ตัวแสดงโยง‘โกงสอบท้องถิ่น’ มหาดไทยสรุป - ป.ป.ช.เปิด 4 พิรุธสอบต่อ ปธ.กมธ.กฎหมายเล็งสอบ 4 ปม ทีโออาร์เปิดช่องเอื้อทุจริตหรือไม่
KEY POINTS
- กระทรวงมหาดไทยสรุปผลสอบเบื้องต้น พบหลักฐานการแก้ไขคะแนนสอบ โดยสุ่มตรวจ 79 ราย พบ 48 รายมีคะแนนไม่ตรงกับไฟล์ประมวลผล และมีเจ้าหน้าที่รัฐกับเอกชนเกี่ยวข้อง
- ป.ป.ช. ตั้งธงไต่สวนต่อใน 4 ประเด็นหลัก คือ การปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตของข้าราชการ การกำหนด TOR ที่อาจเอื้อประโยชน์ ผู้ร่วมขบวนการแก้ไขคะแนน และการเรียกรับผลประโยชน์
- การสืบสวนพบตัวละครหลายกลุ่มที่เชื่อมโยงกัน ทั้งข้าราชการ เอกชน และบุคคลที่ปรากฏในคลิปเสียง โดยมุ่งเป้าไปที่ความผิดปกติของ TOR ที่อาจเป็นช่องโหว่ให้เกิดการทุจริต
ในที่สุดมหากาพย์ “โกงสอบท้องถิ่น” ก็มีความคืบหน้าล่าสุด อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย พร้อมด้วย อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย สันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ร่วมแถลงผลการตรวจสอบ ที่ทำเนียบรัฐบาล วานนี้ (2 ก.ค.)
ผลการสอบโดยสรุปคือ ข้อเท็จจริงที่คณะกรรมการได้ตรวจพบในเบื้องต้น คณะกรรมการได้ตรวจกระดาษคำตอบที่ศูนย์สอบทั้ง 10 ศูนย์ พบว่า ผู้รับจ้างไม่ได้ส่งไฟล์ข้อมูลภาพถ่ายกระดาษคำตอบที่ปรากฎผลคะแนนให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในทันที เมื่อตรวจกระดาษคำตอบแล้วเสร็จ
นอกจากนี้ มีการเข้าไปสุ่มตรวจแฟลชไดร์ฟที่เก็บอยู่ ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งบันทึกไฟล์ข้อมูลภาพถ่ายกระดาษคำตอบทั้งหมดทุกคน กับประกาศผลคะแนนที่แจ้งมา จากการสุ่มตรวจ 79 ราย ปรากฏว่า มีคะแนนในสำเนากระดาษคำตอบไม่ตรงกับไฟล์ประมวลผลคะแนนสอบ ถึง 48 ราย เกินครึ่ง มีการตรวจสอบว่ามีการแก้ไขคะแนน ทั้งกรณีภาค ก. ภาค ข. เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ผฃคะแนนให้ภาค ก. เกินกว่าร้อยละ 60 ภาค ข. มีคะแนนสูงเป็นพิเศษถึงร้อยละ 90
ทั้งนี้ หลังจากประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ ภาค ค. ยังมีการเข้าไปแก้ไขข้อมูล ก่อนส่งไปประกาศในระบบสารสนเทศอย่างเป็นทางการ พบว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง มีทั้งเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ของผู้รับจ้าง ของบริษัทเอกชนภายนอก และอีกกลุ่มคือ บุคคลที่ยังไม่ทราบตัวตน ซึ่งการดำเนินการทางวินัยเบื้องต้น เราพบว่ามีข้าราชการพลเรือนสามัญ ในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีมูลอันควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย 5 ราย
สำหรับเหตุการณ์ “โกงสอบท้องถิ่น” เกิดขึ้นในการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น(กสถ.) ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ปี 2568 ทั้งหมด 87 ตำแหน่ง รวมทั้งสิ้น 6,669 อัตรา มีการเรียกรับเงินหัวละ 3.5-8 แสนบาท เมื่อ 23 มิ.ย.2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) บูรณาการร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) บุกตรวจค้นอาคารที่ตั้งบริษัทแห่งหนึ่งย่านบางใหญ่ จ.นนทบุรี และพบว่า มีข้าราชการ และบุคคลภายนอก ร่วมกันแก้ไขคะแนนสอบดังกล่าว
พลันเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น มีการปล่อย “คลิปเสียงลับ” ออกมาหลายตอน มีการพาดพิงถึง “รัฐมนตรีช่วย” บางคน รวมถึง 2 ตัวละครสำคัญที่ปรากฏในคลิปเสียง ซึ่งปัจจุบันมีการยืนยันข้อเท็จจริงแล้วทั้ง 2 คน คือ 1.นายกฤต หรือ “พงศกร เสาร์ทน” อดีตคณะทำงาน รมว.เกษตรและสหกรณ์ (ในยุค ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า) 2.น.ส.ส้ม หรือ “กานดาภร มณีปุณยากุล”
ในประเด็นคลิปฉาวที่มีการพาดพิง “รัฐมนตรีช่วย” และเล่าถึงขั้นตอน-พฤติการณ์การเรียกรับเงิน โดยอ้างว่ามีโควตาในมือที่จะบรรจุให้เป็นข้าราชการได้นั้น ปัจจุบัน “ทรงศักดิ์ ทองศรี” รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ยืนยันฟ้อง “นายกฤต” ที่มีการพาดพิง และอ้างชื่อถึง แม้ว่า “นายกฤต” จะเปิดหน้าเปิดตัว ให้สัมภาษณ์ “ขอโทษ” พร้อมยืนยันว่า “ทรงศักดิ์” ไม่เกี่ยวข้องแล้วก็ตาม
สำหรับตัวละครสำคัญใน “คลิปเสียง” ที่มีการปล่อยออกมาหลายคลิปผ่านโซเชียลมีเดีย และบางสำนักข่าว จำแนกออกได้ 2 กลุ่มคือ
1.กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ ที่มีการอ้างว่า สามารถจัดหาคนเข้าสอบ และมีโควตาในมือ มีผู้ร่วมขบวนการอย่างน้อย 6 คน โดยมีชื่อของ “นายกิจ” และ “น.ส.ส้ม” อยู่ในกลุ่มนี้ (เท่าที่ตรวจสอบพบ) โดยในกลุ่มนี้ เมื่อไม่ได้รับโควตาตามการกล่าวอ้าง มีการร้องเรียนผ่านสื่อ และเข้าร้องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตั้งแต่ต้นปี 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งคลิปเสียงลับบางชิ้น คือหลักฐานที่ถูกดีเอสไอนำไปตรวจสอบแล้ว
2.กลุ่มข้าราชการใน สถ. ซึ่งเป็นกลุ่มที่ถูก ป.ป.ช. และตำรวจบุกจับกุมเมื่อ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมี ข้าราชการระดับกลางใน สถ. รวมถึงกลุ่มข้าราชการส่วนท้องถิ่นเข้าไปพัวพันหลายสิบคน มีชื่อซึ่งถูกเปิดต่อสาธารณะแล้วคือ “จ่าพิชิต” จ.ส.ต.พิชิต ทั้งพรม อดีตผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์ และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ปัจจุบันถูกสั่งพักราชการ ขณะที่เจ้าตัวยื่นใบลาออกแล้ว พร้อมกับกลุ่มลูกน้องของ “จ่าพิชิต” นับ 10 คน ที่ถูกจับในวันดังกล่าว
ประเด็นหลักฐานชิ้นสำคัญในคดีนี้ อยู่ในขอบเขตงาน (TOR) ของโครงการดังกล่าว วงเงินรวม 139 ล้านบาทเศษ โดยผู้ชนะการประกวดราคาคือ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) วงเงิน 133.2 ล้านบาทเศษ ใน TOR ดังกล่าว เขียนไว้ชัดเจนว่า จะต้องเก็บเอกสารคำตอบในการสอบไว้ที่ผู้รับจ้าง หรือที่ มศว ขณะเดียวกันมีการจัดทำไฟล์บันทึกลงใน Flash Drive แล้วส่งให้ประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) หรือผู้ได้รับมอบหมาย โดยให้เป็นความลับที่สุด
ขณะเดียวกันในขั้นตอนการประมูลพบว่า ผู้ยื่นราคาต่ำที่สุดได้แก่ มรภ.สุรินทร์ ที่เสนอไปราว 93 ล้านบาท แต่กลับไม่ได้รับการคัดเลือก แม้ว่า มรภ.สุรินทร์ จะมีการอุทธรณ์ไปยังกรมบัญชีกลาง แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ไป ทำให้ มศว แม้จะยื่นราคา 133.2 ล้านบาทเศษ ก็เป็นผู้ชนะ และลงนามในสัญญาจัดสอบช่วงเดือน ต.ค. 2568
