“กองทัพบก” แจง งบ กอ.รมน. เงิน 5.3 พันล้าน ไม่ใช่ซุกซ่อน ชี้ยอดเบี้ยเลี้ยงกำลังพลตามระเบียบ ย้ำภารกิจชายแดนใต้ไม่ซ้ำซ้อน ศอ.บต.
พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยกรณีที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และ หัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกมากล่าวถึงการดำเนินงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ในลักษณะที่ข้อมูลไม่ครบถ้วน อาจทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด และเป็นการนำเสนอข้อมูลเพียงด้านเดียว ในหลายประเด็น ว่า กรณีที่กล่าวถึงงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2570 ของ กอ.รมน. ที่มีวงเงินรวม 5,737ล้านบาท แต่มีการตั้งงบเงินเดือนไว้เพียง 44 ล้านบาท เพราะอาศัยกลไกกฎหมายยืมกำลังพลข้ามห้วย แล้วนำเม็ดเงินภาษีไปซุกซ่อนในงบรายจ่ายอื่นสูงถึง 5,314 ล้าน บาท หรือ 92.6% ของงบทั้งหมด เพื่อทำหน้าที่เป็นท่อกระจายเงินในลักษณะ ใช้เงินนำหน้า วานคนอื่นทำงาน ผู้ปฏิบัติงานให้ กอ.รมน. เกือบทั้งหมด จะเป็นการมาทำงานในลักษณะของการมาช่วยราชการของส่วนราชการต่างๆ รัฐจึงกำหนดให้มีการตอบแทนให้กับเจ้าหน้าที่ฯ ส่วนใหญ่จะเป็นเบี้ยเลี้ยงการปฏิบัติงาน และค่าตอบแทนพิเศษรายเดือนคนละ 2,500 บาท
พล.ต.วินธัย กล่าวว่าโดยในระบบบัญชีการจัดทำงบประมาณฯ ทางสำนักงบประมาณ เป็นผู้กำหนดให้ค่าใช้จ่ายในส่วนเบี้ยเลี้ยง ไปเสนออยู่ในหมวดของรายจ่ายอื่นๆ ซึ่งเป็นไปตามระเบียบแนวปฏิบัติของสำนักงบประมาณแบบเปิดเผย ไม่ใช่เรื่องของหน่วยพยายามหาช่องทางกระจายเงิน ไปซุกซ่อนอย่างที่มีความพยายามในการบิดเบือน
พล.ต.วินธัย กล่าวต่อว่า ประเด็นที่สองกรณีที่กล่าวถึง งบดับไฟใต้ วงเงิน 4,305 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าจ้างกำลังพลถึง 2,341 ล้านบาท คือค่าตอบแทนเบี้ยเลี้ยง ไม่ใช่เงินเดือน ทางสำนักงบประมาณระบุกำหนดให้เสนอแยกไว้อยู่ในหมวดรายจ่ายอื่นๆ ซึ่งเป็นไปตามระเบียบและแนวทางระบบบัญชี ในลักษณะเปิดเผยตรงไปตรงมา ไม่ใช่ทาง กอ.รมน. ไปแยกหวังหลบซุกซ่อนไว้อย่างที่ได้มีการบิดเบือนนำเสนอออกไปโดยสัดส่วนงบประมาณ กอ.รมน. จะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมาตลอดในทุกปีที่ผ่านมา โดยงบประมาณรวม กอ.รมน.ทั้งหมด ส่วนใหญ่ประมาณ 75 % จะใช้ไปสำหรับภารกิจในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนอีกเกือบ 70% เป็นในส่วนค่าตอบแทนเบี้ยเลี้ยง และเงินเพิ่มพิเศษ ตอบแทนให้กับกำลังพล ทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และส่วนราชการอื่นๆ ที่ได้มาบรรจุในอัตราของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มียอดรวมทั้งสิ้นประมาณ 49,000 อัตรา
โฆษกกองทัพบก กล่าวต่อว่าประเด็นที่สาม กรณีที่ปรากฎความรุนแรงซ้ำซ้อน ทั้งนี้สภาพปัญหาในพื้นที่มีลักษณะเฉพาะรัฐบาลจึงได้มอบหมายภารกิจการแก้ปัญหาให้ กอ.รมน. เป็นหน่วยรับผิดชอบ ส่วน ศอ.บต. จะรับผิดชอบในเรื่องการพัฒนา ขอบเขตงานไม่ได้มุ่งไปที่การคุ้มครองความปลอดภัยประชาชน การใช้กฏหมายเพื่อให้ความเป็นธรรมสังคม บทบาทของ ศอ.บต. กับ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้าจึงเป็นคนละลักษณะงานกัน แต่ทั้งสองส่วนจะสามารถเกื้อกูลงานซึ่งกันและกันได้ในภาพรวม





