"นิด้าโพล-พระปกเกล้า" เผยผลทำนายเลือกตั้ง กทม. หลังปิดหีบเลือกตั้ง พบ อันดับหนึ่ง เทให้ "ชัชชาติ" ชี้คนกทม.ตกผลึกแต่ยังมีตัวแปรคนมาใช้สิทธิ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังการปิดหีบเลือกตั้ง ผู้ว่าฯกทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เมื่อ 17.00 น. ศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้าโพล) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง ทำนายผลการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. 69 สำรวจระหว่างวันที่ 22-25 มิ.ย. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 3,000 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับแนวโน้มของคนกรุงเทพมหานครในการเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
โดยผลการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะเลือกให้เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พบว่า
อันดับ 1 ระบุว่าเป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (อิสระ) มากถึง 73.70%
อันดับ 2 ระบุว่าเป็น นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข (อิสระ) 12.10%
อันดับ 3 ระบุว่าเป็น นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (พรรคประชาชน) 8.37%
อันดับ 4 ระบุว่าเป็น นายอนุชา บูรพชัยศรี (พรรคประชาธิปัตย์) 3.43%
อันดับ 5 ระบุว่าเป็น หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี (อิสระ) 1.40%
และอีก 1% ระบุอื่น ๆ ได้แก่ นายสมัย ละเลิศ (อิสระ) นายพงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ (อิสระ) นายคมสัน พันธุ์ชาติกุล (อิสระ) นายประทีป วัชรโชคเกษม (อิสระ) พลตำรวจโทชาญเทพ เสสะเวช (พรรคเศรษฐกิจ) นายพิศาล กิตติเยาวมาลย์ (อิสระ) นายภาสพงศ์ ไชยวิริญญะวาณิชย์ (อิสระ) นายประยูร ครองยศ (อิสระ) นายวีรพจน์ ลือประสิทธิ์สกุล (อิสระ) นายสมชัย เจริญวรเกียรติ (อิสระ) และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No)
ขณะนี้ผลสำรวจของ สถาบันพระปกเกล้า KPI Poll เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “เลือกตั้ง กทม. 69 โค้งสุดท้าย: ทิศทางการเลือกผู้ว่าฯ และ ส.ก. คนใหม่ (ครั้งที่ 3)” สำรวจ ระหว่างวันที่ 22-25 มิ.ย. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามพื้นที่เขตทั่วกรุงเทพมหานคร จำนวน 2,150 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้
นายชัชชาติ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. มีคะแนนนำชัดเจนที่ 53.6% เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2
ขณะที่ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร มีคะแนนรองลงมา ที่ 12.0% ส่วนนางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ได้ 9.8% ทางด้าน นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัคร ผู้ว่าฯกทม. พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 6.6%
ทั้งนี้ สถาบันพระปกเกล้า สรุปผลสำรวจดังกล่าวว่า สนามผู้ว่าฯ กทม. เข้าสู่ภาวะ คะแนนตกผลึก มากขึ้นอย่างชัดเจน ในโค้งสุดท้าย แต่ในทางการเมือง การนำในโพลยังไม่เท่ากับผลเลือกตั้งจริง เพราะตัวแปรสำคัญในช่วงท้ายคือ การออกมาใช้สิทธิของฐานสนับสนุนแต่ละฝ่าย




