ต้องจับตา เกมรวบรวมเสียงเพื่อยึดครองสภา กทม. หาก “ระบอบอากง”รวบตึงได้ทั้งเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. เสียงส.ก.ข้างมากในสภา กทม. และตำแหน่งประธานสภา กทม. นั่นหมายถึงการปิดสวิตซ์ “สีส้มเมืองหลวง” ในสภาเล็ก และคุมการเมือง กทม.ได้อย่างเบ็ดเสร็จ
KEY POINTS
- พรรคประชาชน (ฝ่ายสีส้ม) แม้จะชนะเลือกตั้งได้ ส.ก. มากที่สุด 22 ที่นั่ง แต่ยังไม่ถึงกึ่งหนึ่งของสภากรุงเทพมหานคร
- กลุ่มการเมืองอื่น ๆ นำโดย "กลุ่มคนทำงาน" (ฝ่ายสีเขียว) กำลังเคลื่อนไหวรวบรวมเสียงข้างมากจาก ส.ก. ที่เหลือ เพื่อชิงตำแหน่งประธานสภา กทม.
- เป้าหมายของการจัดตั้งขั้วใหม่คือการโดดเดี่ยวพรรคประชาชน และสกัดไม่ให้ได้ตำแหน่งประธานสภาฯ แม้จะเป็นพรรคที่ได้ ส.ก. มากที่สุดก็ตาม
ไม่เหนือความคาดหมาย เมื่อ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” เข้าป้ายคนแรก คะแนน 1.44 ล้าน ทำลายสถิติเดิม ชนะศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. แบบม้วนเดียวจบ ทิ้งห่างอันดับ 2 และอันดับถัดไปแบบไม่เห็นฝุ่น
ทางหนึ่งสะท้อนคนกรุงยังพอใจการทำงานของ “ชัชชาติ” กับอีกทางหนึ่งคือ คู่ต่อสู้ในสนาม ไม่ว่าจะค่ายประชาชน ค่ายประชาธิปัตย์ หรืออิสระ ที่ลงสนามในครั้งนี้ ล้วนเป็นมวยคนละเกรด ที่ทำให้คนกทม.ตัดสินใจไม่ยากว่า จะเลือกใคร
ขณะที่สนามเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) จำนวน 50 เขต “พรรคประชาชน” ยังรักษาหน้าไว้ได้
ในฐานะผู้สร้างปรากฎการณ์แลนด์สไลด์ในสนามเลือกตั้ง สส. ด้วยการคว้า ส.ก.ได้มากที่สุด 22 ที่นั่ง แม้จะพลาดเป้าที่หวังไว้ครึ่งสภา กทม. แต่ก็มากกว่า “กลุ่มคนทำงาน” ที่รู้กันว่า เป็นทีมชัชชาติ ที่ได้ไป 11 ที่นั่ง หรือเหนือกว่าถึงเท่าตัว
อย่างไรก็ดี แม้ “พรรคประชาชน” จะกวาด ส.ก.ได้มากที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ก็ยังถูกมองว่า “ล้มเหลว” ในสนามเลือกตั้งเมืองหลวงอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของผู้ว่าฯ กทม. หรือแม้แต่ ส.ก.เอง
“ดร.โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.จากพรรคสีส้ม ที่นอกจากแพ้ให้กับแชมป์เก่าแล้ว ยังแพ้ให้กับผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.หน้าใหม่ ไร้ค่าย อย่าง “ติ่ง” มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ลุยเดี่ยว ไร้แกนนำพรรค หรือคนดัง มาช่วยเดินหาเสียง
ขณะที่ ส.ก. แม้พรรคส้มจะกวาดไปมากที่สุด 22 ที่นั่ง แต่หากมองในภาพรวม ก็ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของสภา กทม.หรือ 25 ที่นั่ง จึงไม่สามารถกำหนดทิศทางได้เอง
ตรงกันข้ามกับ “กลุ่มคนทำงาน” ที่มี “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” ซึ่งเรียกขานกันว่า “อากง” เป็นคีย์แมนสำคัญ
แม้ “กลุ่มคนทำงาน” จะได้ไปเพียง 11 ที่นั่ง ทั้งที่มี “ชัชชาติ” เป็นจุดขาย แต่กลับจะทรงอานุภาพมากในภายภาคหน้า หากเดินหน้าหาแนวร่วมในสภากรุงเทพมหานคร
ต้องไม่ลืมว่า ผู้ชนะการเลือกตั้ง ส.ก.อีก 28 คน ต่างสะบักสะบอมกว่าจะได้รับชัยในครั้งนี้ เพราะทุกคนต่างต้องต่อสู้กับผู้สมัคร ส.ก.จากพรรคประชาชน ที่มีกระแสร้อนแรงทั้งสิ้น
สำหรับ ส.ก.จำนวน 28 คน จำแนกเป็น “กลุ่มคนทำงาน” 11 คน “พรรคประชาธิปัตย์” 8 คน “เพื่อไทย Life ลงตัว” 4 คน “อิสระ” 3 คน และ “กลุ่ม Better Bangkok” 2 คน ซึ่งบุคคลเหล่านี้ ต่างฟาดฟันกับพรรคสีส้มในสนามเลือกตั้ง ส.ก.โดยตรง
ในแง่ของการรวมกลุ่ม เพื่อจับมือกันในสภาฯ กทม. “กลุ่มคนทำงาน” ที่บริหารจัดการผ่าน “ระบอบอากง” ย่อมได้เปรียบ ในแง่ของการประสานผลประโยชน์มากกว่า
คนเหล่านี้ไม่ใช่ศัตรูกัน ที่สำคัญเป็นนักการเมืองมืออาชีพที่สามารถ “เจรจาต่อรอง” กันได้ ต่างจาก “พรรคประชาชน” ที่พูดคุยค่อนข้างยาก
หลังจากเห็นตัวเลข ส.ก.ในมือแต่ละฝ่ายแล้ว ก็มีความเคลื่อนไหว เริ่มมีการเปิดดีล “จับมือ”กับทุกขั้ว เพื่อครองเสียงข้างมากในสภาฯ กทม. โดยไม่มี “พรรคประชาชน”อยู่ในสมการนี้ เสมือนเป็นการ “โดดเดี่ยว”
เมื่อเป็นเช่นนี้ ย่อมทำให้ “พรรคประชาชน” กลายเป็น “เสียงข้างน้อย” ในสภาฯ กทม.โดยทันที
ขณะที่ “พรรคประชาชน” เอง ก็รู้ตัวว่า มีความพยายามจะโดดเดี่ยวพวกเขา จึงลุกขึ้นรวมเสียงให้ได้เกินครึ่งสภาเช่นกัน ซึ่งจะเป็นช็อตสอง หลังจบศึกเลือกตั้ง
สำหรับศึกรวมเสียงเพื่อให้ได้เป็น “เสียงข้างมาก” ในสภา กทม. ตัวชี้วัดว่า ใครเป็นฝ่ายชนะ น่าจะเป็นการเลือก “ประธานสภา กทม.” ที่ “พรรคประชาชน” ในฐานะที่กวาด ส.ก.มาได้มากที่สุด แสดงตัวแล้วว่า จะส่งคนเข้าชิงเก้าอี้
ล่าสุด “เชตวัน เตือประโคน” สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน ออกตัวเชียร์ “เนอส” ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ว่าที่ ส.ก.เขตบางซื่อ ในวัย 30 ปีต้นๆ เข้าประกวด ซึ่งมีผู้เข้ามาแสดงความเห็นด้วยจำนวนมาก
“เนอส” เป็น ส.ก.เก่า เมื่อปี 2565 และสามารถป้องกันแชมป์ได้ในครั้งนี้ ด้วยการย้ำแค้น เอาชนะคู่แข่งคนสำคัญอย่าง “ทายาทบ้านใหญ่” ชามา คงอุดม ลูกสาว “ชัชเตาปูน” ชัชวาลล์ คงอุดม สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ รวมถึงเอาชนะ “ฐานวัฒน์ สถิตโอฬารโรจน์” จากพรรคประชาธิปัตย์ไปได้
หากดูความได้เปรียบ เวลานี้ “พรรคประชาชน” มีต้นทุนอยู่แล้ว 22 เสียง ขาดอีก 3 เสียง จะครองเสียงข้างมาก และคว้าเก้าอี้ประธานสภา กทม.ไปครองได้ หากแต่สถานการณ์ อาจไม่ง่ายอย่างที่หวัง เพราะอีกฝั่งย่อมไม่อยากให้เก้าอี้ตัวนี้ ตกไปอยู่ในมือพรรคสีส้ม
ต้องจับตา เกมรวบรวมเสียงเพื่อยึดครองสภา กทม. หาก “ระบอบอากง”รวบตึงได้ทั้งเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. เสียงส.ก.ข้างมากในสภา กทม. และตำแหน่งประธานสภา กทม. นั่นหมายถึงการปิดสวิตซ์ “สีส้มเมืองหลวง” ในสภาเล็ก และคุมการเมือง กทม.ได้อย่างเบ็ดเสร็จ





