วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

สภาสูงปิดช่อง ‘โกงสอบท้องถิ่น’ ปรับกฎหมาย-มาตรฐานสอบ

เมื่อคดีโกงสอบท้องถิ่น กลายเป็นปมฉาวในรัฐบาล "อนุทิน" ทำให้กลไกที่เกี่ยวข้องต้องเร่งเคลียร์ โดย "สว." ที่เตรียมผ่าน กม.ท้องถิ่น ได้ชะลอ พร้อมเพิ่มมาตรการสกัดโกง

KEY POINTS

  • วุฒิสภามีมติให้ถอนร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น เพื่อกลับไปแก้ไขเนื้อหาสำหรับอุดช่องโหว่การทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น
  • ข้อเสนอแก้ไขที่สำคัญคือ ให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เป็นผู้มีอำนาจจัดสอบภาค ก. (ความรู้ทั่วไป) เพื่อลดปัญหาการวิ่งเต้น
  • หลังสอบผ่านภาค ก. กับ ก.พ. แล้ว ผู้สมัครจะไปสอบภาค ข. (ความรู้เฉพาะตำแหน่ง) และ ภาค ค. (สัมภาษณ์) กับหน่วยงานท้องถิ่น ซึ่งยังคงหลักการกระจายอำนาจ
  • จะมีการกำหนดมาตรฐานการสอบของหน่วยงานท้องถิ่นให้รัดกุม โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้เข้าสอบว่าจะไม่แพ้คนทุจริต

ผลสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นของกระทรวงมหาดไทย ที่นายกฯ “อนุทิน ชาญวีรูล” ในฐานะ มท.1 นำแถลงพร้อมกับ "อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” ปลัดมหาดไทย และ “สันติธร ยิ้มละมัย” รองปลัด ในฐานะคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ สรุปว่ากระบวนการโกงสอบท้องถิ่น มีคนในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) 5 ราย ร่วมกระบวน และถูกส่งเข้าสู่กระบวนการเอาผิดทางวินัย

ทว่าผลที่ออกมาของมหาดไทยตามกำหนด 7 วัน ไม่สามารถระบุความชัดเจนว่า ต้นตอขอเรื่อง หรือตัวการใหญ่ที่ทำให้เกิดการทุจริตสอบเป็นใคร 

แม้ว่าก่อนหน้านั้น “คนมหาดไทย” รวมถึง “คนภูมิใจไทย” ทำท่าขึงขังว่า จะนำตัวคนผิดทุกระดับมาลงโทษ ไม่ใช่จับแค่ปลาซิว ปลาสร้อยเท่านั้น แต่ฝ่ายค้าน โดยเฉพาะ “พรรคประชาชน” ยังไม่เชื่อมั่น เพราะการสืบสาวเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ “ข้าราชการระดับสูงในกระทรวง” ทำให้ต้องใช้กลไกของสภาฯ ตรวจสอบคู่ขนาน 

สภาสูงปิดช่อง ‘โกงสอบท้องถิ่น’ ปรับกฎหมาย-มาตรฐานสอบ

ล่าสุดคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน ที่มี "ภคมน หนุนอนันต์” สส.พรรคประชาชน รับเรื่องไว้ในวาระ และสัปดาห์หน้าคาดว่าจะเริ่มเรียกคนที่เกี่ยวข้อง เข้าชี้แจง

ขณะที่ “สภาสูง” เริ่มใช้กลไก กมธ.ติดตามเรื่องนี้ ก็ได้เห็นการขยับในบทบาทผู้กลั่นกรองกฎหมาย โดยเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา วุฒิสภามีมติให้ถอน “ร่างพ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น(ฉบับที่…) พ.ศ….” ออกจากวาระการประชุม 29 มิ.ย.2569

โดย "สว.กฤษณุ เหลืองพิบูลกิจ” ประธานกมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ฉบับนี้  ให้เหตุผลว่า เพื่ออุดช่องทุจริตโกงสอบท้องถิ่น

หากสแกนร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ที่ กมธ.เสนอต่อวุฒิสภา เนื้อหามี 8 มาตรา ไม่พบการแก้ไขใดๆ จากเนื้อหาที่รับมาจากสภาฯ แม้แต่พยางค์เดียว ทำให้มีข้อสังเกตจากคนวงนอกว่า การดึงเรื่องนี้ออก เหมือนดึงฟืนออกจากไฟ ที่โอบล้อม “รัฐบาลภูมิใจไทย” และนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ที่สวมหมวก “รมว.มหาดไทย” และมีข้อสังเกตจาก “สส.ฝ่ายค้าน” อีกว่า “ดึงไปดอง โดยไม่ช่วยแก้ปัญหาโกงสอบท้องถิ่น ที่เกิดขึ้น”

ต่อประเด็นนี้ ถูกปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงจาก “สว.กฤษณุ” ประธานกมธ. โดยยืนยันว่า จะแก้ไข ปรับปรุงเนื้อหา เพื่ออุดรอยรั่วที่เป็นเหตุให้เกิดการโกงสอบท้องถิ่น การทุจริตในอนาคต จะนัดประชุมกมธ.เพื่อหารือสัปดาห์หน้า เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กฤษฎีกา กรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) เข้าร่วม

