วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม 2569

Login
Login

กกต.จ่อเอาผิดคนปล่อยข้อมูล 'ฮั้วสว.' เชื่อหลุดจากคณะ 26

กกต.จ่อเอาผิดคนปล่อยข้อมูล 'ฮั้วสว.' เชื่อหลุดจากคณะ 26 เผยพยานกลับคำให้การ ต้องพิจารณาร่วมกับคณะ 36 จึงจะรอบคอบ เพื่อให้สำนวนสมบูรณ์

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) เเจ้งว่า กรณีนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. เเละนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต. ระบุว่า สำนวนคดีฮั้วสว. น่าจะสรุปได้หลังจากคณะกรรมการกกต.ประชุมอีก 4 ครั้ง ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนสิงหาคม ขณะเดียวกัน นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการผู้จัดการสถาบันพระปกเกล้าและ ไอลอว์ (iLaw) ได้ระบุชื่อเเกนนำพรรคภูมิใจไทย 9 คน ขอให้นายพริษฐ์ วัชระสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน ตรวจสอบ ส่งผลให้พรรคภูมิใจไทยเตรียมดำเนินคดีทางกฎหมาย

เเหล่งข่าว ระบุว่า กกต.กำลังจับตาความเคลื่อนไหวของนายยิ่งชีพ และนายพริษฐ์ เนื่องจากมีความเคลื่อนไหวสอดรับนักวิชาการ สว.อิสระ และสว.สำรอง รวมทั้งผู้สมัครสว.บางรายที่ออกมาให้ข้อมูลกับสังคมในข่วงที่ผ่านมา จะพบว่าบางประการมีความผิดปกติ
 

โดยเฉพาะลักษณะข้อมูลของบุคคลเหล่านี้ที่นำมาเผยเเพร่กับสังคมในช่วงที่ผ่านมา สอดรับกันอย่างผิดวิสัยเเม้จะอ้างว่าได้มาจากการไปร่วมพูดคุยกับตัวเเทน เเกนนำบางพรรคในข่วงก่อนการเลือกสว. 

"ข้อมูลบางประเด็นอยู่ในสำนวนมติคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง ชุดที่ 26 เเต่บุคคลบางรายนำมาเปิดดผยกับสังคมในช่วงที่ผ่านมาเเละกำลังจะเปิดเผยอีกนั้น มีโอกาสสูงที่ข้อมูลของการสืบสวนในคณะอนุกรรมการฯชุดที่ 26 รั่วไหลไปยังบางฝ่าย และถูกนำมาเผยแพร่ต่อสังคม ซึ่งอาจจะมีเจตนาเพื่อกดดันการวินิจฉัยของกกต. ให้เป็นไปในทิศทางที่ฝ่ายการเมืองต้องการ"
 

เเหล่งข่าว กล่าวอีกว่า กรณีข้อมูลของคณะชุดที่ 26 หลุดออกมา กกต.ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้สอบสวนภายในมาระยะหนึ่งเเล้ว เพื่อนำคนผิดมาลงโทษไม่ว่าจะสังกัดหน่วยงานใดก็ตาม เพราะการนำความลับในสำนวนการสอบสวนไปเผยแพร่กับสังคมก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมนั้นนับว่าเป็นความผิดทางกฎหมาย เนื่องจากเป็นการนำความลับทางราชการ (สำนวนการสอบสวน) ออกไปเผยเเพร่สู่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต"

ทั้งนี้ข้อมูลของคณะอนุกรรมการฯชุดที่ 26 มีรายละเอียดบางด้านที่ขัดเเย้ง
กับข้อมูลของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งกับคณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 36 เพราะข้อมูลเเละพยานหลักฐานบางอย่างขัดเเย้งกัน   เองในสำนวนของคณะอนุกรรมการฯชุดที่ 26

"พยานบางรายที่มาให้การในช่วงเเรกให้การเเบบหนึ่ง ต่อมาพยานคนนั้นมาขอกลับคำให้การที่มีลักษณะคล้ายกับการเคลื่อนไหวของบางฝ่าย เเละพยานบางรายให้การเเบบผิดสังเกตโดยขาดหลักฐานที่มีน้ำหนัก มีการกล่าวอ้างลอยๆเเละพยานบางรายให้การสอดรับกับพยานคนอื่นๆเเบบผิดวิสัยเเละการสืบสวนในทางลับพบว่าเเทบทุกพรรคหรือกลุ่มการเมืองมีการล็อบบี้คนให้ลงสมัครสว.เช่นกันเเต่ได้เข้าไปเป็นสว.จำนวนต่ำกว่าที่คาดไว้จึงประสานกับหลายกลุ่มที่ไม่ได้เป็นสว.มาดำเนินการร้องเรียนการฮั้วสว.ดังกล่าว"

แหล่งข่าว ระบุอีกว่า เนื่องจากพยานมีการกลับคำให้การหลายครั้ง จึงเป็นเหตุให้ กกต. ขอใช้ประชุม 12 ครั้ง เพื่อวินิจฉัยให้กระจ่าง และให้กรณีนี้เป็นที่สิ้นสุด  เพื่อพิจารณาสำนวนของคณะอนุกรรมการฯชุดที่ 26 กับชุดที่ 36 ตามข้อเท็จจริงเเละพยานหลักฐานที่น่าเชื่อถือ