“สว.” ท้วงรัฐบาลโอนงบฯ หั่นส่วนลงทุน ต่อกระทบเศรษฐกิจ แนะให้เบิกจ่ายโปร่งใส อย่าให้ถูกมองเสียค่าโง่ซ้ำซ้อน “กมธ.ตามงบฯ” เผย นง.เร่งเบิกจ่ายสูงเสี่ยงกระทบคุณภาพ
ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานสภาฯ คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วงเงิน 1.03หมื่นล้านบาท ซึ่งสภาฯ ลงมมติเห็นชอบแล้ว โดย สว. ต้องให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบภายใน 20 วันนับแต่วันที่ร่างพ.ร.บ.โอนงบฯถึงวุฒิสภา
โดยนายศุภโชค ศาลากิจ สว. ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ติดตามการบริหารรงบประมาณ สว. นำเสนอรายงานศึกษาล่วงหน้า ต่อที่ประชุมว่า สำหรับรายการที่โอนงบประมาณมายังงบกลาง เพื่อสำรองจ่ายในนกรณีฉุกเฉินและจำเป็นน แบ่งเป็นรายจ่ายประจำ 683 ล้านบาท และรายจ่ายลงทุน 9,645 ล้านบาท ทั้งนี้กมธ.เข้าใจเหตุผลต่อการโอนงบประมาณ แต่มีข้อห่วงใย คือ การดึงงบลงทุนไปใช้ส่งผลให้เงินที่ใช้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานลดลงจากแผนเดิม กระทบต่อขีดความสามารถการแข่งขันประเทศ กมธ.เสนอให้จัดเงินชดเชยให้กับโครงการดังกล่าวในปีงบประมาณถัดไป รวมถึงวางแผนรัดกุมภายใต้กฎหมายการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด
นายศุภโชค กล่าวต่อว่านอกจากนั้นปัญหาเร่งใช้เงินเพื่อกันการตัดงบของหน่วยงานต่างๆ กมธ.พบว่ารัฐบาลประกาศคืนเงินดังกล่าวช่วงก่อนเดือน เม.ย. แต่กลับกำหนดวันตัดข้อมูลยอดจริง 2 มิ.ย. หากพิจารณาเทียบผลดำเนินงานว่า ผลการใช้จ่ายเงินของหน่วยงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 61.68% สิ้นเดือนมี.ค. เพิ่มเป็น 77.79% ในวันที่ 5 มิ.ย.โดยเพิ่มขึ้น 16.11% สิ่งที่สังเกตได้ 31 พ.ค. - 5 มิ.ย. เพียง 5 วัน มียอดใช้จ่ายเพิ่มขึ้นถึง 3.15% โดยปกติเดือนมี.ค.-เม.ย. และ เม.ย.-พ.ค. มีค่าเฉลี่ย 6%-7% สะท้อนให้เห็นว่าหน่วยงานราชการเร่งก่อหนี้ผูกผันและเร่งเบิกจ่ายเพื่อไม่ให้เงินถูกดึงกลับ แม้ทำถูกต้องทำระเบียบ แต่ทำโครงการที่มีข้อจำกัดด้านเวลา อาจทำให้มีผลต่อคุณภาพของงาน ผู้รับจ้าง ความคุ้มค่าของเงินที่ลงทุน
นายศุภโชค กล่าวต่อว่า ความโปร่งใสใช้งบกลาง เพราะการอนุมัติใช้งบกลางอยู่ที่การตัดสินใจของฝ่ายบริหารโดยตรง แม้ทำให้การแก้วิกฤติรวดเร็ว แต่เสี่ยงของการใช้เงินที่ถูกต้องและตรวจสอบได้ยาก กมธ.ขอเน้นว่าทุกโครงการที่จะขอรับเงินก้อนดังกล่าว ต้องระบุตัวเลข ผลชี้วัด ผลลัพธ์ที่ชัดเจน เพื่อให้รัสภาและประชาชนติดตามตรวจสอบ
นอกจากนั้น ควรยกระดับการจัดทำงบประมาณของประเทศอย่างเป็นระบบให้สอดคล้องกับฐานะการเงินของประเทศ และแก้ปัญหาประชาชนได้จริง ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย โดยไม่อยากได้ยินว่ารัฐเสียค่าโง่ซ้ำอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการอภิปรายของสว. ก่อนจะผ่านวาระแรกนั้น สว. ได้ให้ข้อสังเกตต่อการโอนงบประมาณที่นำมาจากงบลงทุนที่กังวลจะกระทบการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงการใช้จ่ายเงินที่มีข้อกังวลความไม่โปร่งใสและก่อให้เกิดงบบานปลาย โดยเฉพาะการใช้งบเพื่อแก้ปัญหาภัยพิบัติที่มีแนวโน้มเพิ่มความรุนแรงในหลายพื้นที่





