วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

สิงหาฯ เดิมพัน‘กกต.’ ฟัน‘โกงสว.’ โหมไฟ ล้มเครือข่าย ‘ค่ายน้ำเงิน’

ปฏิบัติการโหมแรงไฟของ“แนวต้าน” วางเดิมพันทั้งกระดานไปที่คดี“โกง สว.” เพราะเป็นเงื่อนไขเดียวที่จะสามารถล้ม “เครือข่ายค่ายน้ำเงิน” ถอนรากถอนโคนที่ฝังรากลึกเกือบทุกองค์กร

KEY POINTS

  • กกต. ตั้งเป้าจะวินิจฉัยคดีทุจริตเลือกตั้ง สว. ให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้ โดยต้องตัดสินใจระหว่างมติของอนุกรรมการ 2 ชุดที่ขัดแย้งกัน
  • ภาคประชาชนและพรรคการเมืองฝ่ายค้านเร่งเปิดโปงหลักฐาน เช่น คลิปและโพย เพื่อกดดันให้ กกต. ส่งฟ้องคดีต่อศาล
  • การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อล้มเครือข่ายของพรรคภูมิใจไทย (ค่ายน้ำเงิน) ซึ่งกำลังตอบโต้ด้วยการฟ้องหมิ่นประมาทผู้ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูล

 คดีฮั้ว สว. กลับมาระอุอีกครั้ง หลัง “ภาคประชาชน” รุกหนัก และขยายแนวร่วมได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่า จะทำคดีดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้

โดยเฉพาะ “พรรคประชาชน” นำโดย “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้านและคณะ ที่ถือเป็นแกนหลักในภาคการเมือง ในการเกาะติดประเด็นดังกล่าว พร้อมทั้งเดินสายจัดกิจกรรม “ครบรอบ 2 ปี เลือก สว.” ต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์

มีการเปิดเผยข้อมูลใหม่ๆ ออกมาทุกรอบ เพื่อให้สังคมได้เห็นหลักฐานว่า มีความชัดเจนเพียงใด ทั้ง “คลิปวิดีโอ- โพย -กล้องวงจรปิด” ถูกนำมาตีแผ่ต่อเนื่อง ยิ่งใกล้วันที่ กกต.จะวินิจฉัยยิ่งออกมาเยอะ และต่อเนื่อง

ภาคประชาชนมี “ยิ่งชีพ อัชฌานนท์” ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ “ไอลอว์” เป็นแกนหลัก ในการไล่บี้หน่วยงานตรวจสอบตลอดจน เปิดเผยข้อมูล และเชื่อมโยงไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป แม้จะถูกฝ่ายผู้มีอำนาจเดินหน้าฟ้องร้องในข้อหาหมิ่นประมาทก็ตาม

ล่าสุดที่น่าสนใจคือ การขยับของ “พรรคประชาธิปัตย์” ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ร่วมวงในประเด็นนี้มาก่อน โดยมีการส่งคนไปร่วมกิจกรรม อย่างในเวทีเสวนาของพรรคประชาชนเมื่อวันอาทิตย์ ที่มี “เสี่ยตาล” สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไปร่วมวงชำแหละ

แม้แต่หัวขบวนอย่าง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่วันก่อนออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย ที่มีการฟ้องบุคคลที่ตีแผ่ข้อมูลคดีฮั้ว สว. โดยเห็นว่า คนที่โดนพาดพิงควรออกมาชี้แจงมากกว่าดำเนินคดีทางกฎหมาย ซึ่งการขยับของ “พรรคประชาธิปัตย์” แต่ละครั้ง ล้วนมุ่งหวังผลเสมอ

เช่นเดียวกับ ภาคส่วนต่างๆ ที่ขยับเขยื้อนกับเรื่องนี้มากขึ้น จนกลายเป็น “แนวร่วมธรรมชาติ”

ขณะที่ฝ่ายตั้งรับมาตลอดอย่าง “พรรคภูมิใจไทย” ก็ตอบโต้แรงเช่นกัน ด้วยการเปิดปฏิบัติการไล่ฟ้องบุคคลที่ออกมาเปิดข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตเลือก สว.

