“มรสุมการเมือง” จากคดีทุจริตที่กำลังเกิดขึ้นเวลานี้ จึงสะท้อนชัดว่า ถึงที่สุดอาจไม่ได้แค่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปยัง “อาณาจักรมังกรสตูล” ของตระกูลเลียงประสิทธิ์ เพียงเท่านั้น แต่อาจเขย่าไปถึง"สมรภูมิอันดามัน"สีน้ำเงิน ที่มี “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ เป็นแม่ทัพ
KEY POINTS
- คดีทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่นได้สร้างมรสุมทางการเมืองครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน
- เรื่องอื้อฉาวดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อตระกูล "เลียงประสิทธิ์" หรือ "มังกรสตูล" ซึ่งเป็นบ้านใหญ่ทางการเมืองในจังหวัดสตูล โดยมีชื่อของ "สัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์" นายก อบจ.สตูล เป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา
- แรงสั่นสะเทือนทางการเมืองได้ขยายวงไปถึง "โกเกี๊ยะ" พิพัฒน์ รัชกิจประการ แม่ทัพภาคใต้ของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบ้านใหญ่สตูล
- วิกฤติครั้งนี้ยังสั่นคลอนตำแหน่งของ "โกแพ" วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ซึ่งเป็นคนในตระกูล "มังกรสตูล" และกำกับดูแลหน่วยงานที่จัดสอบโดยตรง
มรสุม “คดีการเมือง” เขย่า “บ้านใหญ่สตูล” แถมกำลังสร้างแรงสั่นคลอนไปถึงเก้าอี้ มท.4 ที่เวลานี้มี “โกแพ” วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ลูกชายบ้านใหญ่สตูลรักษาโควตา
ทั้งกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิด “โกเตี๋ยน” สัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายก อบจ.สตูล กับพวก กรณีไม่บอกเลิกจ้างโครงการก่อสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อ.ควนโดน สตูล วงเงิน 29.7 ล้านบาท ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2559 และผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้า และอาจขยายไปถึง “โกเกียรติ” สมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ ผู้บริหารบริษัท เกียรติเจริญชัยการโยธา จำกัด หรือชื่อเดิมคือ หจก.เกียรติเจริญชัยการโยธา และยังเป็นบิดาของ “โกแพ” วรศิษฎ์ ในฐานะผู้สนับสนุน
ไหนจะคดี “โกงสอบท้องถิ่น” ที่มีการเปิดตัวละครลับรายวัน ท่ามกลางข้อครหาเป็นหนึ่งใน “ธุรกิจการเมือง” หรือวงจร “ถอนทุนการเมือง” ของบรรดาซุ้มการเมืองบ้านใหญ่
ที่โดนกระสุนตกใส่แบบเต็มๆ หนีไม่พ้น “มท.แพ” ทั้งในฐานะเป็น รมช.มหาดไทย ที่กำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) ซึ่งรับผิดชอบการจัดสอบโดยตรง
หรือกรณีที่บุคคลในตระกูลถูกเชื่อมโยงคดีโกงสอบดังกล่าว ล่าสุดมีการเปิดประเด็นโดย “ภคมน หนุนอนันต์” สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ออกมาเรียกร้องให้ มท.4 ถอนตัวออกจากกระบวนการตรวจสอบทุจริต หลังปรากฏรายชื่อหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาคือ “สัมฤทธิ์ ” นายก อบจ.สตูล ผู้เป็นลุง
