ประธานสภา กทม.จ่อตั้งคณะกรรมการฯสอบจริยธรรม 'ส.ก.ภัทรศักดิ์' ปมเสียบบัตรโหวตผิดเครื่อง ชี้ถ้าผิดจริง โทษถึงขั้นถอดถอน ด้าน 'ศรีสุวรรณ' ลุยยื่นบี้สอบแล้ว
เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2569 ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการ กทม.2 ดินแดง น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ส.ก.บางซื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานสภา กทม. กล่าวถึงกรณีที่นายภัทรศักดิ์ ใหม่พระเนตร ส.ก.ยานนาวา พรรค ปชน.กดลงคะแนนผิดเครื่อง ว่า ขณะนี้มีการตรวจสอบเบื้องต้นแล้วร่วมกับสำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งได้ข้อเท็จจริงมาบางส่วน เรื่องการดำเนินการรอหนังสือจากตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์และเพื่อไทย Life ลงตัวที่ส่งหนังสือร้องเรียนมาที่ตนเอง โดยขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือดังกล่าว ในหนังสือจะมีแบบฟอร์มที่แตกต่างกันว่าจะให้ประธานสภา กทม.เดินไปในทิศทางใด ซึ่งต้องดูรายละเอียดในหนังสือก่อนถึงจะดำเนินการได้
เมื่อถามว่า หากผิดจริงโทษจะเข้าข้อกฎหมายข้อใดบ้าง น.ส.ภัทราภรณ์ว่า สามารถร้องเรียนมาได้ตามช่องทางปกติ ประธานสภา กทม.สามารถส่งมอบให้คณะกรรมการต่าง ๆ ที่มี ส.ก.หลายกลุ่ม หลายพรรคเป็นประธานเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ อีกช่องทางหนึ่งคือ ช่องทางจริยธรรม จุดหมายปลายทางนอกจากจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว จะใช้เสียง 2 ใน 3 ของสภากทม.ในการถอดถอน
น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวอีกว่า สำหรับในที่ประชุมวันนี้ ตนเองจะพูดถึงข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่ได้ตรวจสอบมา เนื่องจากเรื่องนี้ประชาชนหรือใครก็ตามสามารถฟ้อง ป.ป.ช.ได้ ซึ่งการพูดข้อเท็จจริงในแต่ละเรื่องก็จะต้องรัดกุม โดยยืนยันว่าเราจะดำเนินการอย่างโปร่งใสตรงไปตรงมา เท่าเทียมกันกับเพื่อนสมาชิกทุกคน
เมื่อถามว่าจะเน้นย้ำ ส.ก.เกี่ยวกับเรื่องของการลงคะแนนหรือการเสียบบัตรหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก เพราะเหมือนยังมีความสับสนอยู่ น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวว่า ในฐานะ ส.ก.น่าจะเป็นความรู้ทั่วไป ของคนที่จะมาเป็นนักการเมือง เพราะคดีความเช่นนี้เคยมีการเกิดขึ้นโทษร้ายแรงและเป็นโทษอาญา ส่วนตัวคิดว่าเป็นความรับผิดชอบส่วนบุคคลที่จะต้องทราบว่าสิ่งไหนทำได้หรือทำไม่ได้ หากผิดก็ต้องว่าไปตามผิด
เมื่อจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นวาระดังกล่าว นายภัทรศักดิ์ ได้มีการลงคะแนนสองเครื่องพร้อมกันจริงหรือไม่ หรือลงคะแนนผิดเฉพาะเครื่อง ว่าที่ร้อยตรี ไซราม ประกายกิจ ส.ก.เขตสาทร น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวว่า จากการถ่ายทอดสดคาดว่าจะกดทั้งสองเครื่อง ในฐานะประธานสภากทม.เราไม่มีอำนาจที่จะไปวินิจฉัยหรือชี้ผิดชี้ถูก เพราะเรามาจากการเลือกตั้งทางตรงเหมือนกัน สิ่งที่ทำได้คือ ให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริง ยอมรับว่าหลังเกิดเหตุได้มีการพูดคุยทั้งกับนายภัทรศักดิ์ และว่าที่ร้อยตรี ไซราม ซึ่งเป็นไปตามที่นายภัทรศักดิ์ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก
อย่างไรก็ตามก่อนการประชุมสภา กทม. ญัตติร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ผู้สื่อข่าวพยายามจะสอบถามนายภัทรศักดิ์ถึงประเด็นดังกล่าว แต่เจ้าตัวระบุว่าได้ชี้แจงไปหมดแล้วผ่านเฟซบุ๊ก และพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ
- 'ศรีสุวรรณ' บุกยื่นประธานสภา กทม.สอบปม ส.ก.ปชน.เสียบบัตรแทนกัน
วันเดียวกัน ที่สำนักงานเลขาสภากรุงเทพมหานคร ศาลาว่าการกทม. 2 ดินแดง นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องถึงประธานสภากทม., คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงสภากทม. และคณะกรรมการจรรยาบรรณสภากทม. เพื่อขอให้สอบเอาผิดสมาชิกสภากทม.ที่กระทำการเสียบบัตรแทนเพื่อนเมื่อ 31 ก.ค.69 ที่ผ่านมา อันถือเป็นการเสื่อมเสียแก่เกียรติศักดิ์ของตําแหน่ง หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร 2559 หรือไม่
ทั้งนี้สืบเนื่องจากสภากรุงเทพมหานคร ได้มีการประชุมสภาฯ เมื่อวันที่ 31 ก.ค.69 เวลา 14.45 น. ณ ห้องประชุมสภากทม. ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง เพื่อพิจารณาญัตติของนายวิพุธ ศรีวะอุไร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตบางรัก เรื่องร่างข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานครเพื่อแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พ.ศ. ....ซึ่งระหว่างการพิจารณาลงมติในวาระดังกล่าว กลับมีความผิดปกติเกี่ยวกับการลงคะแนนเกิดขึ้นเพราะมีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม 41 คน แต่คะแนนกลับปรากฏ 42 คะแนน
กรณีดังกล่าวทำให้ ส.ก.ต่างๆ ลุกขึ้นประท้วงเรื่องผลคะแนนโหวต เพราะจำนนวนเสียงโหวต ไม่ตรงกับจำนวนสมาชิกในห้องประชุม กระทั่งเวลาผ่านไปกว่า 15 นาที นายภัทรศักดิ์ ใหม่พระเนตร ส.ก.เขตยานนาวา จากพรรคประชาชน จึงได้ลุกขึ้นยอมรับผิดต่อที่ประชุมว่า ได้กดบัตรแทนเพื่อน ส.ก. โดยเจ้าตัวกดลงคะแนน 2 เครื่องพร้อมกัน คือเครื่องของนายภัทรศักดิ์เอง และเครื่องของ ว่าที่ร้อยตรี ไซราม ประกายกิจ ส.ก.เขตสาทร และนายไซราม ก็ยอมรับว่า ตนเองไม่ได้เข้ามาโหวตในวาระดังกล่าว ซึ่งการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกันดังกล่าว ถือว่าเป็นความผิดสำเร็จแล้ว
การเสียบบัตรลงคะแนนแทนกันในสภาผู้แทนราษฎรนั้น องค์กรรักชาติ รักแผ่นดินได้เคยนำความไปร้อง ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดและส่งศาลฎีกาพิพากษาลงโทษมาหลายต่อหลายคนแล้ว จนศาลฎีกามีคำพิพากษาตัดสิทธิทางการเมืองไปหลายคนแล้ว ส่วนในระดับการเมืองท้องถิ่น ส.ก.มีบทบาทหน้าที่ไม่ต่างกัน คือ ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายโดยเคร่งครัด คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก และไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสีย แก่เกียรติศักดิ์ของการดำรงตําแหน่งด้วย
ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำความมาร้องต่อประธานสภากทม., คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงสภากทม. และคณะกรรมการจรรยาบรรณสภากทม. ตามข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร 2559 เพื่อดำเนินการสอบข้อเท็จจริงภายใน 60 วันและพิจารณาถอดถอนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร 2528 ต่อไป แต่หากมีการเกี้ยเซียะกันแล้วไซร้ ผู้ที่ทำหน้าที่อาจต้องเจอ ปอ.157 เสียเอง นายศรีสุวรรณกล่าวในที่สุด



