วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

'อดีตผู้ต้องขัง' หนุนเรือนจำ ปรับทักษะ-อาชีพเลี้ยงตัว-การรักษา

"อนุกมธ. เชิญ 4 อดีตผู้ต้องขัง สะท้อนภาพเรือนจำ “แอล โอรส” แฉ จ่ายยาไม่ตรงโรค แนะให้ทบทวนการรักษา-ส่งต่อรพ.นอกเรือนจำ ด้าน "เอิร์น วัดใหญ่” หนุนสร้างอาชีพเลี้ยงตัว

ที่รัฐสภา นางรัดเกล้า  อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาศึกษาความยุติธรรม คุณภาพชีวิต การเข้าถึงคุณภาพการรักษาพยาบาลของผู้ต้องขังในเรือนจำ และการกลับคืนสู่สังคมสำหรับผู้เคยก้าวพลาด สภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงการประชุม ซึ่งได้เชิญอดีตผู้ต้องขัง  ได้แก่ นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสกโลโซ นายศรายุทธ ศรีกำเนิด หรือ แอล โอรส นายนพนันท์ ทองเคลือ  หรือ เอิร์น วัดใหญ่ และนายอัครินทร์ ปูรี หรือ หรั่ง พระนคร เข้าให้ข้อมูลต่อประเด็นแนวทางสร้างโอกาสทางอาชีพและการกลับคืนสังคมสำหรับผู้เคยก้าวพลาด

โดย นางรัดเกล้า กล่าวว่า  การทำงานของอนุกมธ. ต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน ในมิติ 4 มิติ คือ มิติยุติธรรม เพื่อยกระดับสิทธิพื้นฐานและความยุติธรรมในกระบวนการคุมขัง เข้าถึงทนายความ และความช่วยเหลือด้านกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ มิติคุณภาพชีวิต เพื่อปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ สุขอนามัย ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการศึกษา เพื่อพัฒนาความคิดและจิตใจ มิติการเข้าถึงบริการสาธารณสุข  พัฒนาระบบบริการสาธารณสุข การรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ และมิติการกลับคืนสู่สังคม  ผ่านการสร้างกลไกคความร่วมมือเอกชนฝึกอาชีพที่นำปใช้ด้จริงในตลาดแรงงาน คืนคนดีสู่สังคมและลดการทำผิดซ้ำ

ขณะที่นายนพนันท์ กล่าวว่า จากการใช้ชีวิตในเรือนจำ 21 ปี 8 เดือน ตนมองว่าการดูแลผู้ต้องขังควรเน้นเรื่องการพัฒนาจิตใจ ให้มีศีลธรรม มีจริยธรรม เพื่อให้ผู้ต้องขังมีคุณภาพ ทั้งนี้ผู้ต้องขังคือประชากรไทย หากมองว่าเป็นคนไร้ค่าจะอยู่แบบไร้ค่า แต่หากมองเห็นคุณค่า จะมีมูลค่า

“คนที่ติดคุก 10-30 ปีขังไว้เฉยๆ ไม่มีประโยชน์ ดังนั้นอยากให้ใส่เรื่องความรู้ ด้านการศึกษา วิชาชีพ เพื่อต่อยอดการดูแลตัวเองนอกเรือนจำ ปกติในเรือนจำจะสอนให้พับถุง เย็บแผล เย็บรองเท้า สิ่งเหล่านี้ออกมาข้างนอกไปต่อไม่รอด ทั้งนี้ควรส่งเสริมวิชาชีพ เช่น ช่างตัดผม ช่างตัดต่อ คอมพิวเตอร์ เอไอ งานศิลปะมากกว่า บางคนนติดคุกนานเกินไป ไม่รู้ว่าเขาหากินกันอย่างไร  ไม่ทันโลกแล้ว ซึ่งมีโอกาสกลับมาทำผิดซ้ำได้อีก” นายนพนันท์ กล่าว

ขณะที่นายศรายุทธ กล่าวว่าตนขอฝากให้พัฒนาการรักษาพยาบาลผู้ต้องขัง เพราะจากที่พบคือ ไม่ว่าป่วยด้วยโรคอะไร จะได้แต่ยาพาราเซตามอล  หรือ กรณีปวดท้อง ได้รับเกลือแร่และน้ำตาลให้ผู้ต้องขังผสมน้ำดื่ม หรือผู้ที่เป็นข้อเข่าเสีย ได้รับยาคลายเส้น ซึ่งไม่ตรงกับโรคที่เป็น ดังนั้นอยากให้พิจารณาสิทธิการดูแลรักษาพยาบาล ด้วยความใส่ใจและทบทวนการส่งต่อไปรักษาพยาบาลนอกเรือนจำ