"สิริพรรณ" ชี้ช่อง "สว.สำรอง" ฟ้อง “กกต.” หากส่งคดีโกงสว. ถึงศาลฏีกาล่าช้า พร้อมประเมิน เส้นทางคดีโกงสว. กังวลส่งฟ้องบางส่วน ประเมินตัวเลข สว. 66คนโดนสังเวย
ที่รัฐสภา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตอนหนึ่งบนเวที เจาะลึกหลักฐานเกี่ยวกับคดีโกง สว. ภาค 2 จัดโดยคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ว่าตนขอฝากไปยังนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ก่อนหน้านั้นระบุว่าข้อมูลของฝ่ายค้านจะนำไปพิจารณาว่าอยู่ในสำนวนหรือไม่ หากอยู่ในสำนวนคือเรื่องที่กำลังพิจารณา ทั้งนี้สิ่งที่นายแสวงระบุเหมือนว่าสิ่งใดที่ไม่อยู่ในสำนวนแค่รับฟัง กับการพูด หรือ เปิดข้อเท็จจริงทุกวัน กกต. โดยนายแสวงจะไม่สนใจ ซึ่งเท่ากับว่า กกต. จะทำผิดกฎหมายพ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. ที่ใช้ระบบสืบสวนหาข้อเท็จจริงด้วยระบบไต่สวน คือ แสวงหาข้อเท็จจริง ดังนั้นนายแสวงต้องแสวงหาข้อเท็จจริง
“ผมขอฝากไปยัง กกต. หากปฏิเสธการแสวงหาข้อเท็จจริงในกระบวนการไต่สวน วันหนึ่งหากตัดสินใจไปในทางที่ไม่ฟ้อง หรือ ไม่ยื่นศาลคดีฮั้วสว. เจอ 157 แน่นอน และหากเจออย่าลืมคดีของคุณวาสนา เพิ่มลาภในอดีตด้วย ทั้งนี้เป็นประเด็นใหญ่และเชื่อว่าจะมีคนออกมาให้ข้อเท็จจริงอีกมาก จึงเป็นหน้าที่ของ กกต. ชุดใหญ่ แสวงหาข้อเท็จจริงในกระบวนการไต่สวนทั้งหมด นอกจากนั้นมองว่ากกต.ไม่มีทางอื่นนอกจากส่งศาล ขณะที่กระบวนการที่ผิดปกติ และมีข้อพิรุธต่อการทำงานของ กกต. ที่ไม่รับสำนวนของดีเอสไอ หรือ ข้อมูลใหม่ๆ ถือว่ากกต.เป็นนองค์กรที่ไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน จึงต้องส่งศาลเท่านั้น” นายสาทิตย์ กล่าว
นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่าขณะที่พบว่ามีประเด็นข่มขู่พยาน วิปฝ่ายค้านต้องแสวงหาความร่วมมือเพื่อคุ้มครองพยานเพื่อให้เรื่องนี้เดินไปสู่ข้อเท็จจิง เพราะการฮั้วสว. คือ รัฐประหารประชาธิปไตยที่ปล่อยไว้ไม่ได้
ขณะที่นางสิริพรรณ นกสวน สวัสดี นักวิชาการรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในกระบวนการได้มาของสว. ไม่ชอบบการซื้อเสียง แต่การได้มาของสว. เป็นการซื้ออิทธิพลจากอิทธิพลเพื่อยึดกุมรัฐ ซึ่งคล้ายกับการโกงข้อสอบของท้องถิ่น ที่ให้ฝ่ายปกครอง อำเภอ และจังหวัด พิจารณาคุณสมบัติ มาถึงการใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง กลุ่มที่พยายามทำเรื่องนี้ไม่ใช่ความบังเอิญแต่ใช้โครงข่ายอิทธิพล ยึดกุมอำนาจรัฐ
นางสิริพรรณ กล่าวว่าในแง่ของกฎหมายเห็นว่ามี 2 ระดับ คือ พ.ร.ป.การได้มาซึ่ง สว. จะจบบที่ศาลฏีกา และกฎหมายอาญาในคณะชุดที่ 26 พิจารณาอั้งยี่ ซ่องโจร ทั้งนี้การพิสูจน์ปราศจากข้อสงสัยอันสมควรพิสูจน์โดยกฎหมายอาญา แต่กกต.ที่ควบคุม พ.ร.ป.สว. ใช้เพียงหลักฐานที่พึงเชื่อได้ว่าเท่านั้น ที่จะส่งไปศาลฏีกา ทั้งนี้ได้เห็นข้อมูลจำนวนมาก จาก กรรมการตรวจสอบ จากพยานปากคำ เป็นหน้าที่ของกกต.ใช้แค่หลักฐานอันพึงเชื่อได้ว่า ไม่มีหน้าที่พิสูจน์จนปราศจากข้อสงสัย เพราะเป็นหน้าที่ของศาล ซึ่งกกต.มีหน้าที่คุมกติกา ต้องไม่ยื้อเวลาเพราะต้นทุนความล่าช้าเป็นต้นทุนความไม่ชอบธรรม ขอบเขตอำนาจที่ส่งศาลฏีกา พึงเชื่อได้ว่า หรือคิดเป็นอื่นได้แล้ว
