วุฒิสภาชุดปัจจุบัน ใช้โอกาสใกล้ปิดสมัยประชุม จัดเวทีแถลงผลงานครบรอบ 2 ปี ที่จะถึงในวันที่ 10 ก.ค.นี้ และถือโอกาสพบปะสื่อมวลชนประจำรัฐสภา
ในงานนี้ “มงคล สุระสัจจะ” ประธานวุฒิสภา ควง “พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์” รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ตั้งโต๊ะแจกแจงผลงาน ที่คาบเกี่ยวมาตั้งแต่ปี 2567-2569 ทั้งการผ่านร่างพระราชบัญญัติที่รับมาจากสภาฯ รวม 47 ฉบับ ประกาศใช้เป็นกฎหมายแล้ว 32 ฉบับ อนุมัติพระราชกำหนด 3 ฉบับ พิจารณาญัตติ รวม54 ญัตติ ตั้งกระทู้ถามรัฐบาล 443 กะทู้
“วุฒิสภาอยู่มาครบ 2 ปี ด้วยความสามัคคี แม้จะมีความคิดเห็นแตกต่าง สามารถเห็นต่างและถกเถียงกันได้ เปรียบเป็นดอกไม้หลากสี แต่เมื่อหลอมรวมก็จะเป็นประโยชน์กับประชาชน เชื่อว่าทุกคนจะอยู่ร่วมกันได้ด้วยความรักสามัคคี” ประธานวุฒิสภา ระบุ
ขณะที่การทำหน้าที่ประธาน “มงคล” ยืนยันว่า ไม่ใช่ “สภาสาขา” ของระบอบสีน้ำเงิน เพราะการทำงานของ สว. ต้องยึดประโยชน์ประเทศและประชาชน รวมถึงยึดกรอบรัฐธรรมนูญ ระเบียบกฎหมาย หากผิดระเบียบ กฎหมายที่ให้อำนาจไว้ เท่ากับเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนความเห็นที่วิจารณ์ สว.ต่างๆ นั้น ไม่ใช่ความเห็นที่ถูกเสมอไป เพราะเป็นเรื่องมุมมอง ซึ่งเป็นธรรมดาของโลกมนุษย์
ขณะที่หน้าที่ของ สว.ที่ถูกจับตา และตั้งคำถาม คือการเห็นชอบกรรมการในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ประธานวุฒิสภา ระบุว่า มีจำนวนมาก และที่ผ่านมาได้พิจารณาอย่างรอบคอบ โปร่งใส และยึดหลักคุณธรรมจริยธรรมเป็นสำคัญ
เมื่อกางสถิติ การคัดเลือก หรือเห็นชอบบุคคล ให้ดำรงตำแหน่งใดๆ ตามรัฐธรรมนูญ พบว่า สว.เห็นชอบบุคคล ให้ดำรงตำแหน่งใน “7 องค์กร” รวม 27 คน ดังนี้
1. กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้แก่ ประภาศ คงเอียด เพียรศักดิ์ สมบัติทอง สุชาติ สุนทรีเกษม และ มนูภาน ยศธแสนย์ 2. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้แก่ สราวุธ ทรงศิวิไล พล.ต.ต. จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช 3. กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แก่ ณรงค์ กลั่นวารินทร์ อนันต์ สุวรรณรัตน์ ณรงค์ รักร้อย และ จุรุตม์ วิศาลจิตร
4. ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้แก่ พล.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย 5. กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ได้แก่ เกล็ดนที มโนสันติ์ พรพิมล นิลทจันทร์ ยุทธพงษ์ อภิรัตนรังษี เฉลิมพล เพ็ญสูตร 6. ตุลาการศาลปกครองสูงสุด 11 คน 7. อัยการสูงสุด 1 คน อิทธิพร แก้วทิพย์
ทั้งนี้ มีส่วนที่วุฒิสภาไม่ให้ความเห็นชอบ 6 คน ได้แก่ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน พศุตม์ณิชา จำปาเทศ นิวัติไชย เกษมมงคล
