วันอาทิตย์ ที่ 12 กรกฎาคม 2569

Login
Login

'วิปค้าน' จ่อเปิดหลักฐาน 'โกงสว.' ดักทาง 'กกต.-ดีเอสไอ' ตัดตอนคดี

"วิปฝ่ายค้าน" เตรียมเปิดหลักฐาน “โกงเลือกสว.” หวังดักทาง “กกต.-ดีเอสไอ” ไม่ตัดตอนคดี-เลือกเอาผิดสว.บางคน ชี้มีหลักฐานโยงเครือข่ายนักการเมือง

ที่รัฐสภา คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) จัดเวที ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. เจาะหลักหลักฐานคดีฮั้ว สว.

โดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ก่อนการจัดงานตอนหนึ่งว่า ตนขอเรียกกระบวนการที่เกิดขึ้นว่าเป็นการโกงการเลือก สว. เพราะมีประเด็นของการเสนอสิ่งตอบแทนเพื่อแลกเปลี่ยนการเข้าสู่อำนาจรัฐ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะกระทบต่อการเมือง ทั้งนี้ในงานดังกล่าวจะนำหลักฐาน และเปิดตัวพยานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สังคมจับตาและร่วมตรวจสอบหากหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบ ทั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ซึ่งขณะนี้ตนได้รับทราบข้อมูลว่า หน่วยงานดังกล่าวทำหน้าที่ไม่ตรงไปตรงมา และกำลังเกียร์ว่าง

“หลักฐานที่เตรียมนำเสนอ เป็นส่วนหนึ่งของหลักฐานที่ส่งมายังวิปฝ่ายค้าน ซึ่งมีความชัดเจนหนักแน่น ทั้งนี้ผมมองว่าหน่วยงานตรจสอบควรเข้าถึงหลักฐานได้มากกว่าผม เช่น มีพยานปากมาให้ข้อมูลว่า ไปรวมตัวที่ไหน วันไหน  มีการจ่ายเงินค่าตั๋วโดยสาร หากหน่วยงานตรวจสอบจะเข้าไปตรวจสอบที่โรงแรม เปิดกล้องวงจรปิดสามารถทำได้”  นายพริษฐ์ กล่าว

เมื่อถามว่าหลักฐานที่ได้จะส่งไปยังหน่วยงานตรวจสอบหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจทานกับเจ้าของหลักฐาน ซึ่งได้รับทราบว่าหลักฐานนนั้นได้ยื่นหน่วยงานตรวจสอบแล้ว แต่หน่วยงานตรวจสอบหากทำไม่ตรงไปตรงมา หรือตัดตอน ดังนั้น การนำเสนอหลักฐานส่วนหนึ่งกับสังคม  น่าจะทำให้ร่วมเป็นหูเป็นตาจับตาหน่วยงานตรวจสอบ  ทั้ง กกต. และ ดีเอสไอ ให้ทำงานตรงไปตรงมา ไม่ใช่หาสว.บางคนสังเวยในคดีฮั้ว สว.  แต่ต้องส่งหลักฐานเครือข่ายนักการเมืองไปด้วย ซึ่งตนไม่อยากเห็นว่ามีการสังเวยบางคนเพื่อปกป้องบางคนที่อยู่ใกล้ชิดศูนย์อำนาจมากกว่า

จากนั้นนายพริษฐ์ กล่าวในการเปิดงานช่วงหนึ่งว่า หากปล่อยให้การโกงสว. สำเร็จ สังคมจะออกใบอนุญาตให้นักการเมืองบางกลุ่มฮั้วได้ทั้งกระดาน เพราะคุมสว.ได้ คุมองค์กรอิสระได้ กลไกตรวจสอบอ่อนแอ และทำให้กลุ่มการเมืองนั้นทำอะไรไม่ผิด ถือเป็นความเสียหายร้ายแรงหากปล่อยผ่าน ทั้งนี้ การตรวจสอบเรื่องดังกล่าวไม่ได้มองแค่กลุ่มที่เสียประโยชน์ คือ สว.สำรองเท่านั้น แต่คือ ประเทศจะเสียประโยชน์