วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

4+4 ‘ชัชชาติ’ ไปต่อ ‘ผู้ว่าฯ กทม.’- ‘กรุงเทพฯ 9 ดี’ ฝ่าครหา ‘ระบอบอากง’

เดิมพัน 4+4 ‘ชัชชาติ’ ไปต่อ ‘ผู้ว่าฯ’ ยุทธศาสตร์ ‘กรุงเทพฯ 9 ดี’ ฝ่าครหา ‘ระบอบอากง’ ผ่าปัจจัย ‘ฟ้า’ ลดฮวบ ‘3 เฉด’ พลิกขั้ว ‘ส้ม’ เลือกพ่วงผู้ว่าฯ - ส.ก.

KEY POINTS

  • ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ต่อเป็นสมัยที่ 2 (4+4 ปี) ในฐานะผู้สมัครอิสระ
  • นโยบายหลักในการบริหารงานสมัยที่ 2 คือ "กรุงเทพฯ 9 ดี" ซึ่งครอบคลุม 9 ด้านเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ เช่น บริหารจัดการดี, ปลอดภัยดี, และสิ่งแวดล้อมดี
  • ชัชชาติเผชิญกับข้อครหาเรื่อง "ระบอบอากง" ซึ่งถูกฝ่ายการเมืองวิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณของ กทม.
  • ชัชชาติได้ท้าทายให้มีการยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบข้อกล่าวหาดังกล่าวเพื่อพิสูจน์ความจริง

ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(ส.ก.) ทั้ง 50 เขต อย่างไม่เป็นทางการ วันที่ 28 มิ.ย.2569  “คนกรุง” ยังคงให้ความเห็นชอบ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้สมัครอิสระ ได้ไปต่อในสมัยที่ 2

ทั้งนี้ตามกระบวนการรับรองผล หลังจากนี้กฎหมายกำหนดให้ ทั้ง กทม. และส่วนกลาง ต้องร่วมกันตรวจสอบความเรียบร้อย รายงานในพื้นที่ รวมถึงรายงานผลการนับคะแนนอย่างละเอียด ทั้งหมดนี้ต้องใช้เวลาอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 7 วัน

ผลที่ออกมา เท่ากับว่า “ชัชชาติ” ถือเป็นผู้ว่าฯ กทม.คนที่ 4 ซึ่งได้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. 2 สมัยติดต่อกัน ต่อจาก พล.ต.จำลอง ศรีเมือง , อภิรักษ์ โกษะโยธิน และ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร 

4+4 ‘ชัชชาติ’ ไปต่อ ‘ผู้ว่าฯ กทม.’- ‘กรุงเทพฯ 9 ดี’ ฝ่าครหา ‘ระบอบอากง’

มีการวิเคราะห์ปัจจัยที่นำมาสู่ชัยชนะของ “ชัชชาติ” แบบไม่พลิกโผรอบนี้ ต่างจาก “พรรคประชาธิปัตย์” ซึ่งรอบที่แล้วได้คะแนนเป็นอันดับ 2 แต่รอบนี้ คะแนนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ  

“เลิศพร อุดมพงษ์” รอง ผอ.สำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า และรอง ผอ.ศูนย์สำรวจความคิดเห็น KPI POLL สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยถึงผลสำรวจ KPI โพล 

ซึ่งพบว่า นอกจากจำนวนผู้ใช้สิทธิที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น ประกอบกับคะแนนกลุ่มที่หนุน “ชัชชาติ” ยังคงเหนียวแน่นถึง 80% และอีกส่วนมาจากคะแนนในส่วนของ “พรรคสีฟ้า” ทั้ง “3 เฉด” ในรอบที่แล้ว ทั้ง “ดร.เอ้ ” สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ 254,723 คะแนน , สกลธี ภัททิยกุล 230,534 คะแนน , พล.อ.อัศวิน ขวัญเมือง 214,825 คะแนน “พลิกขั้ว” เทมาเลือก “ชัชชาติ” ในรอบนี้  

ขณะที่ในส่วนของ “ดร.โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครจากพรรคประชาชน รอง ผอ. KPI POLL มองว่า 253,938 คะแนนที่เลือก “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ในรอบที่แล้ว ยังคงเหนียวแน่นในรอบนี้ กว่า 55% และอาจไม่พันกับแคมเปญ “พรรคส้ม” ที่ปลุกกากบาทส้มทั้ง 2 ใบ ทั้งผู้ว่าฯ กทม.และส.ก.  

4+4 ‘ชัชชาติ’ ไปต่อ ‘ผู้ว่าฯ กทม.’- ‘กรุงเทพฯ 9 ดี’ ฝ่าครหา ‘ระบอบอากง’

 

"โจทย์เมืองหลวง"เดิมพัน ชัชชาติ 4+4 

ผลการเลือกตั้งที่ออกมา สิ่งที่จะต้องจับตาต่อคือ โจทย์สำคัญของ “พ่อเมืองคนใหม่” และ “50 ส.ก.” ที่จะต้องขับเคลื่อนผ่านกลไกสภาฯ กทม. เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงหลังจากนี้ 

มีข้อมูลที่น่าสนใจ ก่อนหน้านี้เรียลวอทช์ แล๊ป(RealWatch Lab) ส่วนวิจัย และวิเคราะห์ข้อมูล (Research and Data Analytics) บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) บริษัทด้าน AI Transformation & Solution และ AI-Data Driven Technology เปิดเผยถึงการสำรวจความเห็นของชาวเน็ตในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 1-21 มิ.ย.69 ที่ผ่านมา 

พบว่า สิ่งที่ประชาชนต้องการให้ “ผู้ว่าฯ กทม.” คนใหม่ เร่งผลักดันภายหลังการเลือกตั้งในวันที่ 28 มิ.ย.2569 มี 5 ประเด็นหลัก ได้แก่

อันดับ 1 คิดเป็นสัดส่วน 52%  ให้ความสำคัญกับการดูแลด้านความสะอาด และสิ่งแวดล้อมภายในเมือง โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องการบริหารจัดการขยะ ของกรุงเทพมหานคร การคัดแยกขยะ ไปจนถึงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อเป็นปอดให้กับคนกรุงเทพฯ และการลดฝุ่น PM2.5

ตามรายงานของกรุงเทพมหานคร พบว่า ปัจจุบันพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีปริมาณขยะเฉลี่ย 8,700-9,000 ตันต่อวัน (ในช่วงเทศกาลอาจจะสูงถึง 10,000 ตันต่อวัน) หรือ ประมาณ 4.84 ล้านตันต่อปี

ในขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานคร มีพื้นที่สีเขียวรวมทั้งหมด 44.8 ล้านตารางเมตร คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 2.6% ของพื้นที่เมืองทั้งหมด คิดเป็นสัดส่วนต่อประชากร 8.27 ตารางเมตร ต่อ ประชากร 1 คน ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานอัตราส่วนพื้นที่สีเขียวต่อสัดส่วนประชากรที่องค์กรอนามัยโลกกำหนดไว้ที่ 9-15 ตารางเมตร ต่อ ประชากร 1 คน

อันดับ 2 คิดเป็นสัดส่วน 17% เรื่องของการจัดการด้านการจราจร และการพัฒนาการเดินทางในเมือง ทั้งค่าใช้จ่ายในการใช้ระบบรถสาธารณะในปัจจุบันมีต้นทุนที่สูงขึ้นโดยเฉพาะการใช้รถไฟฟ้า รวมถึงอยากให้มีการเชื่อมโยงระบบคมนาคมในพื้นที่ให้เชื่อมต่อกัน ทั้ง รถ ราง เรือ และทำให้ต้นทุนในการเดินทางถูกลง

อันดับ 3 คิดเป็นสัดส่วน 15% เรื่องของความปลอดภัย และความเป็นระเบียบของเมือง ทั้งการจัดระเบียบการใช้พื้นที่ทางเท้าให้เหมาะสม รวมทั้งการบริหารจัดการพื้นที่จอดรถในพื้นที่สาธารณะ ต้องการให้คนที่เดินทางเท้ามีความปลอดภัยในการใช้งาน ไปจนถึง การจัดระเบียบการค้าขายบนทางเท้า ที่เหมาะสม เป็นต้น

อันดับ 4 คิดเป็นสัดส่วน 12% การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และ การพัฒนาระบบระบายน้ำ โดยการบริหารจัดการระบบระบายน้ำให้สามารถระบายน้ำได้อย่างรวดเร็วในช่วงที่มีพายุ และฝนตกหนัก ควรมีการลอกท่อเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ให้พร้อม รวมทั้งการพัฒนาระบบระบายน้ำของเมือง เพื่อลดปัญหาน้ำท่วมขัง เป็นเวลานานในแต่ละพื้นที่ เป็นต้น

อันดับ 5 คิดเป็นสัดส่วน 3% เป็นเรื่องการดูแลปากท้องเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิต ของประชาชน ทั้งการปรับลดค่าเช่าพื้นที่ในตลาดนัดสวนจตุจักร ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว รวมไปถึงการสร้างโอกาสให้ประชาชนมีพื้นที่ในการทำมาหากิน และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยเฉพาะการแก้ปัญหาเรื่องฝุ่น PM 2.5 เพื่อให้สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น

4+4 ‘ชัชชาติ’ ไปต่อ ‘ผู้ว่าฯ กทม.’- ‘กรุงเทพฯ 9 ดี’ ฝ่าครหา ‘ระบอบอากง’

