วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ส่อง‘ตัวตายตัวแทน’รับไม้ต่อ ‘ศึกไทย-กัมพูชา’ ยังไม่จบ

เข้าสู่ฤดูการโยกย้ายแต่งตั้งทหารชั้นนายพลประจำปี 2569 ซึ่งจะมีการขยับนายทหาร เข้ามาทดแทนในตำแหน่งสำคัญที่เกษียณอายุราชการ 30 ก.ย.2569 นี้ โดยปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนแรก หน่วยระดับพื้นที่กำลังดำเนินการจัดทำบัญชีรายชื่อเตรียมเสนอเหล่าทัพตามไทม์ไลน์ที่กำหนด

ท่ามกลางสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนไทยรอบประเทศ มีแนวโน้มทวีความรุนแรงต่อเนื่อง ส่งผลกระทบความมั่นคงและความปลอดภัยประชาชน โดยรัฐบาลภูมิใจไทย นำโดย“อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ และรมว.มหาดไทย เร่งยกระดับให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม ร่วมกันบูรณาการ ให้การแก้ไขปัญหาสำเร็จเป็นรูปธรรม

ต้องยอมรับว่า ในห้วงที่เสถียรภาพฝ่ายการเมืองไม่มั่นคง ความเป็นหนึ่งเดียวของ“เหล่าทัพ” ช่วยประคับประคองประเทศให้รอดพ้นภัยคุกคามทุกรูปแบบ ปกป้องอธิปไตยโดยไม่เสียดินแดนแม้แค่ตารางนิ้วเดียว

แม้ “ไทย-กัมพูชา” จะลงนามในถ้อยแถลงหยุดยิงเมื่อเดือน ธ.ค.2568 แต่ทั้ง 2 ฝ่ายต่างเร่งก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในการป้องกันประเทศอย่างต่อเนื่อง เช่น ถนน รั้ว หลุมบุคคล บังเกอร์ พร้อมวางแนวสาธารณูปโภคพื้นฐาน ไฟฟ้า ประปา อินเทอร์เน็ต สนับสนุนการวางกำลังในฐานปฏิบัติการตามแนวชายแดน เร่งเติมของ เติมคน สะท้อนถึงสถานการณ์ที่ยังเปราะบาง

ดังนั้น การปรับย้ายผู้นำเหล่าทัพปีนี้ นอกจากต้องพิจารณาความรู้ความสามารถ ผลงาน ความอาวุโสแล้ว ยังต้องอาศัยการพูดคุย เจรจา รอมชอม กระจายรุ่น ไม่ให้เกิดคลื่นใต้น้ำ เพื่อให้การแก้ปัญหาความมั่นคงราบรื่น ไม่สะดุดกลางทาง โดยเฉพาะช่วง 1-2 ปีนี้ เตรียมทหารรุ่น 26 (ตท.26) ยังกุมสภาพในกองทัพเกือบเบ็ดเสร็จ

โฟกัสกันที่ “ปลัดกระทรวงกลาโหม” คนใหม่ คาดว่า “รองตั๊ม” พล.อ. ศรัณย์ เพชรานนท์ รองปลัด กห. ถูกวางตัวไว้รับไม้ต่อจาก พล.อ.พล.อ.ธราพงษ์ มะละคํา จะเกษียณราชการ เชื่อว่าจะทำงานสอดผสาน “บิ๊กดุลย์” พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เพราะเป็นเพื่อน ตท.26 ด้วยกัน

แม้แต่ “เสธ.ปูด้วง” พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ (ตท.26) เสนาธิการทหารบก ยังเอ่ยปากแซว “รองตั้ม” พบกันในงานนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย 2569” หรือ THAILAND Defence Industry Exhibition 2026 : THAIDEF-EX 2026

“หน้าผ่องเลยนะช่วงนี้”

สำหรับ “กองทัพบก” พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) อาจต้องจัดทัพ 5 เสือ ทบ.ใหม่ ทดแทนตำแหน่ง “รอง ผบ.ทบ.” ที่ว่างลง และยังต้องบริหารจัดการตำแหน่งให้เพื่อน ตท.26 เต็มพรึ่บในกองทัพ กับรุ่นอื่นๆ ที่ทยอยขึ้นมา

หลังมีกระแสข่าว “แม่ทัพไก่” พล.ท.วรยศ เหลืองสุวรรณ (ตท.28) แม่ทัพภาคที่ 1 จะขยับเข้าไลน์ 5 เสือ หลังมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ทวงคืนพื้นที่ชายแดนสระแก้ว ที่ถูกรุกล้ำอธิปไตย ทั้งบ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว บ้านคลองแผง ภายใต้การบัญชาการรบของ “พล.ท.วรยศ” เพิ่งรับตำแหน่ง มทภ.1 เพียง 2 เดือน ในเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา รอบสอง

ส่วน มทภ.1 คนใหม่ ที่ต้องมาทำหน้าที่คุมสภาพชายแดนจ.สระแก้ว ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังไว้วางใจไม่ได้ เพราะทหารกัมพูชายังไม่หยุดเคลื่อนไหว ล่าสุดขุดคูเลตประชิดทหารไทยตลอดแนว รอจังหวะเปิดศึกเฉพาะจุด ยึดคืนบ้านหนองจาน

แคนดิเดต มทภ.1 พล.ท. ณัฐเดช จันทรางศุ (ตท.28) แม่ทัพน้อยที่ 1 และ รอง มทภ.1 ประกอบด้วย พล.ต. สิทธิพร จุลปานะ (ตท.30) พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ (ตท.31) ซึ่งอยู่ระหว่างลุยไฟใต้ และ พล.ต. เทพพิทักษ์ นิมิตร (ตท.31)

