กลายเป็นของแสลงไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับคนหาดใหญ่ หลังเผชิญเหตุการณ์น้ำท่วมอย่างหนัก กลายเป็นบาดแผลฝังลึก กับความไม่มั่นใจว่า ปีนี้จะต้องเจอเหตุการณ์เลวร้ายซ้ำอีกหรือไม่
ในวันที่ผู้นำประเทศยังเป็นอนุทิน ชาญวีรกูล จากที่เคยเมาหมัดจากเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่อย่างหนัก ในช่วงรัฐบาลหนู 1 เมื่อปลายปี 68 ช่วงที่เป็นรัฐบาลส้ม ค้ำเสียงข้างน้อย ภายใต้เงื่อนไข MOA กับพรรคประชาชน
มาถึงตอนนี้ ภูมิใจไทย แกร่งกว่าช่วงนั้นหลายเท่าตัว แม้จะเสียทรง กระทบความนิยมจากฝีมือการบริหารงานที่หาดใหญ่ แต่ความเชี่ยวชาญเกมเลือกตั้ง กลับสร้างผลงานราวกับมีเวทมนต์ เสกคะแนนได้จนเป็นพรรคอันดับ 1 เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีเสถียรภาพ ไม่จำเป็นต้องยืมจมูกคนอื่นหายใจ
เงื่อนไขสำคัญจึงตกอยู่ที่รัฐบาลเต็มๆ กับการแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ แนวทางล้อมคอกไม่ให้เกิดวิกฤติซ้ำ ภาค 2 ในยุคอนุทิน 2 จะทำได้แน่หรือไม่ เพราะหาดใหญ่หลังน้ำท่วม ถึงตอนนี้กำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง จากความพยายามของหลายภาคส่วน ช่วยกันกระตุ้นชีพจรเมืองนี้ให้กลับมาอีกครั้ง
แม้ผู้ประกอบการรายเล็กจำนวนไม่น้อยจะถอดใจ ด้วยสาเหตุเรื่องทุนรอน ต้นทุนชีวิตที่เหลือศูนย์ และความไม่มั่นใจว่า จะเจอเหตุการณ์แบบนี้อีกหรือไม่
ท่ามกลางเงื่อนไขทางการเมืองที่เพิ่มแรงกระเพิ่ม ระหว่างประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย 2 พรรคที่ขับเคี่ยวแข่งขันอย่างหนักในพื้นที่ภาคใต้ และหาดใหญ่ ผ่านเกมเขย่ารัฐบาลของ “จูรี นุ่มแก้ว” สส.สงขลา เขต 2 ประชาธิปัตย์ ที่ออกมาโวยเรื่องการจัดสรรงบตามที่ กกร.สงขลา เสนอขอไป 99.5ล้าน เพื่อป้องกันน้ำท่วม แต่รายละเอียดแทบจะไม่มีในส่วนที่ลงพื้นที่หาดใหญ่ กลับกระจายไปยังพื้นที่ใกล้เคียงโดยรอบ
จนมีคำถามว่า พรรคแกนนำรัฐบาล กำลังเล่นเกมการเมือง มองข้ามหาดใหญ่ที่ไม่มี สส.ของตัวเอง และนายกฯหาดใหญ่ ไปช่วยพรรคคู่แข่งหรือไม่
ร้อนถึง “ภราดร ปริศนานันทกุล” รมต.ประจำสำนักนายกฯ ถึงกับต้องอัดคลิปโต้ว่า เทศบาลนครหาดใหญ่ ปฏิเสธของบฯ อ้างว่าจะใช้เงินสะสม ที่มีอยู่ 200 กว่าล้าน พร้อมระบุว่า คนที่ออกมาตีโพยตีพาย ว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับหาดใหญ่ในการป้องกันน้ำท่วมนั้น
คนหาดใหญ่รู้หรือไม่ว่า ในร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี70 ดันขอห้องเรียนอัจฉริยะ 4 ห้อง เจ็ตสกี 8 ล้าน โดยในส่วนของนายกฯ จะใช้งบกลาง 457ล้าน แก้ปัญหาคลอง ร.1
