เพียงแค่รอ"พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์" ผู้บัญชาการทหารเรือ(ผบ.ทร.) คอนเฟิร์ม "กองทัพเรือ"พร้อมเปิดผลการคัดเลือกต่อเรือฟริเกต ก่อนสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ ก็จะได้รู้ว่าใน 6 บริษัท 4 ชาติ บริษัทใดจะเข้าวิน ประกอบด้วย
1.บริษัท Hyundai Heavy Industries Co., Ltd. (สาธารณรัฐเกาหลี)
2.บริษัท Singapore Technologies Engineering Ltd. (สาธารณรัฐสิงคโปร์) 3.บริษัท Askeri Fabrika ve Tersane İşletmeleri A.Ş. (สาธารณรัฐตุรกี) 4.บริษัท TAIS Gemi İnşa ve Teknoloji A.Ş. (สาธารณรัฐตุรกี)5บริษัท Hanwha Ocean Co., Ltd. (สาธารณรัฐเกาหลี) และ6.บริษัท Navantia S.A. (ราชอาณาจักรสเปน)
ไทม์ไลน์ดังกล่าวเป็นห้วงเวลาเดียวกับที่ กองทัพเรืออยู่ระหว่างการทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายทหารชั้นนายพลประจำปี 2569 โฟกัสเก้าอี้ "ผบ.ทร.คนใหม่" แทน พล.ร.อ.ไพโรจน์ ที่จะเกษียณอายุราชการ 30 ก.ย.2569 นี้ ซึ่งต้องเข้ามารับไม้ต่อในการแก้ไขปัญหา ทร. เรื่องการดำรงสภาพความพร้อมรบ ในขณะที่ "เรือรบ"ก็โรยราเต็มที
แม้ "พล.ร.อ.ไพโรจน์" จะให้ความมั่นใจว่า ศักยภาพกำลังทางเรือในระยะนี้ยังสามารถควบคุมพื้นที่อธิปไตยทางทะเลได้เบ็ดเสร็จ และเหนือกว่ากองทัพเรือกัมพูชาที่จะเพิ่งรับมอบเรือคอร์เวต Type 056 จำนวน 2 ลำจากจีน รวมของเดิมเป็นเรือเก่า 4-6 ลำ อยู่หลายขุม ก็ตาม
ทว่า หากไม่รีบแก้ปัญหาจะส่งผลกระทบต่อกำลังทางเรือในอนาคตอย่างเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากเรือฟริเกตที่ประจำการอยู่มีอายุใช้งานอย่างยาวนาน และกำลังปลดระวาง 3 ลำ จาก 4 ลำ
เรือหลวงรัตนโกสินทร์ อายุ 40 ปี (ซ่อมบำรุง) เรือหลวงนเรศวร อายุ 32 ปี (รับส่งกำลังบำรุง) เรือหลวงตากสิน อายุ 31 ปี (รับส่งกำลังบำรุง) และเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช อายุ 7 ปี (ปฏิบัติการ)
ทั้งนี้ ตามยุทธศาสตร์ ทร. กำหนดต้องมีเรือฟริเกตสมรรถภาพสูง 8 ลำ ในปี 2580 ใช้ปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ทางทะเลฝั่งอันดามัน 4 ลํา และฝั่งอ่าวไทย 4 ลํา
อยู่ระหว่างจัดหาใหม่จํานวน 1 ลํา ในปีงบประมาณ 2569 และเตรียมเสนอขอเพิ่มอีก 1 ลํา ในปีงบประมาณ 2571 โดยจะใช้เวลาประมาณ 6-7 ปี ถึงจะมีการส่งมอบเรือ
ส่วนเรือตรวจการไกลฝั่ง ประกอบด้วย เรือหลวงมกุฎราชกุมาร อายุ 53 ปี เรือหลวงคีรีรัฐ อายุ 52 ปี เรือหลวงเจ้าพระยา อายุ 35 ปี เรือหลวงบางปะกง อายุ 35 ปี เรือหลวงกระบุรี อายุ 34 ปี เรือหลวงสายบุรี อายุ 34 ปี เรือหลวงปัตตานี อายุ 20 ปี เรือหลวงนราธิวาส อายุ 20 ปี เรือหลวงกระบี่ อายุ 13 ปี เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ อายุ 7 ปี
