"สภาฯ" ติดจรวด ผ่านร่างกม.โอนงบหมื่นล้าน ใช้ 30วินาทีผ่านเนื้อหาที่ไม่มีการแก้ไขในวาระสอง ก่อนลงมติเอกฉันท์ 449 เสียง ส่งต่อให้วุฒิสภาพิจารณา
ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาฯที่มีน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ.. ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง เป็นประธานกมธ. ได้พิจารณาแล้วเสร็จในวาระสอง
โดยนายเอกนิติ นำเสนอรายงานของกมธ. ตอนหนึ่งว่า หลังสภาฯ รับหลักการวาระที่หนึ่งเมื่อ 25 มิ.ย. กมธ.ได้พิจารณาเสร็จแล้ว ร่วมพิจารณารายละเอียดของการโอนงบของหน่วยรับงบประมาณ จำนวน 118 หน่วย จำนวน 1.03 หมื่นล้านบาท เพื่อจัดสรรให้กับงบกลาง เพื่อสำรองจ่ายในกรณีฉุกเฉินหรือ จำเป็น เพื่อให้การบริหารจัดการงบมีประสิทธิภาพและสอดรับกับภาวะที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับความท้าทาย จากปัจจัยภายใน และภายนอก ในปีงบประมาณ 2569 อาทิ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาความมั่นคงชายแดน ความผันผวนของตลาดเงิน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และปัญหาภัยพิบัติที่กระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน ราคาพลังงาน และค่าครองชีพของประชาชน
ทั้งนี้การพิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวไม่มีการแก้ไข ใช้เวลาอย่างรวดเร็ว โดยนายชูพงศ์ นิลสกุล ที่ปรึกษาด้านระบบงานนิติบัญญัติ เลขานุการที่ประชุม อ่านรายละเอียด มาตรา 1 ถึง มาตรา 5 ซึ่งกมธ.ไม่มีการแก้ไข เพียง 30 วินาที
จากนั้นได้เข้าสู่การลงมติวาระสามว่าจะเห็นชอบหรือไม่ โดยมติพบว่ามีมติเอกฉันท์ 449 คนเห็นชอบกับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ทั้งนี้มีผู้งดออกเสียง 2 เสียง
จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติเห็นด้วยกับข้อสังเกตของกมธ. ด้วยมติ เห็นด้วย 444 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในข้อสังเกตของกมธ. มีสาระสำคัญ อาทิ เสนอแนะให้รัฐบาลคำนึงถึงความคุ้มค่าตามเป้าหมายและให้ดำเนินการตามให้เป็นไปตามกรอบกฎหมาย ขณะที่มีข้อเสนอแนะต่อสำนักงบประมาณด้วยว่า ควรกำหนดมาตรการเชิงระบบเพื่อป้องกันปัญหางบบประมาณพับตกหรือ โอนกลับซ้ำ พ้อมกับให้ทบทวนขั้นตอนที่เกี่ยวข้องทั้งด้านจัดสรรงบปะมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง และบริหารโครงการให้สอดคล้องกับภาวการณ์ปัจจุบัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสภาฯ สามารถพิจารณาร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณในวาระสองและวาระสาม โดใช้เวลารวม 15 นาที จากนั้นในขั้นตอนต่อไปต้องส่งให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไป





