วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

'ศิริกัญญา' แนะให้ทำแผนยุบหน่วยงาน ก่อนทำแผนเออร์ลี่รีไทร์ ขรก.

"ศิริกัญญา" จวกแผนปฏิรูประบบราชการล้มเหลว-ไม่เป็นระบบ  แนะควรทบทวนภารกิจ-ยุบหน่วยงานก่อน อย่าด่วนสรุปทำแผนเออร์ลี่รีไทร์

ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เสนอแนวทางการปฏิรูประบบราชการ และยุบบางหน่วยงานที่มีความซ้ำซ้อน ว่า ตนอยากเห็นวิธีคิดทั้งหมดเกี่ยวกับการปฏิรูประบบราชการ โดยเฉพาะทบทวนภารกิจของหน่วยงานราชการทั้งหมดทั้งประเทศครั้งใหญ่  ว่า กรมต่างๆ ที่อยู่ภายใต้กระทรวงนั้นยังมีภารกิจจำเป็นแบบเดิมหรือไม่ หรือต้องมีภารกิจใหม่ หรือ ทบทวนภารกิจ เพื่อให้รู้ว่าจุดไหนที่ซ้ำซ้อนหรือต้องถูกยุบ ควบรวม ก่อนที่จะเปิดให้ข้าราชการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด หรือ เออร์ลี่รีไทร์  ไม่ใช่เพราะนึกอะไรออกแล้วค่อยบอกทีละหน่วยงาน ซึ่งเป็นการคิดที่ไม่เป็นระบบ 

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า กระบวนการเออร์ลี่รีไทร์ ต้องไม่ใช่แบบสมัครใจ เพราะต้องคัดอออกบุคคลที่ไปต่อกับหน่วยงานไม่ได้ ไม่เช่นนั้น การเออร์​ลี่รีไทร์ที่ประกาศรับฟังความคิดเห็นจะไม่ได้ผล กลายเป็นว่าคนที่มีความสามารถ ถูกเออร์​ลี่รีไทร์ไปก่อนเป็นลำดับแรก จึงไม่แปลกใจหลังจากประกาศรับฟังความคิดเห็นเพียง 3 วันมีคอมเมนต์ 8,000 ความเห็น เพราะไม่ได้ดึงดูดใจของคนที่ต้องการเข้าโครงการ เพราะค่าตอบแทนสูงสุดในการชดเชยเพียง 12 เดือน ข้าราชการที่อายุต่ำกว่า 50 ปี ออกตอนนี้จะยังไม่ได้รับบำนาญ คิดว่าสุดท้ายไม่น่าจะมีข้าราชการสนใจ ส่วนแรงจูงใจที่บอกว่าจะให้หน่วยงานหากมีคนออก 5 คน จะจ้างเอาท์ซอร์ทเข้ามาปรับปรุงด้านเทคโนโลยี ตนมองว่าไม่น่าทำให้หัวหน้าหน่วยงานใดสนใจ สร้างแรงกดดันหรือเชิญชวนให้ข้าราชการภายใต้กำกับดูแลของตัวเองต้องเข้าโครงการนี้ 

“คิดว่าเป็นโครงการที่ล้มเหลว ทำไม่ได้ถูกลำดับขั้นตอน มีข่าวคราวมีปัญหาขึ้นมาคิดจะมาแก้แล้วรีบร้อนในการออกตัวมาตรการ โดยท้ายที่สุดไม่ได้ผล คิดว่า 4,000-5,000 คน ไม่น่าจะได้แน่ๆ แต่ในความเป็นจริงอาจต้องการให้ไซส์กำลังคนภาครัฐเล็กลงกว่านี้อีก นายปกรณ์พูดว่าจาก 3 ล้าน จะเหลือ 2 ล้านคน จะเอาจากที่ไหนเมื่อโครงการเออรีรีไทร์ของท่านไม่ได้น่าดึงดูดเลย” น.ส. ศิริกัญญา กล่าว

เมื่อถามว่า การเออร์ลี่รีไทร์อาจไม่ได้ดึงดูดจึงมีการมองถึงการยุบหน่วยงาน น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เป็นลำดับขั้นตอนที่ผิด ควรต้องคิดเรื่องยุบหรือรวมหน่วยงานก่อน แล้วสุดท้ายเมื่อเหลือแค่ไหนค่อยไปทำเอรี่รีไทร์ แต่กลายเป็นว่าเมื่อโครงการไม่ได้ผล ไปเอาอันโน้นออก หรือมีแรงกดดันจากห้องกรรมาธิการที่มีการพูดเยอะเกี่ยวกับหน่วยงานที่ซ้ำซ้อน และตามกระแสสังคมและอยู่ดีๆ ก็หยิบจับหน่วยงาน มายุบรวมมองว่าเป็นการลูบหน้าปะจมูก เสนอแนะว่าจะต้องทบทวนเรื่องนี้อย่างจริงจังหรือศึกษาก่อนเป็นระยะเวลา 6-12 เดือน เพราะยังไม่ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับงบประมาณทันที และมาตรการที่มีอยู่ยังไม่ได้ช่วยทำให้งบประมาณปี 2571 กลับเข้าสู่สภาวะปกติ ดังนั้น ไม่ต้องรีบร้อนรีบรนออกมามาตรการเช้าอันเย็นอันแบบนี้