ฟาก “กองทัพเรือ” อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ทั้งการคุมสภาพชายแดนไทย-กัมพูชา ฝั่งจันทบุรี-ตราด พื้นที่ทางบกและพื้นที่ทางทะเลหลัง “รัฐบาลอนุทิน” ยกเลิก MOU44 กลับไปใช้กฎหมายอัลคลอส (UNCLOS) หรือ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 แทน

ในขณะเดียวกันการเสริมสร้างศักยภาพกำลังรบกองทัพเรือ ยังต้องลุ้นความต่อเนื่องในการจัดหาเรือฟริเกตลำที่สอง ภายหลังไม่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลในงบประมาณ 2570 เนื่องจากภาระงบประมาณ

ให้จับตาการวางตัว “ผู้บัญชาการทหารเรือ”คนใหม่ ที่จะมาแทน พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ เกษียณอายุราชการ จะมีผลต่อสมการ ผบ.ทร.ในปี 2570 โดยจะมีม้ามืดเข้าวิน 5 เสือ ทร.ต่อคิว แบบปีต่อปี

ปีนี้มีแคนดิเดต ผบ.ทร.4 นาย คือ พล.ร.อ.สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช (ตท.25) รอง ผบ.ทร. พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล (ตท.26)ผู้ช่วยผบ.ทร. (ตท.25) รอง ผบ.ทร. พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล (ตท.26 ) ผู้ช่วยผบ.ทร. พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล (ตท.27) เสนาธิการทหารเรือ ซึ่ง ผบ.ทร.ส่งไปประสานงานร่วมกับรัฐบาลหลายเรื่อง และ พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี (ตท.26 ) ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ในฐานะประธานคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนต่อเรือฟริเกตสมรรถนะสูง

ขณะที่ “กองทัพอากาศ” พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผบ.ทอ. ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) ยังคงทำหน้าที่ตรวจความพร้อมแนวรบ ล่าสุด ได้ยกคณะลงพื้นที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พร้อมตรวจเยี่ยมกองกำลังบูรพาและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่

พล.อ.อ.ประภาส กล่าวให้โอวาทตอนหนึ่งว่า จอมทัพไทยเฝ้าดูและเป็นกำลังใจให้พวกเราทุกคน นอกจากนี้ ยังมีความห่วงใยของนายกฯ รมว.กลาโหม ผู้บัญชาการทุกเหล่าทัพ และผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น

ตนในนามผู้บังคับบัญชากองทัพอากาศ เน้นย้ำ 3 ประการ 1.ต้องไม่สูญเสียเครื่องบินรบแม้แต่เครื่องเดียว 2.ระเบิดทุกลูกที่ลงไป เพื่อปกป้องประเทศชาติ จะต้องไม่โดนฝ่ายเดียวกัน 3. การดำเนินการอยู่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ มุ่งโจมตีเป้าหมายทางทหาร

“เราไม่ต้องการยั่วยุ เพื่อให้เกิดความขัดแย้งหรือเกิดสงคราม เจตนารมย์ ที่ชัดเจนของไทยคือการเกิดสันติภาพ แต่งานด้านความมั่นคงต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลา เพราะสิ่งเหล่านี้ ไม่ได้เกิดทันทีแต่จะมีพัฒนาการมาเรื่อยๆ เมื่อถึงจุดหนึ่งรับรองได้ว่า กำลังทุกอย่างมาครบ กองทัพอากาศ ทันทีที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น ระเบิดลูกแรกจะลงทุกจุดที่เป็นเป้าหมายทางทหาร เราจะซัปพอร์ตกำลังทางบก ทางเรือ อยากให้ทุกคนมั่นใจ”

ทั้งนี้มีกระแสข่าวว่า หลังเกษียณอายุราชการ พล.อ.อ.ประภาส ยังคงปฏิบัติหน้าที่ ผอ.JIC เพื่อให้การทำงานสมรภูมิข่าวสารต่อเนื่อง และคาดว่าจะได้รับตำแหน่งสำคัญในกระทรวงกลาโหม เพื่อรองรับภารกิจไม่ให้เป็น ผอ.JIC ขาลอย

หันไปทางฝั่ง “ปทุมวัน” ก็มีส่วนสำคัญร่วมบูรณาการทำงานเหล่าทัพ ปกป้องอธิปไตยจากภัยคุกคามทางกายภาพ และภัยคุกคามที่มองไม่เห็น การโจมตีทางไซเบอร์ซึ่งกันและกันมีอยู่ตลอดเวลา

โดยมี 4 แคนดิเดต ผบ.ตร. เรียงตามอาวุโส ดังต่อไปนี้ 

พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. นรต.รุ่น 43 เกษียณอายุราชการปี 2571 พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. นรต.รุ่น 42 เกษียณฯ ปี 2570 รับผิดชอบงานป้องกันปราบปราม พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบ.ตร. นรต.รุ่น 50 เกษียณฯ ปี 2576 คุมงานความมั่นคงและกิจการพิเศษ และ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ นรต.รุ่น 43 เกษียณฯ ปี 2572

การปรับย้ายทหาร-ตำรวจ เพิ่งอยู่ในโค้งแรก อาจต้องพิจารณา เขย่ากันอีกหลายยก เพื่อคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมขึ้นมาดำรงตำแหน่งสำคัญในกองทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สานต่องานด้านความมั่นคง ที่ภัยรอบด้านยังระอุคุุกรุ่น