“อนุทิน” นำแถลงผลสอบ ปม ทุจริตสอบบรรจุขรก.ท้องถิ่น ชี้ มีความพยายามโกง “สันติธร” เผย ผู้ว่าจ้างไม่ส่งไฟล์กระดาษคำตอบให้ สถ. เมื่อตรวจเสร็จ สุ่ม79รายพบแก้คะแนน48ราย กสถ.ไม่สอบทาน ชี้ 4กลุ่มเอี่ยว จนท.กรม-ผู้รับจ้าง-เอกชนภายนอก-บุคคลที่ยังไม่ทราบตัวตน สั่งฟันวินัย5ราย
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสันติธร ยิ้มละมัยรองปลัดมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ร่วมแถลงผลการตรวจสอบ
โดยนายอนุทิน กล่าวว่า ตามที่มีการมอบปลัดมหาดไทย ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น ขอชื่นชมคณะกรรมการชุดนี้ที่ได้เร่งดำเนินการในเบื้องต้นภายใน7วัน จนสรุปเป็นรายงานออกมาเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่เมื่อวานนี้ (1ก.ค.) ซึ่งคณะกรรมการฯได้รายงานปลัดมหาดไทย แล้วได้รายงานผลถึงตน และตนได้พบกับคณะกรรมการชุดนี้ทุกคนแล้ว
"กล่าวโดยสรุปก็คือค้นพบสิ่งที่เป็นความไม่โปร่งใส ไม่สุจริต มีการพยายามทำให้เกิดการโกง เพื่อให้คนที่มีการเชื่อมโยงกันได้ผลประโยชน์ ได้รับการคัดเลือกบรรจุให้เป็นข้าราชการท้องถิ่น" นายอนุทิน กล่าว
และว่า ตรงไหนที่เปิดเผยได้จะเปิดให้หมด ผมเปิดเผยอยู่แล้วไม่ทำให้เสียรูปคดี หรือทำลายหลักฐาน ซึ่งไม่น่าจะมีเพราะเราได้ป้องกันไว้แล้วพอสมควร
ขณะที่นายสันติธร กล่าวว่า เราได้มีการแสวงหาข้อเท็จจริง ทั้งจากพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องกลับกรณีดังกล่าวเกือบ15ราย มาให้ข้อมูล โดยบางส่วน มาชี้แจงด้วยตัวเองบางส่วนชี้แจงเป็นเอกสาร นอกจากนั้นยังได้เรียกเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเท่าที่จะทำได้ พร้อมกับเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านไอที มาให้ข้อมูลและคำแนะนำ 6-7วันที่ผ่านมา ข้อเท็จจริงที่คณะกรรมการได้ตรวจพบในเบื้องต้น คณะกรรมการได้ตรวจกระดาษคำตอบที่ศูนย์สอบทั้ง 10 ศูนย์ พบว่า ผู้รับจ้างไม่ได้ส่งไฟล์ข้อมูลภาพถ่ายกระดาษคำตอบที่ปรากฎผลคะแนนให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในทันที เมื่อตรวจกระดาษคำตอบแล้วเสร็จ
นายสันติธร กล่าวว่า เรามีการเข้าไปสุ่มตรวจแฟลชไดร์ที่เก็บอยู่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งบันทึกไฟล์ข้อมูลภาพถ่ายกระดาษคำตอบทั้งหมดทุกคน กับประกาศผลคะแนนที่แจ้งมา จากการสุ่มตรวจ79ราย ปรากฏว่า มีคะแนนในสำเนากระดาษคำตอบไม่ตรงกับไฟล์ประมวลผลคะแนนสอบ ถึง48ราย เกินครึ่ง มีการตรวจสอบว่ามีการแก้ไขคะแนน ทั้งกรณีภาค ก. ภาค ข. เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ทำให้ผฃคะแนนให้ภาค ก. เกินกว่าร้อยละ60 ภาค ข. มีคะแนนสูงเป็นพิเศษถึงร้อยละ90
นายสันติธร กล่าวว่า ในส่วนที่สองในขั้นตอนการประกาศผลผู้มีสิทธิ์สอบภาค ค. ก็เช่นเดียวกันผู้รับจ้างไม่ส่งผลการประมวลภาค ก. ภาค ข. ภาคภาษาอังกฤษ ให้ กสถ. ซึ่งเป็นคณะกรรมการตามกฎหมายที่ดูแลการสอบในครั้งนี้ ด้วยวิธีการส่งเป็นแฟลชไดร์ เพื่อให้ กสถ. ให้ความเห็นชอบ ซึ่งข้อมูลสรุปออกมาได้ว่า ไม่ปรากฏว่า กสถ.ได้นำข้อมูลในแฟลชไดร์ที่บันทึกข้อมูลภาพถ่ายกระดาษคำตอบที่ตรวจผลคะแนน ภาค ก. และภาค ข. มาสอบทานกับประมวลผลภาค ก. ภาค ข. ที่ผู้รับจ้างได้ส่งให้แต่อย่างใด
นายสันติธร กล่าวว่า จากการที่ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักฐานทางดิจิทัล ภายหลังจาก กสถ. เห็นชอบรายชื่อภาค ก. แล้ว อันนี้สำคัญมาก หลังจากประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ ภาค ค. ยังมีการเข้าไปแก้ไขข้อมูล ก่อนส่งไปประกาศในระบบสารสนเทศอย่างเป็นทางการ พบว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง มีทั้งเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ของผู้รับจ้าง ของบริษัทเอกชนภายนอก และอีกกลุ่มคือบุคคลที่ยังไม่ทราบตัวตน ซึ่งการดำเนินการทางวินัยเบื้องต้น เราพบว่ามีข้าราชการพลเรือนสามัญ ในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีมูลอันควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย 5ราย





