“นายกฯ อนุทิน” ต้องไม่ลืมว่า ในวันแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เมื่อ 10 เม.ย.69 เคยลั่นวาจา กลางสภาฯ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล จะกล้าสั่งให้รัฐมนตรีกระทรวงใด ต้องเก็บของ ?
KEY POINTS
- กระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีอาจเกิดขึ้นเร็วกว่ากำหนด โดยมีเป้าหมายที่กลุ่ม “รัฐมนตรีลูกเทพ” ซึ่งถูกตั้งคำถามเรื่องผลงาน และที่มาของตำแหน่งว่าได้มาเพราะความใกล้ชิดกับ “ไชยชนก ชิดชอบ” บุตรชายของเนวิน ชิดชอบ
- อำนาจตัดสินใจในการปรับ ครม. และการพิจารณาโควตาของกลุ่มรัฐมนตรีลูกเทพ ขึ้นอยู่กับ “2 น.” คือ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล และ เนวิน ชิดชอบ ซึ่งต้องสร้างสมดุลระหว่างแรงกดดันภายใน และภายนอกพรรค
- กลุ่มรัฐมนตรีลูกเทพกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก ทั้งจากฝ่ายค้านที่ทวงถามผลงาน และจากความไม่พอใจภายในพรรคภูมิใจไทยเอง ทำให้หลายคนต้องเร่งสร้างผลงานเพื่อพิสูจน์ตัวเอง และรักษาตำแหน่ง
- นายกฯ อนุทิน เคยประกาศไว้ในสภาฯ ว่ารัฐมนตรีที่ทำงานล้มเหลวจะต้อง “เก็บของ” ซึ่งคำพูดนี้ได้ย้อนกลับมาเป็นแรงกดดันให้ต้องตัดสินใจว่าจะดำเนินการกับรัฐมนตรีที่ผลงานไม่เข้าเป้าหรือไม่
ท่ามกลางกระแสข่าวการส่งสัญญาณ “รีเซ็ต” ด้วยการ “ปรับ ครม.อนุทิน” จากเดิมมีการคาดการณ์ไว้ที่ 6 เดือน - 1 ปี ของการบริหาร แต่ภายใต้สารพัดปัจจัยที่ส่งผลให้คะแนนนิยมรัฐบาลเวลานี้อยู่ในช่วงขาลงอย่างเห็นได้ชัด ย่อมเป็นตัวกระตุ้นให้การปรับ ครม.อาจเกิดขึ้นเร็วกว่ากำหนด
โดยเฉพาะกลุ่ม “รัฐมนตรีลูกเทพ” ที่ถูกทวงถามถึงผลงานว่า เป็นรัฐมนตรี “สเปกเทพ” หรือแท้จริงแล้ว ได้ดีเพราะมีความสนิทสนมใกล้ชิดกับ “ลูกนก”ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี เลขาธิการพรรค ลูกชาย “ครูใหญ่สีน้ำเงิน” จนได้ “ตั๋วพิเศษ” กันแน่
ประเด็นนี้ ถูกขยี้หนักจากขั้วฝ่ายค้าน ทั้งกรณีที่ “การดี เลียวไพโรจน์” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งคำถามถึงการแต่งตั้งรัฐมนตรีจากกลุ่มลูกเทพ ซึ่งควรจะมาจากความสามารถมากกว่านามสกุล
รองหัวหน้า ปชป.ขยี้ละเอียด ถึงกระทรวงที่อยู่ในการดูแลของรัฐมนตรีกลุ่มนี้ ทั้งเรื่องทิศทาง AI ดาต้าเซนเตอร์ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบและปรับโครงสร้างจากวิกฤติพลังงาน โครงการ TH-AI Passport ที่ 5 ล้านคนรอใช้ หรือเอางบโครงการนี้ 1,600 ล้านบาท ไปสร้างยุทธศาสตร์ที่ดีขึ้นหรือไม่อย่างไร
ก่อนที่ต่อมา จะได้เห็นท่าทีของ “มท.เต้ย” พลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย หนึ่งในรัฐมนตรีกลุ่มลูกเทพ ออกมาบลัฟกลับ “ดีแต่พูด” พร้อมโชว์ผลงาน “2 รัฐมนตรีลูกเทพ” กระทรวงมหาดไทย ทั้งกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย ที่อยู่ในความดูแลของ “มท.ชาร์ท” เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์
หรือเรื่องการจัดการทุจริตสอบท้องถิ่น ที่อยู่ในการดูแลของ “มท.แพ” วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ที่กำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น(สถ.) ที่ยืนยันว่าจัดการอย่างเต็มที่
แม้แบ็กอัปของ มท.4 จะมีทั้ง “ไชยชนก” รวมถึง “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม แม่ทัพอันดามันค่ายสีน้ำเงิน ซึ่งสนิทชิดเชื้อกับตระกูล “เลียงประสิทธิ์” แต่ถึงที่สุด มท.4 อาจต้องลุ้นที่การสร้างผลงาน เพื่อพลิกสถานการณ์เสี่ยงจากรัฐมนตรีกลุ่ม “เรดโซน” ไปอยู่ในกลุ่มเซฟโซน
