'บิ๊กโจ๊ก-เอกวิทย์' พร้อมพวก 4 คน เข้ารับทราบข้อหาจาก 'องค์คณะไต่สวนอิสระ' คดีสินบนทองคำหนัก 246 บาท นัดไต่สวน 27 ส.ค.นี้
เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2569 ที่ศาลฎีกา ถ.ราชดำเนิน คณะกรรมการไต่สวนอิสระ ที่ตั้งขึ้นโดยประธานศาลฎีกา นัดนายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. กับพวกรวม 4 คน กรณีถูกกล่าวหาในฐานความผิดเกี่ยวกับปฏิบัติหน้าที่มิชอบ กรณีนายเอกวิทย์ เรียกรับสินบนทองคำ น้ำหนัก 246 บาท จาก พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ เพื่อแลกกับ ป.ป.ช.ไต่สวนคดีรับผลประโยชน์จากเว็บพนันออนไลน์
โดยคดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 4 คน ประกอบด้วย นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล นายสมบัติ ธรธรรม อดีตที่ปรึกษา และอนุกรรมการ ป.ป.ช. และนายสุรสิทธิ์ แพเกิด เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของนายเอกวิทย์ ในความผิดร่วมกันกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยแต่ละคนมีพฤติการณ์ต่างกัน
ในวันนี้ นายเอกวิทย์ และ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ เดินทางมาศาล ทั้งนี้ องค์คณะกรรมการไต่สวนอิสระ จะทำหน้าที่คล้ายกับพนักงานสอบสวน ดำเนินการซักถามผู้ต้องหาด้วยตัวเอง หากพบว่ามีมูล จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาและไต่สวน จะเรียกผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง อย่างไรก็ดีกระบวนการไต่สวนครั้งนี้ ดำเนินการโดยลับ ไม่มีการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะแต่อย่างใด
ต่อมาเวลา 11.55 น. นายเอกวิทย์ เดินทางออกจากศาลฎีกา บริเวณประตูด้านหน้าติดสนามหลวง โดยระหว่างที่รอรถมารับ ผู้สื่อข่าวพยายามถามเกี่ยวกับเรื่องที่โดนแจ้งข้อหาเเละไต่สวนวันนี้ นายเอกวิทย์ไม่ได้ตอบคำถาม ได้เเต่อมยิ้มเล็กน้อย
ต่อมาเวลา 12.30 น. นายสุรสิทธิ์ คนขับรถนายเอกวิทย์ พร้อมด้วย นายอมร กุศล ทนายความ เดินทางมาที่ศาลฎีกา ก่อนจะให้สัมภาษณ์ ว่า พาลูกความมารับทราบข้อกล่าวหาในฐาน ร่วมกันสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ได้ให้การปฏิเสธ เบื้องต้นขอชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 15 วัน คาดว่าจะยื่นส่งข้อมูลในวันที่ 21 ก.ค.นี้ ตามขั้นตอนคณะกรรมการไต่สวนอิสระ จะพิจารณาจากหลักฐานที่ตนเองยื่นชี้แจง แล้วนำไปพิจารณาว่าจะชี้มูลหรือไม่
นายอมร ทนายความ กล่าวอีกว่า ขั้นตอนนี้เป็นเพียงแค่การรับฟังเพื่อไปประกอบการพิจารณา ไม่ได้เป็นการนั่งบัลลังก์พิจารณาคดี ส่วนการชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหาตนเองไม่ทราบว่าท่านอื่นยื่นชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรทั้งหมดหรือไม่ แต่เบื้องต้นลูกความของตนเองจะชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรและปฏิเสธข้อกล่าวหา เนื่องจากมองว่าในชั้นตำรวจบิดเบือนข้อมูล ส่วนของการบิดเบือนข้อมูลไม่ได้เกี่ยวข้องกับการพิจารณาของคณะกรรมการไต่สวนอิสระ 9 ท่าน
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าตอนนี้คณะกรรมการไต่สวนอิสระมีมติเเจ้งข้อหาถึง 9 ต่อ 0 นั้น นายอมร กล่าวว่า ยังไม่ทราบข้อมูลนี้ว่าสื่อมวลชนนำมาจากไหน
ขณะเดียวกันเรื่องของกรณี การอุ้มลูกความของตนเองไปรีดสอบข้อมูลที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขณะนี้ได้มีการยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตภาค 8 ตอนนี้ศาลรับไต่สวนแล้ว
นายอมร กล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้ลูกความมีความกังวลใจเรื่องคดีสินบนทองคำอย่างมาก แต่พอเห็นข้อมูลพยานหลักฐานต่างๆ ในการต่อสู้คดีทั้งหมด ตอนนี้สบายใจขึ้นแล้ว
ต่อมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. พร้อมทีมทนายความ เดินทางมายังศาลฎีกา หลังคณะผู้ไต่สวนอิสระ นัดให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจงข้อเท็จจริง ในคดีถูกกล่าวหาว่าให้สินบนเป็นทองคำแท่งน้ำหนัก 246 บาท แก่กรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้ช่วยเหลือการไต่สวนคดี
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เดินทางออกจากศาลฎีกา หลังใช้เวลาเข้ารับทราบข้อกล่าวหา และตอบข้อซักถาม กับคณะผู้ไต่สวนอิสระ กว่า 2 ชั่วโมง โดยมอบหมายให้ทนายความเป็นผู้ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน
นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ เปิดเผยว่า วันนี้ลูกความมารับทราบข้อกล่าวหา กับคณะผู้ไต่สวนอิสระทั้ง 9 ท่าน ผู้ถูกกล่าวหาจะเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเป็นรายบุคคล คณะผู้ไต่สวนได้แจ้งพฤติการณ์ให้รับทราบอย่างเป็นทางการครั้งแรก ซึ่งจะทำบันทึกเป็นหนังสือชี้แจง และชี้แจงทางวาจา ในวันที่ 5 ส.ค. ก่อนที่จะมีนัดไต่สวนในวันที่ 27 ส.ค.
