วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

สยบอลหม่าน ‘หลังม่านน้ำเงิน’ จับตา ‘2 น.-1 พ.’ บาลานซ์อำนาจ

สถานการณ์ภายใน “พรรคน้ำเงิน” ที่กำลังดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องในเวลานี้ ภายใต้การ “บาลานซ์อำนาจ” ของ “2 น.-1 พ.” ที่เป็นเสมือน “ดาว 3 ดวง” ในภูมิใจไทย 

KEY POINTS

  • บทความกล่าวถึง 3 ผู้มีบารมีในพรรคภูมิใจไทย "2 น. - 1 พ." ได้แก่ อนุทิน ชาญวีรกูล (น.หนู), เนวิน ชิดชอบ (น.เนวิน), และพิพัฒน์ รัชกิจประการ (พ.พิพัฒน์) ที่แสดงความสัมพันธ์อันดีเพื่อสยบข่าวลือความขัดแย้งภายในพรรค
  • ประเด็นความขัดแย้งที่ถูกจับตาคือการที่นายกฯ อนุทินดึงอำนาจการดูแลโครงการ EEC และการชะลอโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเดิมอยู่ภายใต้การผลักดันของพิพัฒน์
  • ความสัมพันธ์ของทั้งสามยังคงอยู่ได้ด้วยการคานอำนาจซึ่งกันและกัน โดยพิพัฒน์คุมฐานเสียงสำคัญในภาคใต้ ขณะที่เนวินและอนุทินมีฐานอำนาจในภาคอื่น ทำให้ต้องพึ่งพากันและเลือกที่จะประนีประนอม
  • การแสดงความเป็นปึกแผ่นของ "2 น. - 1 พ." ไม่ใช่แค่การสยบข่าวลือ แต่เป็นการส่งสัญญาณถึงการจัดสมดุลอำนาจภายในพรรค ซึ่งจะส่งผลต่อการจัดสรรตำแหน่ง โครงการขนาดใหญ่ และการปรับคณะรัฐมนตรีในอนาคต
  • อนุทินในฐานะหัวหน้าพรรคได้ส่งสัญญาณเตือนสมาชิกพรรคไม่ให้เกิดความขัดแย้งภายใน เพื่อรักษาความเป็นเอกภาพภายใต้การบริหารจัดการที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด

“2น.-1พ.” ผู้มากบารมีพรรคภูมิใจไทย ทั้ง “น.หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรค “น.เนวิน ชิดชอบ” ครูใหญ่สีน้ำเงิน และ “พ.พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกฯ และรมว.คมนาคมและแม่ทัพภาคใต้ค่ายสีน้ำเงิน โชว์ซีนหวาน ช่วงค่ำวันที่ 27 ก.ค. ติดแคปชั่น“สัมพันธ์ #นนพ ร้าวฉานปาน Crème Brûlée” 

สยบกระแสอลหม่าน “หลังม่านน้ำเงิน” หลังถูกจับตาประเด็นไม่ลงรอย ไล่ตั้งแต่วิกฤติพลังงานที่มีการเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลัง “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ เผชิญครหาเอื้อเจ้าสัว 

ถัดมาคือกรณี “นายกฯอนุทิน” ดึงอำนาจในการควบคุมสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเดิมอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ “รองฯพิพัฒน์” มาอยู่ในความดูแลของตัวเอง

หรือกรณี “โครงการแลนด์บริดจ์” ซึ่งเคยอยู่ภายใต้การผลักดันของ “รองฯพิพัฒน์” ล่าสุดรัฐบาลส่งสัญญาณถอย โครงการดังกล่าว  หันไปเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถดำเนินการได้ทันที โดยเฉพาะการเติมเต็มจุดเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมที่ยังขาดความสมบูรณ์ (Missing Links)

ก่อนหน้านี้ “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์  สยบเกาเหลา “3 ผู้มากบารมี” สีน้ำเงิน ยืนยันว่าเป็นเพียงการพยายามสร้างความแตกแยก โดยบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

อันที่จริงไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์ระหว่าง “พ.” และ “น.” สีน้ำเงิน เท่านั้นที่ถูกจับตา แต่ยังหมายรวมไปถึงความสัมพันธ์ “พี่น้อง 2 น.” ที่กำลังถูกจับตาเช่นกันว่า เวลานี้ยังแน่นแฟ้นมากน้อยเพียงใด

สยบอลหม่าน ‘หลังม่านน้ำเงิน’  จับตา ‘2 น.-1 พ.’ บาลานซ์อำนาจ

ก่อนหน้านี้ “นายกฯหนู”พูดติดตลก สยบข่าวเกาเหลา ย้ำความสัมพันธ์ “2 น.” ยังเหนียวแน่น แทบจะเปลี่ยนชื่อเป็น “เนทิน” กับ “อนุวิน” ส่วนแรงกระเพื่อมใน “พรรคสีน้ำเงิน” ในระดับลูกน้องทะเลาะกัน “นายกฯหนู” พูดทีเล่นทีจริง แต่แฝงนัยส่ง “สัญญาณเตือน” ไปยังลูกพรรค

“ลูกน้องในพรรคภูมิใจไทย ลองกล้าทะเลาะกันดูสิ โดนมาไม่รู้กี่คนแล้ว โดนดุ โดนแซว โดนไก่ย่างถูกเผา มาไม่รู้กี่คนแล้ว โดนไก่ย่างถูกเผาไป 4-5 คน ลองไปถามว่าใครโดน” นายกฯอนุทิน ให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา 

 ด้วย “ยี่ห้อภูมิใจไทย”ภายใต้อำนาจในการบริหารจัดการที่เบ็ดเสร็จ บวกประกาศิตเด็ดขาดของ“ผู้มากบารมี” สไตล์พูดจริงทำจริง และมักจะย้ำกับ“ลูกพรรค”แทบทุกครั้งที่เกิดความอลหม่านปั่นป่วนภายในพรรค ในทำนอง “ก็ลองดู” ทำให้ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะมีประเด็นดราม่าอะไรภายใน “พรรคสีน้ำเงิน” ก็มักจะถูกตัดจบสยบป่วนในท้ายที่สุด เนื่องจาก “พลพรรคสีน้ำเงิน” ยังเกรงบารมี “นาย” ไม่กล้าทำอะไรนอกลู่นอกทาง

ไม่ต่างจากสัมพันธ์ของ “2 น.-1 พ.” 3 บิ๊กคีย์แมนสีน้ำเงิน ที่ส่งสัญญาณชัดว่า ยังไม่ถึงคราว “แตกหัก” นั่นเป็นเพราะ “ดุลอำนาจ” ที่ถูกเฉลี่ยเป็นสายต่างๆ ยังต้องค้ำยันและเกื้อกูลกัน จึงจำเป็นต้อง “รอมชอม” มากกว่าจะเลือก “แตกหัก”  

ทั้ง “น.เน-น.หนู”  และ “พ.พิพัฒน์” ที่คุมขุมกำลังภาคใต้ มี สส.31 ที่นั่ง จากทั้งหมด 59 ที่นั่ง เป็นฐานเสียงสำคัญไม่แพ้ภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคกลาง ที่อยู่ใต้บังคับบัญชา “คีย์แมนสายครูใหญ่”  ไหนจะ “ขุมทรัพย์”ที่จะต้องใช้เป็น “กระสุนการเมือง” ในสนามต่อๆ ไปนับจากนี้

 

สยบอลหม่าน ‘หลังม่านน้ำเงิน’  จับตา ‘2 น.-1 พ.’ บาลานซ์อำนาจ

การปล่อย“ซีนหวาน”เพื่อโชว์ปึ้กของ “3 คีย์แมน” ลึกๆ แล้ว จึงไม่ใช่แค่คอนเทนต์เพื่อสยบข่าวร้าวเท่านั้น แต่ยังสื่อนัยไปถึงการ “บาลานซ์อำนาจ” ภายในพรรคสีน้ำเงิน ที่ต้องจับตาหลังจากนี้อีกด้วย  

ไม่ว่าจะเป็นบรรดา “บิ๊กโปรเจกต์” มูลค่ามหาศาลที่รัฐบาลเตรียมผลักดัน หรือแม้แต่การจัดสรรโควตา รวมถึงตำแหน่งต่างๆ โดยเฉพาะข่าวคราวการ “ปรับครม.อนุทิน 2”  ซึ่งถูกคาดหมายว่าจะเกิดขึ้นในช่วงไม่เกิน 1 ปีแรกของการบริหารราชการแผ่นดิน เวลานี้เริ่มเห็นความเคลื่อนไหวของบรรดา สส.“ซุ้มสีน้ำเงิน” 

กลุ่มที่มีตำแหน่งต่างเร่งเครื่องสร้างผลงาน เพื่อถีบตัวเองออกจาก “เรดโซน” ไปอยู่ใน “เซฟโซน” ขณะที่ "กลุ่มอกหัก" ในรอบที่แล้ว  กำลังฉวยจังหวะเปิดเกมรุกอย่างหนัก หวัง “ชิงโควตา-ชิงตำแหน่ง” จากกลุ่มที่ขึ้นชื่อว่า“ตีตั๋ววีไอพี” ขึ้นแท่นเสนาบดีแบบก้าวกระโดด  

เป็นการสะท้อนสถานการณ์ภายใน “พรรคน้ำเงิน” ที่กำลังดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องในเวลานี้ ภายใต้การ “บาลานซ์อำนาจ” ของ “2 น.-1 พ.” ที่เป็นเสมือน “ดาว 3 ดวง” ในภูมิใจไทย