“ชัชชาติ” กับยุทธศาสตร์ “กรุงเทพฯ 9 ดี”

ขณะที่ยุทธศาสตร์หลัก ของ “ชัชชาติ” หลังคัมแบ็ก“พ่อเมืองหลวง” สมัยสอง รอบนี้ ชูธีม กทม.“เป็นเมืองที่สร้างโอกาส และความหวังให้กับทุกคน” พร้อมนำเสนอนโยบาย 4 ด้าน คนอยู่ดี เมืองน่าอยู่ สู่โอกาสทางเศรษฐกิจ ระบบมีประสิทธิภาพ ภายใต้ 251 แผนทำงาน และยืนยันว่า “ทำได้ทันที หลังได้รับเลือกตั้ง”

โดยมีหัวข้อนโยบาย “กรุงเทพฯ 9 ดี” ประกอบด้วย

บริหารจัดการดี เน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ให้ประชาชนมีส่วนร่วม เช่น การเปิดเผยข้อมูลผ่าน Open Data และการใช้แอปพลิเคชัน Traffy Fondue แจ้งเรื่องร้องเรียน ปลอดภัยดี ปรับปรุงระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) ให้ใช้งานได้จริง ป้องกันอาชญากรรม จัดระเบียบสายไฟ และดูแลความปลอดภัยบนท้องถนน

สิ่งแวดล้อมดี เพิ่มพื้นที่สีเขียว (ปลูกต้นไม้ล้านต้น) จัดการขยะที่ต้นทาง และเฝ้าระวัง-รับมือปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 สุขภาพดี ยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุขให้เข้าถึงง่าย พัฒนาระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) และดูแลสุขภาพเชิงรุก เดินทางดี เชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภท (ล้อ ราง เรือ) ปรับปรุงทางเท้าให้ได้มาตรฐาน และลดจุดตัดการจราจร เรียนดี พัฒนาคุณภาพโรงเรียนสังกัด กทม. ให้มีทักษะภาษาอังกฤษ และเทคโนโลยี พร้อมปรับปรุงศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน

เศรษฐกิจดี ส่งเสริมตลาดนัดชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย และสร้างโอกาสทางอาชีพ สังคมดี ดูแลกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และผู้พิการ พร้อมสนับสนุนพื้นที่ทำกิจกรรม และพื้นที่สาธารณะสำหรับทุกคน โครงสร้างดี พัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เช่น ระบบระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม และการวางผังเมืองที่เหมาะสม

ทุกย่างก้าวของ “ว่าที่ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” หลังจากนี้จึงต้องจับตา แน่นอนว่าภายใต้บทเรียน 4 ปีที่ผ่านมา นอกเหนือจาก “จุดแข็ง-จุดอ่อน” ของสารพัดนโยบายที่เตรียมขับเคลื่อนหลังจากนี้ เจ้าตัวย่อมรู้ดีถึง “เกมการเมือง” ภายในเสาชิงช้า ที่ไร้ทีมส.ก.ในมือ ส่งผลให้เผชิญเกมลองของ ส.ก.บางกลุ่มบางก๊วน อยู่บ่อยครั้ง 

ส่องตัวเลข ส.ก.ในสภา กทม.รอบนี้  พรรคประชาชน กวาด ส.ก.มากสุด 22 คน กลุ่มคนทำงาน 11 คน พรรคประชาธิปัตย์  8 คน กลุ่มเพื่อไทย Lifeลงตัว 4 คน ผู้สมัครอิสระ 3คน  กลุ่มBetter Bangkok 2 คน

ขณะที่ "ชัชชาติ" แม้จะประกาศลงสมัครในนามอิสระ ทว่ามีทีม ส.ก.ทั้งเฉด “เขียวเข้ม”  “เขียวอ่อน” และ  “สีแดง” บางส่วน ที่โหนกระแส "ชัชชาติฟีเวอร์" เป็นแนวร่วมในการขับเคลื่อนนโยบาย ในสภาฯ เสาชิงช้า เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในการ “พัฒนาเมืองหลวง” และคุณภาพชีวิตคนเมือง

โดยเฉพาะปัญหาทุจริต อย่างงบ กทม.ซึ่งถูกฝ่ายการเมืองขยี้หนัก ไปที่ “ระบอบอากง” 

ขณะที่ “ชัชชาติ” เคยให้สัมภาษณ์ในช่วงหาเสียง ขอสานต่อในเรื่องดังกล่าว พร้อมท้าทายให้ยื่นคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ตรวจสอบบรรดาข้อครหาที่เกิดขึ้น จะเห็นผลเป็นรูปธรรมในช่วง 4 ปีนับจากนี้มากน้อยเพียงใด ต้องติดตาม 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์