นั่นทำให้หลายคนสงสัยว่า 1.เอกสารกระดาษคำตอบดังกล่าว หลุดมาจากไหน จากบุคคลที่รับส่งกระดาษคำตอบ ก่อนนำไปไว้ที่ มศว หรือว่าหลุดจาก “แฟลชไดรฟ์” ดังกล่าว 2.การจัดซื้อจัดจ้างดังกล่าว เป็นไปอย่างโปร่งใส ยุติธรรมหรือไม่
เรื่องนี้ฝ่าย ป.ป.ช.ตั้งธงการไต่สวนไว้ 4 ประเด็น ได้แก่
1.ข้าราชการในกรม สถ.ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ในการสอบท้องถิ่นดังกล่าว เพื่อเอื้อประโยชน์แก่บุคคลใดหรือไม่
2.การกำหนด TOR เอื้อประโยชน์ให้ผู้รับจ้างเป็นผู้ดำเนินการจัดสอบ คือ มศว หรือไม่
3.ใครร่วมกันจัดทำผลคะแนน และแก้คะแนนสอบ เพื่อให้บุคคลได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น
4.มีการเรียกรับผลประโยชน์ในเรื่องนี้หรือไม่
ที่น่าสนใจ ป.ป.ช.ยังไม่ได้ขยายผลโฟกัสไปยัง “ฝ่ายการเมือง” แต่เน้นการสอบสวนกับ “ข้าราชการ-เอกชนผู้ชนะประกวดราคา คือ มศว” ก่อน เบื้องต้น มศว ได้ออกแถลงการณ์ และชี้แจงหลายครั้ง ยืนยันข้อเท็จจริงว่า ไม่เกี่ยวข้องในการร่วมทุจริตเรื่องนี้ และทั้งหมดปฏิบัติตาม TOR ส่งงานไปเรียบร้อยแล้ว
แหล่งข่าวระดับสูงในสำนักงาน ป.ป.ช.เปิดเผยว่า เรื่องนี้มีการโฟกัสการไต่สวนไปยัง ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงภายในกระทรวงมหาดไทย โดยเป็น “ระดับอธิบดี” ที่มีไทม์ไลน์เกี่ยวข้องในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งในช่วงกระบวนการตั้งโครงการ และประกวดราคา รวมถึงกระบวนการจัดสอบ และการเก็บข้อสอบ
ขณะเดียวกัน “รังสิมันต์ โรม” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ลุยเดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้ โฟกัสไปยังการตั้ง TOR ของโครงการจัดสอบดังกล่าว ส่อมีช่องโหว่ให้เอื้อทุจริตได้หรือไม่
ประธาน กมธ.กฎหมายฯ ตั้งข้อพิรุธ 4 เงื่อนปมในเรื่องของ TOR ได้แก่ 1.มีการขยายเวลาแก้ไขโปรแกรม จาก 48 ชั่วโมง เป็น 15 วัน ทำให้เกิดช่องว่างเพื่อแก้ไขอะไรหรือไม่ 2.ใน TOR มีการกำหนดในรูปแบบไฟล์รูปภาพ JPG และ PDF แล้วให้จัดเก็บในแฟลชไดรฟ์โดยไม่มีการเข้ารหัสหรือล็อกรหัสหรือไม่ ตรงนี้จึงเป็นประเด็นว่าความรับผิดชอบอยู่ที่ใคร ในเมื่อแฟลชไดรฟ์ไปปรากฏอยู่ที่บางบัวทองที่ตำรวจไปตรวจค้น
3.ให้ติดตาม จ.ส.ต.พิชิต จ.เพชรบูรณ์ และมีชื่อเป็นเจ้าของบริษัท ที่ถูกใช้เป็นสถานที่ทุจริตแก้ไขคะแนนสอบ ซึ่งแฟลชไดรฟ์หรือฮาร์ดดิสก์ในการจัดเก็บข้อมูลมีความสำคัญ สามารถตรวจสอบได้ว่า มีการคัดลอกมาจากที่ไหนและเมื่อไหร่ เราตั้งข้อสังเกตว่า ไฟล์ลักษณะนี้สกุล LTSC ไม่ใช่โปรแกรม Excel ที่เราใช้กันทั่วไป แต่เป็นไฟล์ขององค์กรภาครัฐคือ มศว และ สถ. จะชี้ไปว่าใครเป็นคนเซ็นไฟล์นี้ออกมา
4.การตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้กระทำผิด อยากให้กรรมาธิการได้ติดตามกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ก่อนที่จะมีการใช้เงินหรือฟอกเงินไปทำอย่างอื่น จนไม่สามารถได้กลับคืนมา
ทั้งหมดคือไทม์ไลน์ในการตรวจสอบมหากาพย์ “โกงสอบท้องถิ่นฉาว” ที่สะเทือน“อาณาจักรน้ำเงิน” ใน“กระทรวงคลองหลอด” ท่ามกลางศึกงัดข้อทางการเมืองระหว่าง 2 ผู้ยิ่งใหญ่ “2 น.” สุดท้ายใครจะชนะ ต้องรอติดตาม





