นายกฯปัดรีเซต มท. แค่เดินหน้าปรับกำลังคนให้เหมาะกับงาน โยกย้ายยึดความสามารถ ไม่ใช้สี-สาย เร่งสางปมทุจริต ยกคดีโกงสอบท้องถิ่นเป็นตัวอย่าง
เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวจะรีเซตกระทรวงมหาดไทยในเดือน ส.ค.นี้ เริ่มต้นด้วยการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงใช่หรือไม่ ว่า ทุกอย่าง อย่าไปบอกว่ารีเซต เพราะว่าคำว่ารีเซตคือให้มันมีผลในเรื่องของการดำเนินการ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับกระทรวงมหาดไทยเป็นสิ่งที่น่าเสียใจ คนที่กำกับดูแลและทำให้เกิดความกังวล ความไม่พอใจของประชาชน
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า อย่างกรณีโกงข้อสอบราชการอย่างนี้เป็นต้น แบบนี้ก็เหมือนกัน หลักเดียวกับที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปยึดที่ดินรัฐที่ถูกบุกรุกสาธารณะ หลักการเดียวกันไม่ต้องพิสูจน์อะไรมากมาย หลักฐานมันมีชัดเจนอยู่แล้ว ของคุณจริง เป็นความตั้งใจของตน ที่ตั้งใจจะให้มีการตรวจสอบ คู่ขนานกันไปหลายๆ หน่วยงาน ซึ่งเคยเห็นว่าใช้เวลาเพียงสองสัปดาห์ เราสามารถที่จะค้นหาเรื่องทุจริต เราสามารถหาผู้ที่เกี่ยวข้อง มีการออกหมายเรียกและหมายจับ และดําเนินคดีทั้งทางอาญาและทางแพ่ง และทางวินัย ทุกอย่างเดินหน้าไปตามครรลอง ทําชอบรัฐบาลก็สนับสนุน ใครทําผิด รัฐบาลก็เร่งปราบปราม และหาวิธีป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก
ถามย้ำว่า จะมีการโยกย้ายใหญ่ในเดือน ส.ค.หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คําว่าใหญ่หรือเล็กมันแปลว่าอะไร เราโยกย้ายให้ถูกต้องให้เหมาะสมกับงานกับสถานการณ์บางช่วงที่อาจจะเหมาะกับคนนี้ แต่พอพ้นช่วงเวลามา อาจจะเหมาะกับอีกคนหนึ่ง อันนี้เป็นสิ่งที่ผู้บริหารทุกคนต้องประเมิน
เมื่อถามว่านายกฯยึดหลักอะไรในการโยกย้าย เป็นเรื่องของ "สิงห์แดง-สิงห์ดํา" หรือเรื่องของความสามารถ นายอนุทิน กล่าวว่า "ไม่มี รัฐบาลนี้สีแดง ขาว น้ำเงิน ไม่มีสีอื่น"
เมื่อถามถึงกระแสข่าวมี "ปฏิญญาแดงเขียวโมนาโก" หลังจากที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม บินไปโมนาโกซึ่งขณะนี้มีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อยู่พอดี ถือเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองอะไรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า "แดงเขียวผสมไปผสมมา ก็เป็นน้ำเงินอยู่ดี"
รีเซต มท.ล้างบาง ส.ค.นี้ โยกย้าย ขรก.ชุดใหญ่ สลาย 'สิงห์ดำ-แดง'
ทั้งนี้มีรายงานจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า จากปัญหาสะสมภายในกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะกรณีทุจริตการสอบคัดเลือกข้าราชการส่วนท้องถิ่น การบุกรุกพื้นที่ของกลุ่มนายทุนและผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ภูเก็ต การกระทำความผิดเกี่ยวกับการใช้คนไทยเป็น “นอมินี” ถือหุ้นหรือประกอบธุรกิจแทนชาวต่างชาติ รวมถึงปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด สถานบันเทิง สถานบริการ และการค้ามนุษย์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ นายอนุทิน ในฐาะนายกฯ และ มท.1 ตัดสินใจเดินหน้ารีเซตกระทรวงมหาดไทยครั้งใหญ่ในเดือน ส.ค.นี้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังนายอนุทิน เรียกประชุมผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ที่กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยย้ำชัดถึงปัญหาการโกงสอบท้องถิ่นที่ทำให้ภาพลักษณ์ของกระทรวงตกต่ำ พร้อมประกาศไม่ต้องการให้ประชาชนเรียกกระทรวงมหาดไทยว่า “กระทรวงมหาไถ” และต้องการใช้สถานะนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.มหาดไทย เดินหน้าขับเคลื่อนงานเพื่อประชาชนให้เห็นผลเป็นรูปธรรมมากกว่ารัฐบาลที่ผ่านมา
โดยภารกิจแรกที่จะเกิดขึ้นในเดือน ส.ค. คือการปรับย้ายข้าราชการระดับสูงครั้งใหญ่ ครอบคลุมตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดี ผู้ตรวจราชการกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด และรองผู้ว่าราชการจังหวัด โดยนายอนุทิน วางนโยบายให้ก้าวข้ามความเป็น “สิงห์ดำ-สิงห์แดง” รวมถึงทุกกลุ่มทุกสีภายในกระทรวง เพื่อให้ข้าราชการทุกคนยึดหลัก “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” รับใช้ประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด พร้อมสลายระบบแบ่งสี แบ่งก๊วน และสายการเมืองในการบริหารงาน
สำหรับบุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งโยกย้ายในรอบนี้ จะพิจารณาจากหลักเกณฑ์สำคัญ ได้แก่ ความอาวุโส ประสบการณ์ ความรู้ความสามารถ และประวัติการรับราชการที่ไม่มีความด่างพร้อย และ โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดต้องสนับสนุนการประกอบธุรกิจ และเป็นกำลังหลักการพัฒนาเศรษฐกิจในจังหวัด
โดยอนุทิน จะหารือกับปลัดกระทรวงมหาดไทยอย่างใกล้ชิดในการจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย สำหรับในปีงบประมาณ 2569 จะมีข้าราชการระดับบริหารสูงเกษียณอายุราชการรวม 18 ราย ประกอบด้วย
1.นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย
2.นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน
3.นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง
4.นายณัฐวัชร์ วิริยานภาพรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย
5.นายสมภพ สมิตะสิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย
6.นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น
7.นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก
8.นางสาวชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์
9.นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
10.นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี
11.นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี
12.นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่
13.นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร
14.นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา
15.นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว
16.นายนที มนตรีวัต ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง
17.นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี
18.นายสมบัติ ไตรศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี
นอกจากนี้ ยังมีตำแหน่งฝ่ายบริหารระดับต้นว่างอีก 24 ตำแหน่ง ได้แก่ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง 1 ตำแหน่ง และรองผู้ว่าราชการจังหวัดอีก 23 ตำแหน่ง
อย่างไรก็ดีต้องรอดูการประชุมคณะรัฐมนตรีในเร็วๆ นี้ ว่า รมว.มหาดไทย จะทยอยเสนอบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงเข้าสู่การพิจารณาเลยหรือไม่


