"พิสิษฐ์" จี้ "ปชน." แจงเจตนา หลังโพสต์ สภาผ่านกม.ล้างผิด รวมฮั้ว สว. ซัดเป็นเฟกนิวส์ พร้อมแจงเจตนาไม่รวมม.112 หวั่นบางกลุ่ม ปั่นหัวเยาวชน ต้านสถาบัน
ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) แถลงเรียกร้องให้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ชี้แจงต่อกรณีเมื่อวันที่ 8 ก.ค. เฟซบุ๊คของพรรคโพสต์ข้อความ ระบุว่า "สส.รัฐบาล โหวตเห็นชอบ ตาม สว. ให้นิรโทษไม่รวมคดี 112 ล้มเลือก ตั้งแต่ล้างผิดคนล้มเลือกตั้ง ฮั้วสว. ปรองดองแบบเลือกปฏิบัติ?" แม้ว่าภายหลังพรรคประชาชนจะแก้ไข โดยตัดส่วนฮั้ว สว.ออกไไป แต่การโพสต์ดังกล่าวถือว่าต้องการสร้างเฟกนิวส์ ที่เรียกยอดไลก์ ยอดแชร์ ทั้งที่ข้อมูลผิดพลาดจะรับผิดชอบอย่างไร
"ฝากไปถึงพรรคประชาชน โพสต์อะไรก็ตามขอให้เป็นข้อเท็จจริง อย่าทำให้พรรคของท่านมันดูต่ำ เฟกนิวส์ที่เกิดขึ้น ขอให้มาแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยว่า สิ่งที่โพสต์ท่านมีเจตนาอะไรเอาให้มันชัด ไม่ใช่มาเขียนแบบนี้แล้วก็ลบโพสต์ เพราะคนที่อ่านได้รับข้อมูลที่ผิดพลาด" นายพิสิษฐ์ กล่าว
นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่าส่วนการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมสังคมสันติสุข เพื่อนิรโทษกรรมทางการเมืองที่วุฒิสภาแก้ไขนั้น ไม่มีประเด็นที่จะล้างผิดให้กับกรณีฮั้วสว. ทั้งนี้ฐานความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งมีอยู่แล้วในร่างเดิม เพื่อเป็นการเยียวยากรณีในอดีต เช่น การปิดหน่วยเลือก ฉีกบัตรเลือกตั้ง ซึ่งเรื่องนี้เสนอเข้าสภาฯตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค.2567 เป็นเวลาก่อนที่จะมีการเลือกวุฒิสภาชุดปัจุจบัน และเกิดก่อนที่จะเลือกตั้งสว.ถึง 4 เดือน ซึ่งตนเป็นคนปรับปรุงถ้อยคำเพิ่มเติมให้มีความชัดเจน ว่าต้องไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้งโดยทุจริต ไม่เป็นธรรม และคุณสมบัติอันเป็นเท็จ
"สมาชิกวุฒิสภา ไม่ฉวยโอกาส และถ้า สว. ที่ถูกกล่าวหาทั้ง 138 คน ถูกตัดสินวันนี้ ยังถือว่าเป็นสมาชิกวุฒิสภาที่ชอบด้วยกฎหมายทุกประการ และวันนี้ยังไม่ได้ถูกชี้มูลความผิด ไม่จำเป็นที่จะต้องไปแก้ไขกฎหมายที่จะมาช่วยตนเอง ทั้งนี้ สว.ส่วนใหญ่ไม่ยอมรับกับการออกกฎหมายช่วยตัวเอง เราไม่ทำแน่นอน ขอย้ำตรงนี้ชัดๆ ว่าเราไม่ทำแน่นอน“นายพิสิษฐ์ กล่าว
นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่าส่วนกรณีที่สว.แก้ไขปรับปรุงเพื่อให้เกิดความชัดเจนโดยเฉพาะเรื่องมาตรา 112 ที่ไม่ยกเว้นแม้กระทั่งเยาวชน เพราะกังวลว่าจะสร้างบรรทัดฐานที่คนบางกลุ่ม ลัทธิบางลัทธิ เอาไปเสี้ยมหรือสอนเยาวชน ให้เกิดการต่อต้านสถาบัน ดูหมิ่นสถาบัน ดังนั้นต้องแยกแยะให้ออกว่าการเมืองคือการเมือง สถาบันการปกครองคือสถาบันการปกครองไม่เกี่ยวกัน อย่างไรก็ดี สว. ไม่ต้องการสร้างความขัดแย้งอีก ขอให้หยุด เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้า วันนี้ขอให้มาจับมือกัน ความขัดแย้งทางการเมืองให้จบในสภา ไม่ต้องไปจบบนท้องถนน


