วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม 2569

Login
Login

'อภิสิทธิ์' แฉ ขู่พยาน 'คดีโกงสว.' จ่อยื่นรัฐล้มTH-AI Passport-สางเขากระโดง

'อภิสิทธิ์' ย้ำบทบาทฝ่ายค้านเดินหน้าสอบคดีโกง แฉ พฤติกรรมขู่พยาน 'คดีสว.' จ่อยื่นรัฐล้มTH-AI Passport-สางเขากระโดง พรุ่งนี้

ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงทิศทางการทำงานของพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยระบุถึงประเด็นข้อสงสัยเรื่องการทุจริตและการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในประเด็นเรื่องการฮั้ว สว. นั้น ทางพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคประชาชน ได้ขับเคลื่อนการทำงานเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงไปหลายขั้นตอนแล้ว ซึ่งรวมไปถึงการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมกับภาคประชาชนในการช่วยกันสอดส่องและตรวจสอบความไม่ชอบมาพากล

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวว่า สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์รู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่งในขณะนี้ คือเริ่มพบสัญญาณและพฤติกรรมในลักษณะของการข่มขู่ ตลอดจนการพยายามขัดขวางการทำงานของกลุ่มคนที่ออกมาเคลื่อนไหวตรวจสอบในเชิงลึก

นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ยอมถอยให้กับการคุกคามดังกล่าว โดยในช่วงสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ ได้มอบหมายให้ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เดินทางไปเข้าร่วมกิจกรรมกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อเกาะติดและเดินหน้าตรวจสอบกรณีการฮั้ว ส.ว. อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง

“พรรคประชาธิปัตย์พร้อมปกป้องทุกคนที่ออกมาทำงานในเรื่องนี้ เพื่อให้ความจริงปรากฏและความถูกต้องปรากฏต่อสังคม และผู้ที่กระทำความผิดนั้นต้องรับผิดชอบ” นายอภิสิทธิ์กล่าวเน้นย้ำ

ในส่วนของโครงการ  TH-AI Passport ทาง การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบระบบและติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดมาตั้งแต่ต้นผ่านแพลตฟอร์ม "ส่องรัฐ" ซึ่งภายในวันพรุ่งนี้ (24 ก.ค.) พรรคจะเดินทางเข้ายื่นหนังสืออย่างเป็นทางการถึงรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ เพื่อชี้ให้เห็นถึงจุดอ่อนสำคัญของโครงการ พร้อมทั้งเสนอแนวทางการใช้เงินงบประมาณจำนวน 1,600 ล้านบาท ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด เพื่อให้รัฐมนตรีนำไปพิจารณาดำเนินการทบทวน ปรับปรุง หรือพิจารณายกเลิกโครงการดังกล่าวต่อไป

นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงกรณีการตรวจสอบปัญหาที่ดินเขากระโดง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ว่า พรรคเตรียมจะยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเช่นเดียวกัน เนื่องจากพบว่าปัจจุบันยังไม่มีการปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลปกครอง ที่ได้ชี้ขาดไว้อย่างชัดเจนว่ากรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวเป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)

นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า ทั้งสองเรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จะยังคงเกาะติดและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะได้รับการแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมายอย่างแท้จริง
.