ผู้ตรวจการแผ่นดิน รื่นนวดี สุวรรณมงคล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ สิริพรรณ นกสวน สวัสดี ชาตรี อรรจนานันท์ ร.ต.อ.สุธรรม เชื้อประกอบกิจ
อย่างไรก็ตามมติเห็นชอบของ “วุฒิสภา” ได้ถูกตั้งคำถามอย่างหนัก โดยเฉพาะ 2 องค์กร คือ “กกต.” และ “ป.ป.ช.” ที่สามารถให้คุณ ให้โทษกับ “สว.ชุดปัจจุบัน” รวมถึง “แกนนำรัฐบาล-พรรคภูมิใจไทย” ที่ถูกตรวจสอบหลายคดีสำคัญ โดยเฉพาะ คดีฮั้ว สว.- ซุกทรัพย์สิน
ที่สำคัญ"คดีฮั้ว สว." ที่ถูกตั้งคำถาม และจับตาอย่างหนักจากฝ่ายค้าน เพราะมองโยงถึงความสัมพันธ์ระหว่าง สว.ในฐานะผู้เลือกองค์กรอิสระ อย่าง กกต.ทั้ง 4 คน ที่มีหน้าที่ตรวจสอบคดีฮั้ว สว. ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างกันหรือไม่ ประธานมงคล ตอบทันทีว่า “ไม่เกี่ยวข้อง และไม่มีวันจะเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซง ไม่มีวันทำ”
พร้อมขยายความว่า การเลือกองค์กรอิสระ เป็นเอกสิทธิของสว. แม้จะทำหน้าที่ประธาน ไม่เคยสั่งใคร รวมถึงรับคำสั่งจากใครด้วย เวลาทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม มีหน้าที่ชี้ให้คนพูด ส่วนการพูดของสมาชิก ถือเป็นเอกสิทธิ
ทว่าในคดีฮั้ว สว. ที่มีชื่อ “มงคล” เป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกตรวจสอบ และมีประจักษ์พยานเป็นคลิป ที่ “พริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.พรรคประชาชน นำมาเปิดเผยให้เห็นว่า ในวันเลือกสว.ระดับประเทศ เมื่อ 26 มิ.ย.2567 มีชายร่างคล้ายมงคล ส่งโพยให้ กกต. หลังจากถูกตรวจสอบและถูกสั่งให้เก็บโพย ที่สันนิษฐานว่าเป็น “โพยฮั้ว” ซึ่ง “มงคล” ยืนยันว่า “เป็นเรื่องที่พูดไม่ได้ เพราะด้วยบทบาทประธานวุฒิสภาที่ต้องรักษาความเป็นกลาง”
ถือว่าย้อนแย้งกับสิ่งที่ “มงคล” พูดไว้ก่อนหน้าที่ว่า การทำหน้าที่ต้องยึดถือรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และระเบียบ เพราะหากปฏิบัติให้ได้อย่างที่พูด ประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกต ควรตอบให้ชัดว่า เป็นการกระทำที่ยึดถือกฎหมาย ระเบียบการเลือก สว.โดยสุจริตหรือไม่
ขณะที่ผลตรวจสอบฮั้ว สว. ที่ถูกจับตาว่าจะมีการเป่าคดี นั้น “มงคล” มองประเด็นนี้สั้นๆ ว่า “ผลเป็นอย่างไรก็แล้ว” ซึ่งแตกต่างจากคำตอบของรองประธาน “เกรียงไกร” ที่ยืนยันชัดถ้อยคำว่า “เมื่อมีคำตัดสิน พร้อมน้อมรับ ไม่ตะแบง”
คำตอบของประมุขสภาสูง อาจสะท้อนให้เห็นสัญญาณของคดี ที่หลายคนวิจารณ์ว่า “เป็นก๊วนเส้นใหญ่” และที่ผ่านมา ได้ปูทางสร้างค่าย เพื่อพิทักษ์รักษาประโยชน์การเมืองไว้แล้วส่วนหนึ่ง ดังนั้นต้องจับตาให้ดีว่าคดีฮั้ว จะส่งผลให้ “สว.ชุดที่ 13” อยู่รอดปลอดภัย จนครบเทอมหรือไม่


