วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘1 ปี’ ปิดด่าน ‘ไทย-กัมพูชา’ การเมือง'ล็อกยาว'เศรษฐกิจ

 “ไทย-กัมพูชา” มีแนวโน้มจะรื้อฟื้นความสัมพันธ์ นับตั้งแต่มีการโยนหินถามทางกรณี “เปิดด่าน” ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม พลันที่มีกระแสข่าวการพบกันไม่เป็นทางการระหว่าง คนใกล้ชิด “ฮุน เซน” ประธานวุฒิสภากัมพูชา กับเจ้าหน้าที่ระดับพื้นที่ของไทย เมื่อเมษายน 2569 ที่ผ่านมา

โดยนำร่อง“ด่านจันทบุรี-ตราด” ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) เพราะเป็นพื้นที่ที่ไทย-กัมพูชา มีความสัมพันธ์กันดีที่สุดหากเทียบกับฝั่งอีสาน และจ.สระแก้ว

พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ออกมายืนยันว่า ข่าวเปิดด่านชายแดน จันทบุรี-ตราด เพื่อส่งของบรรเทาทุกข์ไปยังกัมพูชาไม่เป็นความจริง โดยปัจจุบันด่านปิด100% แต่ในเนื้อข่าวไม่มีการพูดถึง หรือปฏิเสธการพบกันของบุคคลสำคัญของกัมพูชากับเจ้าหน้าที่ไทย

จังหวะเดียวกัน มีการเปลี่ยนประธานอาเซียนตามวงรอบ จากประเทศมาเลเซีย ส่งไม้ต่อให้ประเทศฟิลิปปินส์ พร้อมอาสาจะเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยลดความตึงเครียดระหว่างไทย-กัมพูชา

การจัดประชุม 3 ฝ่ายระหว่าง ไทย-กัมพูชา-ฟิลิปปินส์ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ โดยประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ ทำหน้าที่เป็นคนกลาง “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯไทย และ“ ฮุน มาเนต”นายกฯกัมพูชา

ผลการหารือเหมือนได้ข้อสรุปที่ดี อนุทิน ได้แจ้ง ฮุน มาเนต รับทราบไทยยกเลิก MOU44 หลัง 20 ปีไม่คืบหน้า และเปลี่ยนไปใช้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)

“อนุทิน-ฮุนมาเนต” เห็นพ้องให้ รมว.ต่างประเทศของไทย-กัมพูชา ร่วมกันเจรจารายละเอียดเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ปรับแนวทางจัดการข้อพิพาทโดยสันติวิธี และฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยเน้นย้ำการเจรจาและการใช้กลไกทางการทูตแทนการใช้กำลัง แต่เพียงไม่กี่วัน สิ่งที่พูดคุยกันไว้ในการประชุม 3 ฝ่าย พังไม่เป็นท่า 

ทันทีที่กัมพูชาตัดสินใจเลือกกระบวนการเข้าสู่กลไกบังคับของ UNCLOS แทนภาคสมัครใจ โดยฝ่ายไทยมองว่า การเลือกแนวทางดังกล่าวเท่ากับกัมพูชาปิดประตูพูดคุยเรื่องเขตแดนทางบก การรื้อฟื้นความสัมพันธ์ และเรื่องอื่นๆ ที่เรียกร้องมาตลอด และขาดซึ่งความไว้วางใจต่อกัน

เมื่อฝ่ายนโยบายไทย-กัมพูชา เห็นไม่ตรงกันในการแก้ข้อพิพาท ในระดับพื้นที่มีความตึงเครียด การยั่วยุ ยิงปืนเช็กแนว เสียงระเบิด การขุดคูเลตเกิดในหลายพื้นที่ของกัมพูชา สะท้อนสถานการณ์ยังเปราะบาง

ทว่า การรื้อฟื้นความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ถูกจุดประกายอีกครั้ง โดย “ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง” ในระหว่างการเยือนจีนของ“อนุทิน-ฮุน มาเนต” เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลกปี 2026 (World Artificial Intelligence Conference : WAIC 2026)

นายกฯอนุทิน เปิดเผยถึงการหารือทวิภาคีกับ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ประเด็นด้านความมั่นคงในภูมิภาค ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน และเสนอตัวเป็นผู้อำนวยความสะดวกเพื่อช่วยให้ทั้งสองประเทศรื้อฟื้นความสัมพันธ์ที่ดี และร่วมกันแสวงหาทางออก ขณะที่ฝ่ายไทยยืนยันจุดยืนว่า ประเทศไทยไม่ได้ต้องการสร้างความขัดแย้งกับประเทศใด แต่มีความจำเป็นต้องปกป้องอธิปไตย และความปลอดภัยของประชาชน

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือกันอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับกรณีการส่งมอบยุทโธปกรณ์ โดยเฉพาะรถถังจากจีนไปยังกัมพูชา ซึ่งรัฐบาลจีนชี้แจงว่า เข้าใจถึงความกังวลของรัฐบาล และประชาชนไทยเป็นอย่างดี พร้อมระบุว่า คำสั่งซื้อดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งหรือการสู้รบ

“จีนได้ชะลอการส่งมอบยุทโธปกรณ์ในช่วงที่เกิดสถานการณ์สู้รบ เนื่องจากตระหนักถึงความอ่อนไหวของสถานการณ์ แต่ท้ายที่สุดจำเป็นต้องดำเนินการตามข้อผูกพันในสัญญา แต่จีนได้ให้ความมั่นใจว่า มีข้อตกลงร่วมกันว่า จะไม่มีการนำยุทโธปกรณ์ดังกล่าวไปใช้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศไทยอย่างแน่นอน” นายกฯอนุทิน กล่าว

ปัจจุบันหากพิจารณาความเป็นไปได้ ที่ไทย-กัมพูชา จะเปิดด่านอีกครั้ง ยังเลือนลาง เพราะมีปัจจัยการเมืองภายในประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง การใช้สถานการณ์ชายแดน สร้างกระแสนิยมให้รัฐบาลตัวเอง

กัมพูชาจะมีการเลือกตั้งใหม่ปี 2570 ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจ-น้ำมัน รุมเร้า การรักษาเสถียรภาพต่ออายุเก้าอี้ “นายกฯฮุน มาเนต” จะต้องให้มีเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น อาจจะเป็นพื้นที่ทางบก หรือทางทะเล โดยมีเงื่อนไข กัมพูชาต้องถือความได้เปรียบไทย

ส่วนรัฐบาลไทยเพิ่งผ่านการเลือกตั้งมาหมาดๆ เรตติ้ง “นายกฯอนุทิน” ยังไม่เข้าตาประชาชน วัดจากผลโพล กระแสตกลงฮวบฮาบหากเปรียบเทียบกับกระแสก่อนเลือกตั้ง ทำให้“รัฐมนตรี”ต้องตีปี๊บผลงาน ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ หากจะให้กัมพูชาใช้เรื่องชายแดนมาขี่คอรัฐบาลไทย

ขณะที่สายการบังคับบัญชากัมพูชาซับซ้อน ฝ่ายนโยบายพูดอย่าง แต่ฝ่ายปฏิบัติระดับพื้นที่ทำอย่าง วัดได้จากสถิติเสียงระเบิดตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 จนถึงปัจจุบัน รวม 19 ครั้ง โดยเฉพาะในเดือนกรกฎาคม 2569 ได้ยินเสียงระเบิด 6 ครั้ง ยังไม่รวมเสียงยิงปืนเช็กแนวดังขึ้นในฝั่งกัมพูชา

ฝ่ายกัมพูชา มีการขยับกำลัง จัดตั้งฐานปฏิบัติการ สร้างบังเกอร์ ขุดคูเลต ใกล้แนวลวดหนามฐานปฏิบัติการทหารไทย ทั้งในพื้นที่ ทภ.2 พื้นที่ ทภ.1 จ.สระแก้ว พื้นที่ จ.ตราด กปช.จต.

ครบ 1 ปี ด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ยังถูกใส่โซ่ตรวนล็อกคุณแจ ตั้งแต่มิถุนายน 2568 ท่ามกลางความหวังริบหรี่ของผู้ประกอบการที่อยากเห็นการค้าขายชายแดนกลับมาคึกคัก หากผู้นำสองประเทศสามารถเจรจาได้ข้อยุติ แต่ติดปัญหาทั้งสองฝ่าย ยังหาจุดร่วมสงวนจุดต่างกันไม่ได้