ไหนจะประเด็นดราม่า “ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์” บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 จำนวนมาก ซึ่งรัฐบาล และพรรคภูมิใจไทยเจอ “กระแสตีกลับ” อย่างหนัก ในประเด็นการจัดสรรสิทธิให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง มีการยกตัวอย่าง บางรายแค่ครอบครองซากรถเก่า ก็หมดสิทธิบัตรสวัสดิการ
จึงได้เห็นแอกชันของบรรดา “รัฐมนตรีลูกเทพ” ชิงจังหวะเร่งสร้างผลงาน ทั้ง “ภราดร ปริศนานันทกุล” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่อัดคลิปวิดีโออธิบาย และแนะแนวทางการอุทธรณ์
“มท.เต้ย” พลพีร์ และ “รมต.โต้ง” สิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ที่ล่าสุดตั้งโต๊ะแถลงข่าว เตรียมเสนอ ครม.ขยายเวลาการยื่นขอทบทวนสิทธิ ถึง 20 ก.ย.2569 พร้อมขอโทษประชาชน โดยจะทำหนังสือถึงกระทรวงการคลังเพื่อปรับเกณฑ์ใหม่
การขยับของบรรดา “รัฐมนตรีลูกเทพ” เพื่อชิงกระแส เร่งสร้างผลงานเพื่อสยบครหาได้ “ตั๋วพิเศษ” กำลังตอกย้ำถึง “สัญญาณรีเซ็ต” เพื่อกลบจุดอ่อนรัฐบาล ที่เวลานี้คะแนนนิยมกำลังอยู่ในช่วงขาลง ด้วยการปรับ ครม. อาจรวมไปถึง “14 เก้าอี้ประธาน กมธ.” สภาผู้แทนราษฎร ที่เริ่มดังถี่ๆ เป็นระยะ
โฟกัส “รัฐมนตรี” และ “ประธาน กมธ.” กลุ่มลูกเทพ รอบที่ผ่านมา ผงาดยกชุด ลึกๆ ย่อมสร้างความไม่พอใจให้หลายกลุ่มใน “พรรคสีน้ำเงิน” ไหนจะแรงเขย่าจาก “นอกพรรค” ที่ทวงถามถึงผลงาน 3 เดือนของรัฐมนตรีกลุ่มนี้
เมื่อสแกนความเสี่ยงลูกเทพข้างต้นแล้ว ยังมีรัฐมนตรี ประธาน กมธ.และ สส.กลุ่มลูกเทพ อีกหลายคน ทั้ง “แนน บุณย์ธิดา สมชัย” โฆษกพรรคภูมิใจไทย และรมช.ดีอี “รมต.นอร์ท” ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม “อ๋อง” ธนยศ ทิมสุวรรณ ลูกชายบ้านใหญ่เมืองเลย ประธาน กมธ.การปกครอง สภาฯ และ “กรวีร์ ปริศนานันทกุล” สส.อ่างทอง ลูกชายบ้านใหญ่อ่างทอง น้องชาย “รมต.ลูกแบด” ภราดร ที่เวลานี้สวมหมวกประธานวิปรัฐบาล รวมถึง “ธาม” ชลัฐ รัชกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อลำดับ 6 ลูกชาย“โกเกี๊ยะ”พิพัฒน์ แม่ทัพภาคใต้ค่ายน้ำเงิน
แม้ “รัฐมนตรี” และ “ประธาน กมธ.” กลุ่มนี้จะมีแบ็กอัปดี เป็น “คีย์แมนสีน้ำเงิน” จนสามารถตีตั๋วเข้ามาได้ในรอบแรก แต่แรงกระเพื่อม ทั้ง “คลื่นใต้น้ำ” ในพรรคสีน้ำเงิน จากกลุ่มอกหักก็เริ่มแรงขึ้น ไหนจะศึกนอกพรรค ที่ชิงจังหวะที่รัฐบาลขาลง
ย่อมต้องจับตา “2 น.” คือ “น.หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค และ “น.เน” เนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่สีน้ำเงิน จะบาลานซ์ดุลอำนาจอย่างไร ระหว่างการเรียกคืนบางโควตาที่ไม่ผ่านเคพีไอ เพื่อตัดจบสยบป่วน หรือยังให้โอกาสเพื่อประคอง “รัฐนาวาสีน้ำเงิน” ฝ่ากระแสไปให้ได้
โดยเฉพาะ “นายกฯ อนุทิน” ต้องไม่ลืมว่า ในวันแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เมื่อ 10 เม.ย. เคยลั่นวาจากลางสภาฯ ไว้ว่า
“สำหรับผมรัฐมนตรีคนไหน รองนายกฯ คนไหน กลับมาด้วยความล้มเหลว เขารายงานเสร็จ ก็ต้องรู้ว่าต้องไปเก็บของ และต้องให้คนที่มีความสามารถที่ดีกว่ามาทำ ผมบริหารงานทำงานในลักษณะที่ทำมาแล้ว ก็ประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน มีความล้มเหลวหรือไม่ มีความล้มเหลวบ้าง แต่สำเร็จมากกว่า ก็เลยทำให้ผมสั่งสมประสบการณ์ในการดูว่า คนนี้ถนัดอย่างนี้ คนนั้นถนัดอย่างนั้น และมีการมอบหมายงานให้ทำ ขอรับรองเลยว่า ผมคิดก่อน”
ที่สุดแล้ว ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล จะกล้าสั่งให้รัฐมนตรีกระทรวงใด ต้องเก็บของ ?
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





