วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘ฮั้ว สว.’ ส่อพ่นพิษสีน้ำเงิน เปิดใบเสร็จ เช็กบิล‘สหายแสง’

สว.สีน้ำเงิน จะถึงคราวพ่นพิษใส่ทั้งยวง เซ่นเกมฮั้วหรือไม่ กกต. ต้องตอบทุกคำถามต่อสังคมให้ได้ ไม่ว่าจะเลือกปล่อยหลุด หรือลงดาบฟันใครก็ตาม

KEY POINTS

  • พรรคประชาชนเปิดหลักฐานคดีฮั้ว สว. โดยศุภชัย โพธิ์สุ เป็นตัวละครสำคัญของนครพนม 
  • พร้อมกับเปิดหลักฐานอื่นๆ เช่น การนัดหมายที่โรงโม่ปูน การจองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม คลิปเสียงแลกเผลี่ยนผลประโยชน์
  • คดีฮั้ว สว.มีผู้ถูกร้อง 229 คน มีแกนนำและกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยจำนวนมาก ต้องวัดใจ กกต. จะชี้ขาดเรื่องนี้อย่างไร

ถึงจังหวะที่ฝ่ายค้าน อย่างพรรคประชาชน ล็อกเป้าขยายแผลพรรคภูมิใจไทย ในคดีชี้เป็นชี้ตายทางการเมือง อย่างกรณีฮั้ว สว. ที่มีพยานหลักฐานจำนวนมาก ถูกเชื่อมโยงว่ามีพฤติการณ์สมคบคิดร่วมกันทำเป็นขบวนการ

จากผลการพิจารณาของคณะอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ประกอบด้วย ตัวแทนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชี้มูลความผิดยกล็อต บุคคลผู้ถูกร้อง 229 คน ที่มีทั้งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สส. และสว. อยู่ในข่ายเพียบ รวมถึงเจ้าพ่อระบอบสีน้ำเงินแห่งบุรีรัมย์

ส่วนการพิจารณาของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ของ กกต. กลับสวนทางมติข้างมากให้ตีตกผู้ที่อยู่ในข่ายทั้งหมดว่า ไม่มีมูลความผิด เผือกร้อนจึงอยู่ในมือ 7 อรหันต์ กกต. ที่อยู่ระหว่างพิจารณาสำนวนในคดีนี้ จะชี้ขาดออกมาอย่างไร  

ท่ามกลางข้อสังเกตว่า ผู้ถูกร้องหลายคนล้วนเป็นเบอร์ใหญ่ทางการเมือง และมีอำนาจทั้งสิ้น จึงต้องวัดใจว่า งานนี้จะเช็กบิลใครบ้างเพื่อส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง หรือ กกต.จะกินดีหมี ตัดสินยกในชั้นนี้ แต่ก็สุ่มเสี่ยงจะโดนเช็กบิล หวาดเสียวเฉียดคุกเฉียดตะราง

ในระหว่างที่ กกต.กำลังดำเนินการทางคดี พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ถือโอกาสครบรอบ 2 ปีของการเลือก สว.เปิดหลักฐาน ประเดิมด้วยคลิปวีดิโอของ “ศุภชัย โพธิ์สุ” อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะแกนนำคนสำคัญของ“กลุ่มเพื่อนเนวิน” หนึ่งในขุนพลอีสานของภูมิใจไทย

โดยในคลิปดังกล่าวมีการเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียมาระยะหนึ่งแล้ว เป็นการพูดบนเวทีของศุภชัย ในพิธีบายศรีสู่ขวัญ เมื่อ 17 ส.ค.2567 ในโอกาสที่ “สิทธิกร คงยศ” ได้รับเลือกเป็น สว.

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ตัวของศุภชัย ในวันนั้น ประกาศด้วยอารมณ์ฮึกเหิม ขยายเครือข่ายสีน้ำเงิน จนมี สว.อยู่ในมือ ชนิดที่คงคิดไม่ถึงว่าจะโดนเช็กบิลไล่หลังในเวลาต่อมา

“วันนี้ในฐานะเป็นผู้ให้กำลังใจ และผู้สนับสนุน ก็ประกาศอย่างไม่ต้องอายใครเลยนะครับว่า สว.นครพนมทั้ง 3 ท่าน เป็นสว.สายสีน้ำเงิน ชัดเจนมาก เพราะสีน้ำเงินเป็นสีของสถาบันพระมหากษัตริย์ ฉะนั้น เราไม่ต้องอายใครว่า เราอยู่สีน้ำเงิน ไม่ต้องอายใครว่า เราเป็นคนจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์” ศุภชัย ระบุ

นอกจากนี้ พริษฐ์ ยังเปิดข้อมูลก่อนเลือกสว.ประมาณหนึ่งสัปดาห์ มีการนัดรวมตัวกันที่โรงโม่ปูนแห่งหนึ่งใน จ.นครพนม พร้อมกับข้อมูลการจองตั๋วเครื่องบินให้แก่บุคคลอื่นอีก 9 คน ระบุถึงรายละเอียดเที่ยวบิน รวมถึงราคาตั๋วอย่างชัดเจน และข้อมูลการจองโรงแรมที่พักใน จ.พระนครศรีอยุธยา มีภาพระบุพิกัดโรงแรม โดยพยานบุคคลเปิดเผยว่าวันที่เกิดเหตุคือ ช่วง 24-25 มิ.ย.2567 ซึ่งเป็นช่วงก่อนวันเลือก สว.ระดับประเทศ มีการอ้างถึงตัวละครสำคัญหลายคนร่วมอยู่ด้วยเพื่อจัดทำโพย