โดยเฉพาะกรณีของ “ยิ่งชีพ” ที่บิ๊กเนมในพรรคภูมิใจไทยหลายรายทยอยแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทไปแล้ว หลังออกมาเปิดโปงว่า มี 9 คนในพรรคเกี่ยวข้องกับการเลือก สว.ที่ผ่านมา

และแม้ “ยิ่งชีพ” จะโพสต์เรียกร้องให้ฟ้องเป็นคดีเดียวกัน อย่าใช้วิธีกระจายฟ้องตามต่างจังหวัดเพื่อให้ลำบากต่อการเดินหน้า หากแต่หลายคนในพรรคภูมิใจไทยที่ถูกพาดพิง ไม่สนใจพร้อมทั้งเดินหน้าเข้าแจ้งความดำเนินคดีในท้องที่ตัวเองแล้วอย่างในกรณีของ “เจ๊รวย” สุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย และ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ส่วน “ลูกแบด” ภราดร” ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย และ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ตอนแรกจะไม่ฟ้อง เพราะเห็นว่า “ยิ่งชีพ” ที่รุ่นน้องที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ล่าสุดมีรายงานว่า โดนแกนนำพรรคภูมิใจไทยทุบหลังให้กลับลำ ไม่ปล่อยให้โชว์หล่อคนเดียว เพราะจะทำคนอื่นเสียขบวน

ขณะที่ “กกต.” เอง ก็มีปฏิกิริยาต่อแรงกดดันของสังคมที่น่าสนใจ โดยเฉพาะตั้งแต่ “แสวง บุญมี” เลขาธิการ กกต.กลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มพิกัดอีกครั้ง ซึ่ง “แสวง” ถือเป็นผู้ที่มีบทบาทอย่างมากในคดีดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ “กกต.” สั่งให้มีการตรวจสอบกรณีข้อมูลบางประเด็นที่อยู่ในสำนวนมติคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง ชุดที่ 26 รั่วไหลออกมาสู่มือของบางฝ่ายที่กำลังเคลื่อนไหว

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการระบุว่า ข้อมูลของคณะอนุกรรมการฯชุดที่ 26 มีรายละเอียดบางด้านที่ขัดแย้งกับข้อมูลของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหา หรือข้อโต้แย้งกับคณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 36 โดยอ้างว่า พยานบางรายที่มาให้การในช่วงเเรกให้การเเบบหนึ่ง แต่ต่อมาพยานคนนั้นมาขอกลับคำให้การที่มีลักษณะคล้ายกับการเคลื่อนไหวของบางฝ่าย

ท่าที“กกต.” กำลังให้น้ำหนักกับข้อสรุปของคณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 36 ที่เสนอให้ กกต. ยกฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 229 คน เนื่องจากไม่มีมูลความผิด สวนทางกับมติของคณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 26 ที่สรุปว่า มีความผิด หากสุดท้าย “กกต.” ยึดตามมติของคณะอนุกรรมการฯชุดที่ 36 จริง เท่ากับว่า คดีฮั้ว สว.จะไม่มีใครผิดเลย

เรื่องราวของ กกต.แตกต่างกับสิ่งที่สังคมได้รับรู้รับทราบผ่านข้อมูลที่มีการนำมาเปิดเผยมากมาย บางคลิปวิดีโอค่อนข้างชัดเจนว่า มีความไม่ปกติและไม่ชอบมาพากล

ต้องจับตาดู “กกต.” จะมีมติสั่งฟ้องตาม “อนุกรรมการ ชุดที่ 26” หรือจะยกฟ้องตามมติ “อนุกรรมการ ชุดที่ 36” ซึ่งการพิจารณาสำนวนจะแล้วเสร็จในช่วงเดือน ส.ค. นี้

การขยับของ “แนวต้าน” หวังให้ “กกต.” ส่งฟ้องศาล เพราะมั่นใจกระบวนการศาลจะเป็นที่พึ่งของคดี “โกง สว.” ตรงกันข้ามกับ “เครือข่ายน้ำเงิน” ที่รู้ดีว่า หากคดีเดินเข้าสู่ชั้นศาล ความเสี่ยงจะเพิ่มทวีคูณ

ปฏิบัติการโหมแรงไฟของ“แนวต้าน” วางเดิมพันทั้งกระดานไปที่คดี“โกง สว.” เพราะเป็นเงื่อนไขเดียวที่จะสามารถล้ม “เครือข่ายค่ายน้ำเงิน” ถอนรากถอนโคนที่ฝังรากลึกเกือบทุกองค์กร