“สมชัย” ถูกแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ เมื่อครั้งเป็น “กกต.” ฝ่าฝืนพรป.ป.ป.ช.-จริยธรรมอย่างร้ายแรง “พนิดา” โดนด้วยหลังตั้ง เป็นรองปธ.อนุฯ ศึกษากระบวนการจัดเลือกตั้ง คนที่3
ที่สน.ทุ่งห้องห้อง พนักงานสอบสวน พ.ต.ต.ทศภาคย์ ดีธงทอง ได้รับเรื่องแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ เมื่อวันที่9ก.ค.ที่ผ่านมา เลขรับแจ้งความที่755และ756/2569 เพื่อให้ดำเนินคดีอาญากับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง กกต. ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ เป็นกรรมการในองค์กรอิสระปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งหรือผู้ใด หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือเป็นเจ้าพนักงานของรัฐโดยเป็นกรรมการในองค์กรอิสระปฏิบัติหน้าที่ขณะเป็นกรรมการในองค์กรอิสระเข้าไปมีส่วนได้เสียโดยสมัครเป็นเลขาธิการ กกต. ในปี61 เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติว่าด้วยการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวกับผลประโยชน์สาธารณะ ตาม พรป.ปปช. มาตรา 126(4) ,128,129,168,169,171,172 พรป.กกต.มาตรา 69 ปอ.มาตรา 157 90 และในฐานความผิดเป็นกรรมการในองค์กรอิสระโดยไม่ยึดถือผลประโยชน์ส่วนของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตัว จงใจใช้อำนาจตนเองในขณะดำรงตำแหน่งกรรมการในองค์กรอิสระโดยมิชอบ เพื่อแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้ สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยกระทำการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวกับผลประโยชน์สาธารณะ ในขณะดำรงตำแหน่ง กกต.ไม่ว่าโดยตรงหรือทางอ้อม อันเป็นการจงใจฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 219 ,235 วรรคหนึ่ง(1) วรรคสี่ และ มาตรฐานจริยธรรมฯ พ.ศ.2561 ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 11 ข้อ 15 ข้อ 16 ข้อ 17 ข้อ 19 ข้อ 25 ข้อ 27
โดยเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็น กกต. ระหว่าง 3 ธ.ค.56 ต่อมา เมื่อวันที่ 26 ก.พ.61 ได้สมัครดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กกต. โดยที่ตนเองเป็น กกต. เป็นเจ้าพนักงานของรัฐในขณะใช้อำนาจหน้าที่ในการกำกับ ควบคุม ดูแลสำนักงาน กกต. โดยใช้อำนาจและอิทธิพลของตนเองในขณะดำรงตำแหน่งกรรมการในองค์กรอิสระ โดยจงใจกระทำฝ่าฝืน พรป.ปปช.มาตรา 126(4) ต่อมา 20 มี.ค. 61 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ในขณะนั้น มีคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 4/2561 ให้นายสมชัยพ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากมีพฤติกรรมจงใจใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ส่งผลให้การคัดเลือกบุคคลที่ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กกต.คนใหม่ ไม่โปร่งใสเป็นธรรม
โดย พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินคดีอาญากับนายสมชัย ตามกฎหมายแล้ว โดยอยู่ระหว่างสอบสวนพยานบุคคลและพยานเอกสารเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานส่งให้ ป.ป.ช.เพื่อทำดำเนินการไต่สวนส่งให้ศาลฎีกาพิจารณา โดยคดีอาญามีกำหนดอายุความ 10 ปี และจะครบกำหนด ในวันที่ 20 มีนาคม 2571 ตาม ปอ.มาตรา 95 และพนักงานสอบสวน ได้รายงานคดีลำดับชั้นโดยด่วน ถึง พล.อ.อ.กิตติ์รัตน์ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ว่ามีบุคคลมากล่าวโทษกับ นายสมชัย และยังมีการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับ น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน คนที่1 และเป็นประธานคณะอนุ กมธ.พิจารณาศึกษากระบวนการจัดการเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไปและการเลือก สว.เป็นการทั่วไป พ.ศ.2569 กรณีแต่งตั้งให้ นายสมชัย เป็นรองประธานอนุ กมธ. พิจารณาศึกษากระบวนการจัดการเลือกตั้งฯ คนที่3 เป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ ไม่ตรวจสอบประวัตินายสมชัย เมื่อครั้งดำรงแหน่ง กกต. โดย คสช.ใช้มาตรการยับยั้งการใช้อำนาจโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นการทั่วไปให้ประชาชนรับทราบ ดังนั้น การแต่งตั้งนายสมชัย โดยรู้หรือควรจะรู้ว่า ได้กระทำฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามในการเข้าไปเป็นอนุ กมธ. โดยได้ผลประโยชน์จากงบประมาณของรัฐ โดย น.ส.พนิดา จงใจใช้อำนาจโดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ในความผิดฐานเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือเกิดความเสียหายแก่รัฐหรือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพรป.ปปช.มาตรา 4,172 ปอ.157, 83 , 91 และฐานกระทำโดยจงใจฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมออย่างร้ายแรง ตาม รธน.มาตรา 219,235 วรรคหนึ่ง วรรคสี่ และข้อกำหนดจริยธรรมฯ พ.ศ.2561 ข้อ 7 ข้อ 8 และข้อ 27
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ทีมกฎหมายผู้ร้องอยู่ระหว่างตรวจสอบว่า ในการเสนอแต่งตั้งของน.ส.พนิดา ได้นำชื่อนายสมชัย ให้ คณะกมธ.กิจการศาลฯ ให้ความเห็นชอบหรือไม่ ซึ่งจะมีการกล่าวโทษบุคคลเพิ่มเติมในกมธ. ต่อพนักงานสอบสวน และป.ป.ช. เพื่อดำเนินคดีอาญาและให้ถอนถอดออกจากตำแหน่ง สส.และส่งให้ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป


