“อภิสิทธิ์” เร่งรัฐบาล ผ่อนปรนสินเชื่อธุรกิจ เยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ พร้อมแนะให้พิจารณาแผนพัฒนาเมือง สร้างศักยภาพเศรษฐกิจใหม่
ที่โรงแรมบุรีศรีภู หาดใหญ่ จ.สงขลา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังการสัมมนาพรรคประชาธิปัตย์ ถึงการเปิดรับฟังข้อเสนอจากภาคส่วนต่าง ๆ ในจังหวัด เพื่อรับมือ และแก้ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่(น้ำท่วมหาดใหญ่) ว่า ปัญหาหาดใหญ่ถูกวาดภาพ เป็นความขัดแย้งทางการเมือง ทั้งที่ไม่ควรเป็นความขัดแย้ง แต่เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย รวมถึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่และอนุมัติงบกลาง 99.5 ล้านบาท และเสนอการแก้ไขปัญหาคลอง ร.1 เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)แล้ว ตนไม่อยากให้รัฐบาลหยุดเพียงเท่านี้ เพราะยังมีปัญหามากกว่านั้น
ซึ่งจากการสัมมนาพรรคมีข้อเสนอให้รัฐบาล ดำเนินการฟื้นฟูความเสียหายที่ผ่านมา ที่ขณะนี้ยังมีประชาชนอุทธรณ์คำร้องการเยียวยา จึงอยากให้รัฐบาลเร่งรัด และเร่งช่วยเหลือภาคธุรกิจโดยเฉพาะสินเชื่อ
"ผมอยากให้รัฐบาลพิจารณาผ่อนปรนการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน และนโยบายงดการจ่ายดอกเบี้ย และการพักเงินต้นที่จะหยุดอายุ โดยนำข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทย ไปติดตามการช่วยเหลือ" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงข้อเสนอในวงสัมมนาของพรรคด้วยว่า ในพื้นที่ยังต้องการงบประมาณในการขุดลอกคูคลอง รวมถึงการจัดหาอุปกรณ์ทดแทนที่เสียหายราว 200-300 ล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องอนุมัตินอกเหนือจาก 99.5 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลควรเตรียมความพร้อม และประชาสัมพันธ์ถึงแผนการอพยพ สถานที่พักพิงต่างๆ ซึ่งท้องถิ่นและภาคเอกชน มีความพยายามดำเนินการแล้ว แต่ยังขาดเจ้าภาพดำเนินการ ดังนั้นรัฐบาลควรให้จังหวัดเป็นเจ้าภาพ และสร้างความมั่นใจ สร้างความเข้าใจให้ประชาชนในพื้นที่
เมื่อถามถึงส่วนข้อเสนอในการสัมมนาถึงการเตรียมโครงการป้องกันน้ำท่วมในอนาคตนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ภาคส่วนในสงขลา และหาดใหญ่ ได้เสนอทั้งการยกระดับถนน ทางรถไฟ การซ่อมแซมและเสริมแก้มลิง รวมถึงการพัฒนาทะเลสาบสงขลา ที่รอแผนที่ชัดเจนจากรัฐบาล นอกจากนั้นยังมีข้อเสนอการพัฒนาตัวเมืองที่มีศักยภาพใหม่ ๆ โดยเฉพาะพื้นที่สูง ที่จะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่
เมื่อถามว่าส่วนการสัมมนาที่พรรคใช้สโลแกน “ฟ้าใต้ ฟ้าใส ไปด้วยกัน” มีนัยใดหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันเป็นที่พึ่ง และเป็นความหวัง สามารถสร้างอนาคตให้ภาคใต้ได้ แต่ทั้งหมดจะต้องเป็นหนึ่งเดียว และขับเคลื่อนไปด้วยกัน และหลังจากนี้ พรรคยังจะไปจัดการสัมมนาในพื้นที่อื่นๆ อีก