ขณะที่ “นายกฯ แป้น” ณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ สวน“ภราดร”ว่า โครงการที่เสนอขอในปัจจุบัน มีเรือยาง 4 ลำ รถ10 ล้อ 3 คัน และถนน 1 สาย รอ กมธ.งบฯ ปี 70 พิจารณา ส่วนเจ็ตสกีมีความจำเป็น ซึ่งราคาเจ็ตสกีขึ้นอยู่กับ E-bidding แต่ถูกตัดเหลือเรือยาง 4 ลำ
ส่วนเงินสะสมของเทศบาลฯหาดใหญ่ ปัจจุบันเหลือ 42 ล้าน เพราะใช้ซ่อมแซมฟื้นฟู ขุดลอกคูคลอง ซื้อเครื่องสูบน้ำหลังจากน้ำท่วมใหญ่ครั้งก่อน และการขอโครงการห้องเรียนอัจฉริยะ เป็นของนายกฯ หาดใหญ่คนก่อน
แต่ละฝ่ายจึงเหมือนว่าถือข้อมูลคนละชุด หรือชุดเดียวกัน แต่มองจากมุมที่ต่างกัน หรืออาจจะไม่ได้อัปเดตสถานะโครงการ ขั้นตอน
แน่นอนว่า จำเลยสังคมจากวิกฤติน้ำท่วมหาดใหญ่ นอกจากตัว“นายกฯแป้น” ที่ถูกวิจารณ์เรื่องการบริหารจัดการ การประเมินสถานการณ์ การแจ้งเตือนประชาชน ขณะที่รัฐบาลโดยเฉพาะตัวอนุทิน ก็ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้
เสียงวิจารณ์อนุทินเรื่องลงพื้นที่ไปทำกับข้าว หรือตอนนั่งรถสำรวจพื้นที่ โดนประชาชนที่กำลังเดือดร้อนตำหนิต่อหน้าอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐที่ล่าชา ไร้ประสิทธิภาพ ประชาชนติดค้างในบ้านจำนวนมาก วิกฤติน้ำท่วมหาดใหญ่จึงเป็นบาดแผลลึกของอนุทินและรัฐบาลอย่างปฏิเสธไม่ได้
ความไม่พอใจของคนหาดใหญ่ สะท้อนชัดผ่านการเลือกตั้งใหญ่ 8 ก.พ.2569 สงขลา เขต 2 ที่ผู้สมัคร สส.ภูมิใจไทย อย่าง “ศาตรา ศรีปาน” ที่ลงป้องกันแชมป์สมัย 3 สอบตก แพ้ให้กับ“จูรี นุ่มแก้ว” จากประชาธิปัตย์ แบบไม่พลิกความคาดหมาย เซ่นพิษน้ำท่วมหาดใหญ่
เกมชิงพื้นที่หาดใหญ่ของภูมิใจไทย กับการลงพื้นที่ของอนุทิน เมื่อ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่า การซ่อมแซมคลอง ร.1 เสร็จทันแน่นอน รัฐบาลถอดบทเรียนต่างๆ เตรียมตัวอย่างเต็มที่ ไม่ให้ความเสียหายเกิดซ้ำอีก ประชาชนระบายดุด่าว่ากล่าวได้เต็มที่ พร้อมรับฟัง
“คนสงขลาให้ สส.กับผม 4 คน ถ้าผมทำไม่ได้ แย่เลย ผมต้องทำให้ยก จ.สงขลาให้ได้ จะต้องทำงานรับใช้พ่อแม่พี่น้องอย่างถวายหัว”
วันถัดมา 11 ก.ค. อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และประชาธิปัตย์ ก็ลุยหาดใหญ่ด้วยเช่นกัน ไปจัดสัมมนา สส.ของพรรค พร้อมเปิดเวทีรับฟังความเห็นถึงแนวทางป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ และยังส่งสัญญาณเตรียมล็อกเป้าอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยเฉพาะแกนนำภูมิใจไทยในสมัยประชุมสภาครั้งถัดไป
เดิมพันครั้งสำคัญของอนุทิน ต้องล้างตราบาปจากน้ำท่วมหาดใหญ่ครั้งก่อนให้ได้ เกมงบประมาณ หรือใช้เงินแก้ปัญหา เป็นความได้เปรียบในฐานะรัฐบาล อภิสิทธิ์และประชาธิปัตย์ เองก็อาศัยจังหวะความไม่เข้าที่ทางของรัฐบาลในการแก้น้ำท่วม แอ็กชั่นให้ทุกฝ่ายตื่นตัว กับเดิมพันสำคัญไม่แพ้กัน คือการฟื้นพรรคเก่าแก่ รักษาฐานที่มั่น ทวงคืนฐานเสียงที่เสียไป


