“วรศิษฎ์” โยน ปลัดมท. ตั้งคกก.วินัยร้ายแรง ขรก.พันทุจริตสอบ ขรก.ท้องถิ่น ชี้ 5รายชื่อ ยังไม่สอบข้อเท็จจริง เผย ผลสอบประกาศ 15,000คน กับกระดาษคำตอบรู้คืนนี้ หากไม่ตรงต้องจบ อำนาจยกเลิกเป็น ก.กลาง รักษาสิทธิ์คนสอบได้ ระบุ ยังไม่ตัดสินพวกคะแนนผิดปกติ มีโทษอาญาหรือไม่
ที่รัฐสภา นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัยร้ายแรง กรณีการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ว่า เรื่องนี้ต้องถามปลัดกระทรวงมหาดไทย แต่กำหนดครบเวลาการตรวจสอบข้อเท็จจริงตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่วันนี้ยังไม่ได้เจอปลัดกระทรวงฯ จึงยังไม่ได้อัปเดตข้อมูลกัน ซึ่งกระบวนการก็ต้องไปแบบนั้นอยู่แล้ว ส่วนจะเสร็จเมื่อไหร่ก็เดี๋ยวไปว่ากัน ส่วนที่มีกระแสว่า มีระดับอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และรองอธิบดี สถ.เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยใน 5 รายชื่อนั้น เรื่องนี้ยังไม่สอบข้อเท็จจริง ตนยังไม่เห็นรายงานจากปลัดกระทรวงฯแจ้งมา แต่เดี๋ยวคงส่งมา
เมื่อถามว่า หลังเซ็นตั้งคณะกรรมการแล้ว ขั้นตอนจากนี้เป็นอย่างไร นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เป็นกระบวนการที่ปลัดฯต้องดำเนินการตามปกติอยู่แล้ว มีการสอบคนที่เข้าข่ายว่าเข้ามาเกี่ยวข้อง ตามกรรมการสอบวินัยว่าเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง ส่วนจะมีโอกาสดำเนินคดีอาญาต่อเนื่องด้วยหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการสอบวินัย ว่าจะเป็นอย่างไร หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ก็ต้องดำเนินการ
เมื่อถามถึงการครบกำหนดในการตรวจสอบผลประกาศกับกระดาษคำตอบของผู้ที่ได้รับการบรรจุ 15,000 คน นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ใช่ เป็นการตรวจผลการประกาศ กับกระดาษคำตอบไฟล์รูปกระดาษคำตอบ ซึ่งจะครบกำหนดวันนี้(6 ก.ค.) และคาดว่าน่าจะเสร็จสมบูรณ์ในวันนี้ช่วงค่ำนี้ หากผลออกมาไม่ตรงกัน ก็ต้องเสนอเรื่อง เพราะเราเห็นแล้วว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นกับคะแนน ส่วนจะเกิดอย่างไร ก็ต้องไปว่ากัน หากไม่ตรง ก็คือไม่ตรง และต้องจบในวันนี้ รวมไปถึงการตรวจสอบ ได้มีภาคีเครือข่ายด้วยทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) หลังจากนั้นจะมีการเสนอเรื่อง หากข้อมูลชัดเจนเรียบร้อย จะมีการเสนอเรื่องเข้าคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) เพราะอำนาจในการยกเลิกบัญชีเป็นอำนาจของ ก.กลาง ส่วนระยะเวลาขอดูอีกครั้ง แต่จะพยายามทำให้รวดเร็วที่สุด
เมื่อถามว่า จะมีการะเลื่อนบัญชีขึ้นได้หรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ต้องรอดูอีกครั้ง และไม่ต้องสอบใหม่ เพราะกลุ่มคนที่สอบได้ เรารวมไปด้วยคน 2 กลุ่ม คือกลุ่มแรกคือคนที่สอบได้ตามปกติด้วยความสามารถของตัวเอง ส่วนกลุ่มที่สองคือคนที่มีคะแนนความผิดปกติ ดังนั้น หากสอบได้ด้วยความสามารถตัวเอง เราต้องรักษาสิทธิ์ไว้อยู่แล้วไม่ให้กระทบสิทธิ์นั้น แต่คนที่มีความผิดปกติ ก็ต้องดำเนินการต่อไป ดังนั้นคนที่โดนดึงออก ก็คือกลุ่มคนที่มีคะแนนความผิดปกติ และลำดับต่อมาจะขึ้นมาแทน
เมื่อถามว่า คนที่ถูกดึงออก จะต้องชี้แจงกับคณะกรรมการหรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ต้องดำเนินการสืบหาต่อไป ว่าทำไมคะแนนถึงมีความผิดปกติ เกิดอะไรขึ้น
เมื่อถามว่า หากพบว่าคะแนนผิดปกติ จะถือว่ามีโทษอาญาหรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ยังไม่ตัดสิน เราต้องสืบหาข้อเท็จจริงต่อไป ว่าความผิดปกติเกิดขึ้นจากตรงไหน มีความเกี่ยวข้อง หรือกระบวนการเป็นอย่างไร ตนเข้าใจดีว่าเป็นสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิด แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ต้องหาวิธีการสืบเสาะข้อเท็จจริงให้กระจ่าง
เมื่อถามว่า กระบวนการนี้จะดึงความความเชื่อมั่นให้กับกระทรวงมหาดไทยได้หรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ต้องได้ ที่ผ่านมาเราทำงานอยู่บนความตั้งใจ จริงใจ ที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้อยู่แล้ว และนอกจากกระทรวงมหาดไทย ยังมีอีกหลายหน่วยงานที่ทำงานร่วมกัน ข้อมูลส่วนนี้หากตรวจสอบแล้ว จะประสานตรวจสอบกับหน่วยงาน อื่นๆ ด้วย เพื่อนำไปสู่การดำเนินการในขั้นต่อไป และหากผู้ที่มีคะแนนผิดปกติ พบว่าเป็นหนึ่งในกระบวนการ เกี่ยวข้องกับการทุจริต เราก็จะต้องสืบสาวต่ออยู่แล้ว





