วันเสาร์ ที่ 1 สิงหาคม 2569

Login
Login

ปชป. จี้ 'ปธ.สภา กทม.' สอบ สก. ปชน. กดบัตรแทน ย้ำ ต้องตรวจสอบได้

ปชป. จี้ “ปธ.สภา กทม.” สอบ “สก.” ปชน. กดบัตรแทนกัน หวั่นกระทบความเชื่อมั่น ย้ำ ต้องตรวจสอบได้ โปร่งใส หรือ “ฮั้ว สก.” ได้บางคน

เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2569  นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊ก ตั้งคำถามถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับการลงคะแนนเสียงแทนกันของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ว่า ในการประชุมสภา กทม. ครั้งที่ผ่านมา มีการผลักดันหลายวาระที่ทำให้การตรวจสอบมีความโปร่งใสมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการถ่ายทอดสดการประชุม ซึ่งท่านประธานสภาและรองประธานท่านใหม่เป็นผู้ผลักดัน  แต่ก็มีเหตุการณ์ที่ชวนให้เกิดข้อสงสัย คือกรณีการเสียบบัตรแทนกันของ สก.ไซราม (เขตสาทร) และ สก.ภัทรศักดิ์ (เขตยานนาวา) พรรคประชาชน

ซึ่งในคำชี้แจงที่ สก.ภัทรศักดิ์ เขียนภายหลังว่า เครื่องลงคะแนนของ สก.ไซราม เสียมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อน จึงต้องขยับมานั่งชิดกัน ทำให้ “เผลอ” กดผิดเครื่อง — แต่คำอธิบายนี้สวนทางกับสิ่งที่พูดสดๆ ในสภาตอนเกิดเหตุ ซึ่งระบุว่า เป็นเครื่องของตนเองที่เสีย จึงต้องไปใช้เครื่องของ สก.ไซราม  ระบบโหวตของสภา กทม. คือ เมื่อถึงวาระจะมีไฟกระพริบสามช่องในช่วงเวลาที่ให้ลงมติ เมื่อกดโหวตแล้ว ไฟจะหยุดกระพริบและสว่างค้างไว้

 

ผมขอตั้งคำถามว่า 

1.) ก่อนที่ สก.ภัทรศักดิ์ จะกดลงมติในเครื่องของ สก.ไซราม เครื่องของท่านเอง ขัดข้องในลักษณะใด และไฟของเครื่องท่านเองค้างสว่างตามปกติหรือไม่ก่อนหน้านั้น เพราะหากเครื่องท่านใช้งานได้ปกติ จนโหวตสำเร็จไปแล้วหนึ่งมติ (ของท่านเอง) เหตุใดจึงต้องไปกดอีกมติหนึ่ง (ของ สก.ไซราม) ในช่วงเวลาไฟกระพริบเดียวกัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาจำกัด

2.) สก.ไซราม อยู่หน้าห้องประชุมและออกไปเพียงเพื่อคุยโทรศัพท์  คำถามคือ เหตุใดท่านจึงไม่กลับเข้ามาแสดงตนทันทีที่ทราบว่า  มีการลงมติในช่วงเวลาที่ท่านไม่อยู่ เพื่อขอให้ลงคะแนนใหม่เฉพาะส่วนของท่าน แทนที่จะปล่อยให้เป็นประเด็นโต้แย้งในสภา

3.) ทางประธานสภาและรองประธานสภา จะขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดหรือไม่ เพื่อยืนยันช่วงเวลาที่ไซรามออกจากห้องและกลับเข้ามา รวมถึงลักษณะการกดบัตรของ สก.ภัทรศักดิ์ ว่าเป็นการเผลอจริงหรือไม่ หรือกล้องในจุดดังกล่าวใช้งานไม่ได้

4.) ทางประธานสภาและรองประธานสภา จะสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบเครื่องลงคะแนนหรือไม่ ว่าเครื่องของ สก.ภัทรศักดิ์ ขัดข้อง/เสียจริงตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ คำให้การจากเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบโดยตรงนี้ จะเป็นหลักฐานสำคัญสำหรับการดำเนินการเรื่องจริยธรรมในขั้นตอนต่อไป

5.) ทางประธานสภาและรองประธานสภา จะดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และหากพบว่าผิดจริงจะดำเนินการทางกฎหมายต่อไปหรือไม่

ทั้งหมดนี้จะพิสูจน์ได้ว่า สภา กทม. จะดำเนินการเรื่องจริยธรรมอย่างจริงจังหรือไม่  หรือจะเลือกโฟกัสเฉพาะเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน โดยละเลยประเด็นจริยธรรมของ สก.เอง  วันนี้คือจุดเริ่มต้นของนิมิตหมายที่ดีในการทำให้สภา กทม. โปร่งใส  แต่คำถามคือ จะโปร่งใสเฉพาะบางคน หรือโปร่งใสกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งหากทำไม่ได้ ก็จะทำให้เกิดปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นว่ามีการ “ฮั้ว สก.”  สิ่งนี้พิสูจน์ได้ด้วยการที่ท่านประธานสภาหรือรองประธานสภาตอบคำถามทั้ง 5 ข้อข้างต้นให้ชัดเจน​​” นายพงศกร ระบุทิ้งท้าย

​​​​​​​