นายสัญญาภัชระ กล่าวอีกว่า ตั้งข้อสังเกตคดีนี้เป็นอำนาจของคณะกรรมการไต่สวนอิสระ ไม่ใช่อำนาจของพนักงานสอบสวนที่เป็นคู่กรณี ทางตำรวจได้มีการส่งสำนวนไป 2 แห่ง ทั้งส่งให้คณะกรรมการไต่สวน และส่งไปยังอัยการสำนักงานปราบปรามการทุจริต มองว่าการดำเนินคดีไม่มีบรรทัดฐานในกระบวนการ และอาจจะเป็นสองมาตรฐาน ไม่ควรดำเนินการซ้ำซ้อน และเกิดความไม่เป็นธรรม ของผู้ถูกกล่าวหา เมื่อเข้าสู่กระบวนการไต่สวน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ พร้อมเข้าสู่กระบวนการ และปฏิเสธข้อกล่าวหา
อนึ่ง การไต่สวนในชั้นนี้ ยังไม่ใช่การวินิจฉัยว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิด แต่เป็นกระบวนการรวบรวมพยานหลักฐาน เปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงข้อเท็จจริง และแสดงพยานหลักฐานเพื่อหักล้างข้อกล่าวหา หากเห็นว่าข้อกล่าวหามีมูล จะจัดทำสำนวนพร้อมความเห็น ส่งให้อัยการสูงสุด (อสส.) ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีสินบนทองคำสืบเนื่องมาจากคดีเว็บพนันออนไลน์ ที่ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ถูกกล่าวหาจาก บก.ปปป.สืบทราบข้อมูลและหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับประเด็นเคลียร์คดีในชั้นการพิจารณาของ ป.ป.ช. เพื่อให้สำนวนคดีเว็บพนันหลุดพ้นไป โดยพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงว่า มีการนำทองคำแท่งน้ำหนักรวม 246 บาท ไปมอบให้เพื่อเป็นสินบนแก่ นายเอกวิทย์ ที่กำกับดูแลหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพิจารณาสำนวนคดีในขณะนั้น
ต่อมาตำรวจมีการรวบรวมสำนวนส่งต่อให้อัยการพิจารณาฟ้องร้องในความผิดฐานให้และรับสินบน รวมถึงปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 อย่างไรก็ดี พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ยืนยันในความบริสุทธิ์ และปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยให้ทนายความดำเนินการสู้คดีตามกระบวนการ และโต้แย้งขั้นตอนการทำสำนวนของตำรวจ
สำหรับคดีนี้ นายเอกวิทย์ ในฐานะกรรมการ ป.ป.ช. ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่ารับสินบนเสียเอง ดังนั้นตามรัฐธรรมนูญปี 2560 จึงไม่สามารถใช้อำนาจไต่สวนได้ โดยให้อำนาจประธานศาลฎีกาในการตั้งผู้ไต่สวนอิสระ 9 คนประกอบด้วย
1. นายชวลิต อิศรเดช (ทำหน้าที่เป็นประธานคณะผู้ไต่สวนอิสระ) รองประธานศาลฎีกา
2. นายเผดิม เพ็ชรกูล หัวหน้าคณะในศาลฎีกา
3. นายรักเกียรติ วัฒนพงษ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้พิพากษา
4. นายสาคร ตั้งวรรณวิบูลย์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
5. นายอดิศร ไชยคุปต์ รองอัยการสูงสุด
6. นายสัญจัย จันทร์ผ่อง ผู้ตรวจการอัยการ
7. ศาสตราจารย์ไผทชิต เอกจริยกร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
8. ศาสตราจารย์ศักดา ธนิตกุล อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
9. ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย





