ชุดสืบ ป.ป.ช.ปฏิบัติการร่วม ตร.-ป.ป.ท. รวบ 'ปลัดอำเภอ' พระพุทธบาท เรียกรับเงินหลักหมื่น แลกออกใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน-เครื่องกระสุน
เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภายใต้การอำนวยการของ นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายพัฒนพงศ์ จันทรเพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มอบหมายให้นายเนติพล ชุมยวง ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ว่าที่ร้อยตรี คทาวุธ คลังนุช ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสระบุรี นายไพโรจน์ นิยมเดชา ผู้อำนวยการกลุ่มสืบสวน และปฏิบัติการข่าว 2
พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มสืบสวนฯ 2 สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ และเจ้าหน้าที่งานสืบสวนคดีทุจริตจังหวัดสระบุรี ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.)
ร่วมปฏิบัติการจับกุม เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ (ปลัดอำเภอ) สังกัดที่ทำการปกครองอำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ที่ 20/2569 ลงวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ในฐานความผิด เป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 157
สืบเนื่องจาก สำนักงาน ป.ป.ช. ได้รับการการแจ้งเบาะแสจากผู้เสียหายว่าได้ดำเนินการยื่น คำร้องขอออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนและเครื่องกระสุน (แบบ ป.3) จำนวน 2 กระบอกคือ ปืนยาวชนิดเดี่ยวลูกซอง ขนาด 12 (5 นัด) และปืนสั้นชนิดกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. เพื่อรับโอนปืนทั้ง 2 กระบอกดังกล่าว จากมารดา
ต่อมาเจ้าหน้าที่นักสืบสวนคดีทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ลงพื้นที่สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนทราบว่า นายปริน (สงวนนามสกุล) เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ (ปลัดอำเภอ) สังกัดที่ทำการปกครองอำเภอพระพุทธบาท ปฏิบัติหน้าที่ ณ ที่ทำการปกครองอำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี มีพฤติการณ์การประวิงเวลา และสร้างเงื่อนไขในการดำเนินการออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนและเครื่องกระสุน (แบบ ป.3) โดยอ้างกับผู้เสียหายในครั้งแรกว่ามีค่าธรรมจำนวน 10,000 บาท ซึ่งตามกฎหมายค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ให้ซื้ออาวุธปืนและเครื่องกระสุน (แบบ ป.3) เพียงฉบับละ 5 บาท
ผู้เสียหายจึงได้ให้ข้อมูลและแจ้งเบาะแสต่อสำนักงาน ป.ป.ช. และได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อพนักงานสอบสวน บก.ปปป เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย จนนำไปสู่การยื่นคำร้องขอต่อศาลเพื่อขออนุมัติหมายจับ และเปิดปฏิบัติการจับกุม ณ ที่ทำการปกครองอำเภอพระพุทธบาท
ภายหลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ ได้ทำการตรวจค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจยึดสิ่งของที่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดี และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
อนึ่ง ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด





