"พริษฐ์" เผย เมกะโปรเจคการศึกษา 2.6 หมื่นล้าน ส่อเอื้อเครือข่ายทุน เหน็บเป็นมหกรรมรวมญาติพลัส เกี่ยวข้องด้วยเส้นเงิน พบ 5 บริษัทได้ประโยชน์ จี้ "นายกฯ" แตะเบรก
ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายต่อที่ประชุมสภา วาระพิจารณาเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ ต่อเนื่องในวันที่สอง ถึงกรณีที่รัฐบาลของบเพื่อดำเนินการอภิมหาโครงการเรื่องแพลตฟอร์มการเรียนรู้ ว่ามี 4 โครงการใหญ่ที่ผลักดันตั้งแต่สมัยที่พรรคภูมิใจไทยเป็น เจ้ากระทรวง ได้แก่ 1.โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา หรือ NDLP ใช้งบประมาณ 1.73 หมื่นล้านบาท 2.โครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ สำหรับเด็กนักเรียนประถมและมัธยมศึกษาที่มีการใช้งบประมาณ 3.15 พันล้านบาท ซึ่งทั้ง 2 โครงการนี้อยู่ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า 3.โครงการ Skill/Credit Portfolio สำหรับนักศึกษาที่ใช้งบประมาณ 5.14 พันล้านบาท และ 4.ระบบคลังหน่วยกิตกลาง ใช้งบประมาณ 384 ล้านบาท โดยทั้ง 2 โครงการนี้อยู่ในส่วนของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย 4 โครงการใช้งบประมาณรวมกัน 2.62 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้รัฐบาลขอให้สภาอนุมัติงบประมาณเพื่อเดินหน้า ขอให้ตอบให้ชัดถึงการดำเนินการโครงการที่ผ่าน รวมถึงแผนป้องกันไม่ให้ล้มเหลว และความไม่โปร่งใสผ่านการจัดซื้อจัดจ้าง
นายพริษฐ์ อภิปรายต่อว่าเช่น ในทีโออาร์ของโครงการ NDLP ที่แบ่งออกเป็น 2 เฟสรวมกัน 4 สัญญา โดยในแต่ละฝ่ายจะมีหนึ่งสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาแพลตฟอร์มและเกี่ยวข้องกับการผลิตสื่อ มีการจ้างที่ปรึกษารวม 475 คน หรือในทีโออาร์โครงการ Skill/Credit Portfolio พบพิรุธที่เสี่ยงเป็นการกีดกันการแข่งขันเหมือนมีการลดสเป็กให้ผู้ที่รู้ล่วงหน้าก่อนชนะการประกวด ทั้งนี้เมื่อนำรายชื่อบริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเมกะโปรเจกต์มาพิจารณา บวกกับโครงการ TH-AI Passport พบว่า 23 บริษัทที่เกี่ยวข้องทั้ง 12 โครงการ
"ทั้ง 23 บริษัท มีข้อค้นพบสำคัญคือ มีหนึ่งบริษัทที่โผล่มาเยอะที่สุด ชนะการประกวดไป 5 โครงการจาก 10 โครงการ โดยตนจะเรียกว่าบริษัท A ที่ก่อตั้งขึ้นที่มองได้ว่าถูกตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับเมกะโปรเจคครั้งนี้เป็นการเฉพาะ นอกจากนั้น เมื่อเจาะลึกลงไป พบว่า บริษัท A เป็นการจับมือกันระหว่างเจ้าของผู้ถือหุ้นหลักของบริษัทอีก 2 บริษัท คือบริษัท I และบริษัท J และบริษัท A มีตึกที่ทำการเดียวกับบริษัท I ขณะที่ข้อค้นพบที่สามคือ ไม่ได้มีแค่บริษัท A ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท I และบริษัท J แต่ยังมีบริษัท B และบริษัท G ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้ด้วยเช่นเดียวกัน โดยมีบริษัท I เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน 2 บริษัทดังกล่าว สรุปคือมี 5 บริษัทที่อยู่ในเครือข่ายของบริษัท I และบริษัท J คืออยู่ในอาณาจักรเดียวกัน" นายพริษฐ์ อภิปราย
นายพริษฐ์ อภิปรายต่อว่า จากข้อค้นพบนำไปสู่ข้อสรุปที่น่ากังวลอย่างยิ่งว่าเครือข่ายและอาณาจักรนี้สามารถกินรวบทุกโครงการในเมกะโปรเจคแบบเบ็ดเสร็จ หรือหากไปดูบริษัทที่มาเป็นคู่เทียบก็จะพบว่ายังวนเวียนอยู่ในบริษัทเดิมๆ เช่นกันเช่นบริษัท D ที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับ 4 โครงการในเมกะโปรเจคนี้ ความจริงต้องบอกว่าเป็นบริษัทที่มีความโด่งดังจากการทำตู้เครื่องดื่มอัตโนมัติ ดังนั้น อภิมหาโครงการแพลตฟอร์มการเรียนรู้ จึงเป็นเสมือนมหกรรมรวมญาติพลัส ระหว่างกลุ่มทุนที่เป็นเครือข่ายเดียวกัน เป็นญาติกันที่ไม่ได้โดยสายเลือดแต่เป็นเส้นเงินบวกกับเพื่อนบ้านความคุ้นเคย
“ผมจะติดตามโครงการดังกล่าวอย่างใกล้ชิดแม้จะต้องขัดใจเพื่อนต่างพรรคในรัฐบาลเดียวกันเพื่อป้องกันไม่ให้เงินภาษีของประชาชนหลักหมื่นล้านบาทถูกขโมยไปช่วยคนรวยไม่กี่คน โดยอ้างเรื่องการยกทักษะประชาชนมาบังหน้า แม้ว่าเราจะสรุปชัดๆ ไม่ได้ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน แต่ขอทิ้งท้ายโดยการยืมประโยคจากนายกฯ ว่าที่ไหนมีควันที่นั่นมีไฟ และเชื่อว่าข้อมูลที่ผมนำเสนอวันนี้เป็นควันที่ชัดเจนมากเพียงพอ รัฐบาลจะเร่งหากองไฟแล้วดับไฟ หรือจะเลือกปล่อยให้ไฟลามทุ่งจนเผาผลาญภาษีของพี่น้องประชาชน การตัดสินใจอยู่ในมือท่าน“ นายพริษฐ์ อภิปราย