จริงอยู่แม้ตามกระบวนการเวลานี้ จะยังไม่มีการชี้ผิด-ชี้ถูก จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หมายความว่า “ผู้ถูกกล่าวหา” ก็ยังเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่วิกฤติศรัทธาจากคดีโกงสอบที่กำลังเขย่าความเชื่อมั่นรัฐบาลในเวลานี้ ถึงที่สุดอาจสั่นคลอนไปถึงการ “ต่อตั๋วรัฐมนตรี” ของ มท.4 ผู้นี้ และเสี่ยงลุกลามถึงอาณาจักร “มังกรสตูล” ของบ้านใหญ่เลียงประสิทธิ์ ก็เป็นได้
ผ่าอาณาจักร “มังกรสตูล” ผูกขาดการเมืองมาอย่างยาวนาน โดย “โกเตี๋ยน” สัมฤทธิ์ เป็นนายก อบจ.ติดต่อกันหลายสมัย ขณะที่ตระกูลเลียงประสิทธิ์ ถือเป็นนักธุรกิจที่ขยายอาณาจักรกว้างขวางใน จ.สตูล
ในการเลือกตั้งปี 2562 สตูลมี สส.2 คน “บ้านใหญ่เลียงประสิทธิ์” ส่ง “โกแพ” วรศิษฎ์ เป็น สส.สตูล เขต 2 สมัยแรก และรักษาแชมป์ติดต่อกัน 3 สมัย ก่อนเลื่อนชั้นนั่งเก้าอี้เสนาบดี ที่ตำแหน่ง รมช.มหาดไทย อย่างรวดเร็ว ในการฟอร์มทีม ครม.อนุทิน 2 รอบล่าสุด
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเวลานี้ ไม่เพียงแต่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปยัง “บ้านใหญ่สตูล” ที่กำลังเผชิญมรสุมรุมเร้าจากคดีการเมืองเท่านั้น แต่ยังกระทบไปถึงแม่ทัพภาคใต้ “ค่ายสีน้ำเงิน” คือ “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม ซึ่งสนิทชิดเชื้อกับบ้านใหญ่สตูล ซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ที่ จ.สตูล รวมถึงภาคใต้โซนอันดามันมายาวนาน
การเลือกตั้งปี 2562 “โกเกี๊ยะ” ส่ง “พิบูลย์ รัชกิจประการ” น้องชาย ชิง สส.เขต 1 สตูล ได้รับชัยชนะ เป็น สส.สมัยแรก และต่อเนื่องถึงการเลือกตั้งปี 2566
ขณะที่การเลือกตั้งครั้งล่าสุดปีนี้ 2569 “พิบูลย์” ขยับขึ้น สส.บัญชีรายชื่อ และบ้านใหญ่ส่ง “ปีเตอร์” พีรพัฒน์ รัชกิจประการ ลูกชาย “พิบูลย์” ลงรักษาพื้นที่แทน และได้รับเลือกเป็น สส.สมัยแรก
สตูล จึงกลายเป็น 1 ใน 20 จังหวัด ที่พรรคภูมิใจไทยได้ สส.ยกจังหวัด
ฉะนั้น ท่ามกลาง “มรสุมการเมือง” จากคดีทุจริตที่กำลังเกิดขึ้นเวลานี้ จึงสะท้อนชัดว่า ถึงที่สุดอาจไม่ได้แค่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปยัง “อาณาจักรมังกรสตูล” ของตระกูลเลียงประสิทธิ์ เพียงเท่านั้น แต่อาจเขย่าไปถึง "สมรภูมิอันดามัน" สีน้ำเงิน ที่มี “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ เป็นแม่ทัพ และก่อนหน้านี้ ยังปรากฏชื่อบุคคลใกล้ชิด เป็นหนึ่งในบุคคลที่เข้าข่ายถูกเรียกสอบในคดีโกงสอบท้องถิ่นอีกด้วย
แอกชันล่าสุดของ “นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะ รมว.มหาดไทย แสดงท่าทีขึงขัง ตอบคำถาม กรณีปรากฏชื่อบุคคลใน กระบวนการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น เกี่ยวข้องกับแกนนำในพรรคภูมิใจไทยว่า “หากเกี่ยวข้องกับใคร ก็โดนหมด”
ต้องจับตาความอลหม่านปั่นป่วน ที่กำลังลุกลามไปถึงความเชื่อมั่นของ“พรรคสีน้ำเงิน” ในฐานะแกนนำรัฐบาล
ถึงที่สุดจะเรียกคืนความเชื่อมั่น ด้วยการล่า “ไอ้โม่ง” ตัวจริงมารับผิดได้หรือไม่ หรือที่สุดจะจบแค่การ “ตัดตอน” เอาผิดแต่ปลาซิวปลาสร้อย แล้วปล่อย “ผู้บงการ” ลอยนวล?
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