รวมถึงหลักฐานการสนทนาจูงใจให้ผู้สมัครสายพลีชีพ ที่แสดงอาการไม่พอใจ เพราะตัวเองไม่มีคะแนน แลกกับเงิน 300,000 บาท การเสนอตำแหน่งปลอบใจ เช่น ผู้ช่วย สว. และอื่นๆ

มีคลิปเสียงสนทนาหนึ่ง ที่ทาง สส.พรรคประชาชน เปิดให้สาธารณะได้ยินการพูดคุยกัน ระหว่างบุคคล 2 คน ที่พยายามโน้มน้าวตอบรับเงื่อนไข ประโยคที่ติดหูมากที่สุดหนีไม่พ้น “คนทิ้งพ่อทิ้งแม่ผมเห็นมาเยอะ แต่คนทิ้งเงิน ผมยังไม่เคยเห็น” ซึ่งคาดว่าข้อมูลและพยานหลักฐานต่างๆ รวมถึงสิ่งที่พริษฐ์ นำเสนอ น่าจะอยู่ในมือ กกต. เรียบร้อยแล้ว

ถ้าดูตามหน้าข่าว เคสนี้ของ“สหายแสง” อาจจะดูสุ่มเสี่ยงค่อนข้างมากว่า มีน้ำหนักทำให้เชื่อได้ว่า มีพฤติกรรมเช่นนั้นจริง อย่างน้อยก็ตามที่พูดไว้บนเวที เพราะนับตั้งแต่พริษฐ์เปิดคลิปเจ้าปัญหานี้อีกครั้ง ก็ยังไม่มีคำชี้แจง หรือการตอบโต้มาจากฝั่งผู้ถูกพาดพิงแต่อย่างใด  

สหายแสง” จึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในบุคคลผู้ถูกร้องที่สำนวนอยู่ในมือ กกต. และมีความสุ่มเสี่ยงจะถูกเชือดพลีชีพมากที่สุดคนหนึ่งหรือไม่ 

ท่ามกลางข้อสังเกตว่า ผู้ถูกร้องในคดีฮั้ว สว.ในเคสอื่นอีกหลายจังหวัด รูปแบบอาจใกล้เคียงกันหรือไม่ ว่ากันว่า มีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) จังหวัดหนึ่งในภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของสายสีน้ำเงิน ปรากฎข้อมูลพยานหลักฐานโดยเฉพาะการโอนเงินค่อนข้างชัดเจน

ที่น่าสนใจ ในคดีฮั้ว สว. นอกจากจะมี 138 สว.ผู้ทรงเกียรติ ซึ่งถูกมองว่าเป็นคนในสายสีน้ำเงิน ที่ทำหน้าที่อยู่ในขณะนี้ ก็ยังมีแกนนำพรรคภูมิใจไทยอีกเพียบ 

ไล่ตั้งแต่หัวหน้าพรรค อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรค สุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะรองหัวหน้าพรรค สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค

รวมถึงกรรมการบริหารพรรคครบชุด เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ในฐานะรองเลขาพรรค พิมพฤดา ตันจรารักษ์ สส.อยุธยา ในฐานะรองเลขาธิการพรรค ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร และรมช.คมนาคม ในฐานะรองเลขาธิการพรรค ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะนายทะเบียนพรรค ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเหรัญญิกพรรค 

กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง และกรรมการบริหารพรรค ในฐานะประธานวิปรัฐบาล วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กรรมการบริหารพรรค ชลัฐ รัชกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อ ธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย จักรกฤษณ์ ทองศรี สส.บุรีรัมย์ และกิตติ กิตติธรกุล สส.กระบี่

นอกจากนั้น ยังมีชื่อของนภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พิชัย ชมภูพล สส.สุราษฎร์ธานี สุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ สส.สุโขทัย และยังมีชื่อ เนวิน ชิดชอบ เป็นหนึ่งในผู้ถูกร้องลำดับที่ 228

โดยเมื่อไม่นานมานี้ “ศุภชัย” เพิ่งโดนตัดสินให้ต้องปิดฉากเส้นทางการเมืองตลอดชีวิต เมื่อศาลฎีกามีคำวินิจฉัยว่า ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรง ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป รวมถึงไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10ปี จากกรณีถือครองที่ดินของรัฐมิชอบ

สว.สีน้ำเงิน จะถึงคราวพ่นพิษใส่ทั้งยวง เซ่นเกมฮั้วหรือไม่ กกต. ต้องตอบทุกคำถามต่อสังคมให้ได้ ไม่ว่าจะเลือกปล่อยหลุด หรือลงดาบฟันใครก็ตาม