วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

'พิพัฒน์' ยันตั้ง 'ปิยพงษ์" นั่งปลัดคมนาคม ไม่เกี่ยวโควต้าบ้านใหญ่

"พิพัฒน์" ยันตั้ง "ปิยพงษ์" นั่งปลัดคมนาคม ไม่เกี่ยวโควต้าบ้านใหญ่ ชี้เป็นคนมีความรู้ เชี่ยวชาญ มองภาพรวมได้ทั้งระบบ เล็ง หาคนเหมาะสม นั่งอธิบดีกรมทางหลวง

11 ส.ค.เวลา 12:10 น ที่ทำเนียบรัฐบาล​ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงกรณีการเสนอชื่อนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่ โดยยืนยันว่า โครงการต่าง ๆ ของกระทรวงยังคงเดินหน้าต่อไป เนื่องจากนายปิยพงษ์ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวงอยู่แล้ว จึงสามารถเข้ามารับช่วงงานต่อได้

ส่วนเหตุผลในการเสนอแต่งตั้ง ซึ่งนายปิยพงษ์จะมีอายุราชการเหลืออีกประมาณ 10 ปี นายพิพัฒน์ระบุว่า การแต่งตั้งพิจารณาตามความเหมาะสม โดยเป็นการเสนอชื่อจากนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคมคนปัจจุบัน ขณะที่ตนเองมีหน้าที่นำเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเท่านั้น

เมื่อถามว่าการแต่งตั้งดังกล่าวเป็นโควต้าของบ้านใหญ่หรือไม่ นายพิพัฒน์ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้อง และไม่มีเรื่องโควต้าบ้านใหญ่ เพราะนายปิยพงษ์เติบโตในสายงานด้วยความสามารถของตนเอง และขึ้นดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวงในช่วงที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมระบุว่า เมื่อเข้ามารับตำแหน่งต่อ นายปิยพงษ์ก็ทำงานได้ดี

ส่วนตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวงที่ว่างลง นายพิพัฒน์กล่าวว่า จะต้องพิจารณาบุคคลที่มีความเหมาะสม โดยจะต้องมีการประกาศและเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้ามาทดสอบเพื่อคัดเลือกต่อไป

นายพิพัฒน์ ยังกล่าวถึงความเหมาะสมของนายปิยพงษ์ในการดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคมว่า เป็นผู้มีความรู้และความเชี่ยวชาญ โดยกรมทางหลวงถือเป็นหน่วยงานที่มีงบประมาณด้านการก่อสร้างสูงที่สุดของกระทรวง ดังนั้นการนำบุคลากรที่มีประสบการณ์จากกรมทางหลวงมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง จึงสามารถมองภาพรวมของกระทรวงได้ทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะเรื่องถนนหนทาง

เนื่องจากกระทรวงคมนาคมมีภารกิจครอบคลุมทั้งระบบทางราง ทางอากาศ และทางน้ำ ซึ่งต้องบริหารจัดการเป็นองค์รวม พร้อมย้ำว่า การพิจารณาไม่ได้เจาะจงว่าบุคคลใดจะต้องขึ้นมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง แต่เป็นการคัดเลือกจากผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม โดยมีผู้ผ่านคุณสมบัติเข้าสู่กระบวนการพิจารณา 3 คน จากผู้สมัครทั้งหมดประมาณ 14 ถึง 18 คน

ส่วนจะต้องเร่งรัดโครงการใดเป็นพิเศษหรือไม่นั้น นายพิพัฒน์กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงมีการเร่งดำเนินการทุกงานอยู่แล้ว แต่การพัฒนาโครงการต่าง ๆ จำเป็นต้องมีงบประมาณรองรับ หากเป็นโครงการที่มีงบประมาณผูกพัน ก็จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และในแต่ละปีก็มีการพัฒนางานอยู่แล้ว