางคณะกรรมาธิการฯจะช่วยผลักดันระเบียบและกฎหมาย ให้มีความเข้มข้นเพียงพอในการควบคุมพระสงฆ์
โดยจะต้องพิจารณายึดทรัพย์ของพระที่กระทำความผิดให้ตกเป็นของแผ่นดิน ให้ลาสิกขาออกจากการเป็นพระและต้องแจ้งความดำเนินคดี ในความผิดที่เกี่ยวข้องอย่างรอบครบถ้วน.