ส่วนที่ก่อนหน้านี้ ไม่แตะเนื้อหาใด เพราะเข้าใจว่าเจตนารมณ์ของการแก้ไขจากสภาฯ ต้องการยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 8/2560 เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานส่วนบุคคลท้องถิ่น ลงวันที่ 21 ก.พ. 2560 เพื่อยกเลิกการรวมศูนย์การจัดสอบ ที่เป็นบทบาทของ “คณะกรรมการกลางพนักงานส่วนท้องถิ่น” หรือ ก.ถ. ไปให้หน่วยงานส่วนท้องถิ่นดำเนินการเท่านั้น

เมื่อมีเหตุที่ต้องปรับปรุง สิ่งที่ถูกตั้งคำถามว่า จะแก้ไข ปรับปรุง หรือเติมอะไร “สว.กฤษณุ” ระบุว่า จะเพิ่มหน้าที่ให้ “ก.พ.” มีอำนาจจัดสอบ ภาค ก. (ความรู้ทั่วไป) และเมื่อสอบผ่าน สามารถยื่นสอบ ภาค ข. ได้ โดย หน่วยงานท้องถิ่นเป็นผู้จัดสอบ และเมื่อผ่าน ต้องเข้าสู่การสอบ ภาค ค. คือสัมภาษณ์ ที่อาจมีประเด็นเรื่องเกณฑ์คะแนนที่ใช้ผ่านการสอบ จะกำหนดให้ใช้ช่วงคะแนนเป็นเกณฑ์ประเมินด้วย

“ข้อเสนอนี้ ที่ ก.พ. จัดสอบภาค ก. ผมเชื่อว่าจะตัดการวิ่งเต้น ทุจริตออกไปได้ เพราะการจัดสอบข้าราชการพลเรือนของ ก.พ. ไม่เคยมีเรื่องร้องเรียนการทุจริต ส่วนสอบภาค ข. และ ภาค ค. ยังคงเจตนารมณ์การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นจัดการ" 

สภาสูงปิดช่อง ‘โกงสอบท้องถิ่น’ ปรับกฎหมาย-มาตรฐานสอบ

"ขณะเดียวกันเพื่อให้ทุกภาคส่วนยอมรับกับการสอบคัดเลือกข้าราชการท้องถิ่นของหน่วยงานท้องถิ่น ต้องกำหนดมาตรฐาน เช่น มีหลักคุณธรรม ทำมาตรฐานการสอบให้รัดกุม มีแนวทางออกข้อสอบที่ชัดเจน ให้โปร่งใส ยุติธรรม เพื่อให้คนที่ไปสอบเชื่อมั่นได้ว่าจะได้รับความเป็นธรรม ไม่ใช่ว่าแพ้คนที่วิ่งเต้น จ่ายเงิน” สว.กฤษณุ ระบุ 

พร้อมมองว่าเรื่องนี้มีช่องทางที่พอจะให้แก้ไขใส่รายละเอียดได้ เบื้องต้นตั้งใจว่าจะเสนอเข้าสู่วุฒิสภาได้อีกครั้ง ในช่วงเปิดสมัยประชุมหน้า และหากเป็นไปได้ต้นเดือน ก.ย. จะได้รับพิจารณา

ขณะเดียวกันมีประเด็นที่เขายังกังวลใจ ต่อให้ผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภาแล้ว ใช่ว่า “สภาฯ” จะเอาด้วย หากวุฒิสภาแก้ไขร่างกฎหมายของสภาฯ จำเป็นต้องให้ สส. ลงมติเห็นชอบกับสิ่งที่แก้ แต่หากไม่เห็นด้วย ต้องเข้าสู่กระบวนการตั้งกรรมาธิการร่วมกัน

สภาสูงปิดช่อง ‘โกงสอบท้องถิ่น’ ปรับกฎหมาย-มาตรฐานสอบ

“ผมมีความคิดว่าสิ่งที่กมธ.จะทำนั้น อาจต้องขอความเห็นชอบร่วมจาก สส.ด้วย ดังนั้นในระหว่างที่ทำกฎหมาย อาจขอเจอกับ สส.ที่รู้จัก ประสานเป็นรายคน เพื่อขอเสียงสนับสนุน ส่วนตัวเชื่อว่า สส.จะเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นและแนวทางข้อเสนอจะลดปัญหาได้ โดยยังยึดหลักการกระจายอำนาจ ที่ให้ท้องถิ่นจัดสอบ ภาค ข. และภาค ค.ได้ รวมถึงการให้สิทธิ์พิจารณาโอนย้ายข้าราชการ และพนักงานท้องถิ่นข้ามจังหวัดได้” สว.กฤษณุ กล่าว

ปัญหาโกงสอบท้องถิ่น ที่ฝ่ายนิติบัญญัติพยายามร่วมแก้ไข แต่ภาคสังคมที่จับตากลับมองว่าเป็นการแก้อาการคัน เกาไม่ถูกจุด เหมือนอย่างยุคหนึ่งที่ “คสช.” ใช้อำนาจสั่ง เปลี่ยนการสอบจาก “ท้องถิ่น” ไปเป็นส่วนกลาง แต่ยังมีปัญหาการโกงสอบ เสียหายมูลค่ามหาศาลในปัจจุบัน

ดังนั้นต้องจับตาว่า “รัฐบาล-นายกฯอนุทิน” จะเอาจริงเอาจังแก้ปัญหาที่เป็นมะเร็งร้าย แล้วคิดใหญ่รื้อระบบราชการ เพื่อไม่ให้เกิดมหากาพย์ โกงแล้ว โกงอยู่ โกงต่อ ได้หรือไม่