“กับสิ่งที่ กกต.ดำเนินการในคดีนี้ มีความเป็นไป 3 ทาง คือ 1.สั่งฟ้อง หากสั่งฟ้องทั้งหมดเป็นชัยชนะของสังคมไทย 2.ไม่ฟ้องเลย หรือยกคำร้องทั้งหมด จะถูกตั้งคำถามต่อกระบวนการตรวจสอบและสังคมไทยสูญเสียของสภาสูง และ3. ฟ้องบางส่วนที่มีความเป็นไปได้สูง ทั้งนี้ต้นไม้ที่เป็นพิษ ตัดปลายที่เป็นพิษ แต่รากแก้วที่เป็นพิษยังอยู่ จะแตกหน่อสร้างมลพิษต่อ ทั้งนี้ปรากฎการณ์ได้มาของสว. ได้เห็นการใช้อิทธิพล เทคโนโลยี เครือข่ายยึดกุมอำนาจรัฐ สิ่งที่กังวลใจคือการตัดตอนผู้เสียหายบางส่วน ให้สังคมรับรู้ว่าถูกรับผิดชอบแล้ว” นางสิริพรรณ กล่าว
นางสิริพรรณ กล่าวต่อว่า ต้องยุติกระบวนการเลือก สว. ก่อนเลือกตั้งรอบหน้า ผ่านการแก้รัฐธรรมนูญ ขอให้เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ รายมาตราว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. เพราะหากมีกระบวนการตัดตอนคดีฮั้วสว. เชื่อว่าจะต้องคงเสียงข้างมากในสภาสูงไว้ 1 ใน 3 ซึ่งตัวเลขที่คาดว่าจะถูกฟ้อง คือ สว. 66 คน ที่ต้องถูกสละตำแหน่งเพื่อให้ สว.สำรองขึ้นมาทำหน้าที่ แต่ตัวเลขดังกล่าวไม่สามารถขับเคลื่อนเรื่องแก้รัฐธรรมนูญได้
นางสิริพรรณ กล่าวต่อว่าการเอาผิด กกต. ด้วยมาตรา 157 อาจจะเป็นไปได้อยาก เพราะกกต.จะอ้างว่าทำตามกฎหมาย แต่มีอีกช่องทางที่จัดการกับ กกต.ได้ หากทำงานล่าช้าหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ คือ ศาลปกครอง โดย สว.สำรอง สามารถดำเนินการฟ้องร้อง กกต. ได้ ซึ่งตนหวังว่ากกต.จะทำหน้าที่พยุงความชอบธรรมและความเชื่อมั่นในการจัดการเลือกตั้งกลับมา
นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ กล่าวว่าตนมีข้อมูลว่านายสุบิน ศักดา ผู้ที่ถูกดำเนินคดีฐานฟอกเงิน มีประวัติรับโอนเงินจากน.ส.นิสิตา หมั่นไชย เสมียนของพรรคภูมิใจไทยที่จ.สุราษฎร์ธานี และโอนต่อไปให้กับผู้สมัคร สว. จากอ.วิภาวดี จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 10 คน 15 ก.ย.2567 และ 16 มิ.ย.2567 โดยระบุว่าเป็นค่าใช้จ่ายด้านต่างๆ เช่น ค่าปุ๋ย ค่าตอไม้ ค่ายาฉีดทุเรียน ค่าเช่าพระเครื่อง ค่าเช่ารถตู้ ค่าซื้อน้ำมัน ทั้งนี้ ตนไม่แน่ใจว่านายสุบินแอบอ้างเป็นคนของภูมิใจไทยหรือผู้ช่วยของนายพิชัย ชมภูพล สส.สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย หรือไม่ หรือรู้จักกัน หรือรู้เห็นเป็นใจหรือไม่ ตนขอให้ชี้แจงตนก่อนที่จะคิดจะฟ้องร้องตน รวมถึงขอให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม ชี้แจงต่อประเด็นที่มีความเกี่ยวข้องกับกรณีนางนาที รัชกิจประกาด้วย