ทั้งนี้ ตามแผนการเสริมสร้างยุทโธปกรณ์ที่กรมยุทธการทหารเรือเพิ่มขีดความสามารถกองเรือที่ทยอยปลดประจําการ ประกอบด้วย เรือฟริเกตสมรรถนะสูง เรือดําน้ํา เรือตรวจการไกลฝั่ง เรือตรวจการณ์ระยะปานกลาง โดยจะลดแบบ ลดจํานวนที่มีอยู่ และเป็นการปฏิบัติในลักษณะเดิม ใช้ยุทโธปกรณ์เดิม
ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์กองทัพเรือ ที่ต้องมีเรือฟริเกต 8 ลำ เรือตรวจการณ์ระยะไกลฝั่ง 10 ลํา เรือตรวจการณ์ปานกลาง 12 เรือตรวจกลางระยะใต้ฝั่ง 18 ลำ และ เรือตรวจการณ์รูปแบบอื่นในการพัฒนาต่อไปในอนาคต อาทิ ยานผิวน้ํา ยานใต้น้ำ อากาศไร้คนขับประจําอยู่เรือ ส่วนเรือหลวงจักรีนฤเบศรจะปรับภารกิจเป็นยานแม่ของอากาศยานไร้คนขับ
สำหรับการคัดเลือกผู้นำเหล่าทัพ กระทรวงกลาโหมมีนโยบายว่า ควรมีอายุราชการ 2 ปีขึ้นไป เพื่อความต่อเนื่องการทำงาน เพราะปีเดียวสั้นเกินไป วัดได้จาก พล.อ. อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) นั่งเก้าอี้ 2 ปี พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) 3 ปี พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) 2 ปี
ยกเว้น ผบ.ทร. ยังคงปีเดียวต่อเนื่องมาหลายยุค ตั้งแต่ พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย พล.ร.อ.เชิงชาย เชิงชมแพทย์ พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ จนมาถึง พล.ร.อ.ไพโรจน์
ดังนั้นต้องจับตา ผบ.ทร.คนใหม่ จะมีอายุราชการปีเดียวเช่นเดิม หรืออาจต้องปรับเปลี่ยนเลือกคนเหลืออายุราชการ 2 ปี เพื่อความต่อเนื่องในการจัดหาเรือฟริเกต ที่ยังมีลำที่ 2 ในปีงบประมาณ 2571 ลำที่ 3 ลำที่ 4 ตามลำดับ รวมถึงการผลักดันแผนเสริมสร้างยุทธโธปกรณ์และกำลังรบทางเรือใหม่ ให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์กองทัพเรือ
สำหรับแคนดิเดต ผบ.ทร. 4 คน พล.ร.อ.สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช รอง ผบ.ทร. เตรียมทหารรุ่น 25 (ตท.25) เหลืออายุราชการปีเดียว เกษียณปี 2570
พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้ช่วย ผบ.ทร.(ตท.26) เหลืออายุราชการ 2 ปี เกษียณปี 2571
พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ (ตท.27) อายุราชการเหลือ 2 ปี เกษียณปี 2571
พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี (ตท.26) ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ผบ.กร.) เหลืออายุราชการปีเดียว เกษียณ 2570
นอกจากนี้ ยังต้องดูผลพวงของโครงการเรือฟริเกตที่จะประกาศชื่อบริษัทที่ได้รับการคัดเลือกในเร็ววันนี้ จะมีการร้องเรียนของบริษัทที่ไม่ได้เป็นผู้ชนะหรือไม่ และอาจตามมาด้วยปัญหาคลื่นใต้น้ำภายในกองทัพเรือ อาจเป็นตัวแปรสำคัญชี้วัดคนที่ได้เป็น "ผบ.ทร.คนใหม่"


