รมช.มหาดไทย แจงกระทู้ ยันไม่มีละเว้น โกงสอบท้องถิ่น ขอให้รอฟังผลตรวจสอบ บอก “นายกฯ” สั่งเด็ดขาดให้เอาความจริงปรากฎ-ลงโทษคนทำผิด-ไม่กระทบคนไม่เกี่ยวข้อง
ที่รัฐสภา นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ชี้แจงต่อประชุมสภาฯ ช่วงกระทู้ถามสดของ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนต่อความคืบหน้าการตรวจสอบการทุจริตสอบข้าราชการมหาดไทย ทั้งนี้ถูกตั้งข้อสังเกตว่ากรรมการตรวจสอบของกระทรวงมหาดไทยจะไม่เป็นธรรม เพราะคนที่เกี่ยวข้องหรือคนที่ถูกกล่าวหาเป็นบุคคลในครอบครัวของปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่า เรื่องดังกล่าวจะครบกำหนดการตรวจสอบในวันพรุ่งนี้ (3 ก.ค.) และจะมีการรายงานผลไปตามลำดับชั้น ส่วนที่ตนเคยบอกว่ามีคนที่เกี่ยวข้องจำนวนมากนั้น เป็นประเด็นที่กรรมการสอบสวนกลาง รวมถึง กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะเป็นผู้ตรวจสอบและระบุว่ามีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากเท่าใด
“การตรวจสอบที่ต้องการผลโดยเร็วอาจไม่สำคัญเท่ากับความรอบคอบ ไม่ให้กระทบกับคนที่ไม่เกี่ยวข้อง ไม่ให้มีข้อวินิจฉัยที่ผิดพลาด ทั้งนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้น แต่หากต้องการผลสรุปภายใน 5-7 วัน แต่ข้อเท็จจริงไม่เรียบร้อย และอยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริงให้มากที่สุด เพื่อประมวลและชี้ว่าใครเกี่ยวข้องต้องให้เวลา ทั้งนี้คณะกรรมการสอบสวน ให้ข้อมูลว่าได้เรียกคนที่เกี่ยวข้องกับการจัดสอบมาให้ข้อมูลแล้ว” นายวรศิษฎ์ ชี้แจง
รมช.มหาดไทย ชี้แจงด้วยว่า เรารับไม่ได้เรื่องที่เกิดขึ้นและนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย มีคำสั่งเด็ดขาดให้ทำข้อเท็จจริงให้ปรากฎและเอาผิด ลงโทษคนที่ทำผิด อย่างไรก็ดีในการแก้ปัญหาทุจริตสอบท้องถิ่นที่เคยมีมาก่อนหน้านั้น เคยมีการแก้ไขมาแล้วสมัย คสช. โดยให้ส่วนกลางจัดสอบ แต่พบว่าไม่ได้แก้การทุจริตจริง ทำให้รัฐบาลยื่นแก้ไขกฎหมายเพื่อปรับรูปแบบการสอบ
“การคัดเลือกบุคคลเข้าทำงานส่วนของท้องถิ่น เปลี่ยนรูปแบบ สอบ ภาค ก. ภาคข. ภาคค. โดย ภาค ก. ให้อ้างอิงการสอบของ ก.พ. เพราะไม่เคยได้รับเรื่องร้องเรียน หลังจากสอบผ่าน ต่อไปเป็นภาค ข. เน้นที่พื้นที่ให้ท้องถิ่นจัดสอบ เพราะมุ่งเป้าการทำงานในพื้นที่เพื่อความสะดวกและสายงานที่ตรงเป้า เมื่อผ่านแล้วให้เข้าสู่ภาค ค.ให้ท้องถิ่นจัดสอบ การปรับเปลี่ยนวิธีการสอบ แบบนี้จะช่วยแก้ปัญหาได้” รมช.มหาดไทย ชี้แจง
ทั้งนี้ช่วงท้ายน.ส.ภคมน ถามย้ำถึงการแก้ปัญหา แต่มองว่าการทุจริตยังคงมีต่อ หากผู้บริหารไม่เห็นว่าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างในภาพใหญ่ ดังนั้นอาจต้องใช้การแก้ปัญหาไปแบบนี้ โดยนายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ที่พยายามถามถึงการชี้ ระบุคนที่รับผิดชอบ ตนตอบไม่ได้ แต่คนตอบได้คือ คณะกรรมการสอบสวน แต่หากเข้าไปอาจถูกมองว่าแทรกแซง
ดังนั้นขอให้รอฟังการแถลง ทั้งนี้ยืนยันว่ากระบวนการต้องทำต่อไปตรงไปตรงมา หากพบว่าใครเกี่ยวข้อง ต้องดำเนินการไม่มีละเว้น หากละเว้นเชื่อว่าไม่มีใครรับได้





