วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

'เครือข่ายสหกรณ์โคนม' ร้องกมธ.เกษตรฯ ค้าน กม.โคนม ส่อเอื้อนายทุน

เครือข่ายสหกรณ์โคนม ร้องกมธ.เกษตรฯสว.  ค้านร่าง พ.ร.บ.โคนมฯ ฉบับใหม่ หวั่นเปิดทางทุนครอบงำ ด้าน “สว.เศรณี” เผยเตรียมถวายฎีกา ชี้เสี่ยงทำลายอาชีพพระราชทาน

ที่รัฐสภา นายสุนทร เชาว์กิจค้า สว. ฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา เข้ารับหนังสือจากเครือข่ายสหกรณ์โคนม ประกอบด้วย สหกรณ์การเกษตรตากฟ้า จำกัด จังหวัดนครสวรรค์ ชุมนุมสหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค จำกัด จังหวัดสระบุรี สหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) จังหวัดราชบุรี และผู้แทนกลุ่มสถานศึกษาที่มีการเรียนการสอนด้านการเกษตร ที่ขอคัดค้านร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โคนมและผลิตภัณฑ์นม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่วุฒิสภาเห็นชอบ เมื่อ 22 มิ.ย. เพราะมีข้อกังวลต่อการกำหนดสัดส่วนของคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (มิลค์บอร์ด) ที่ส่วนใหญ่มาจากภาคเอกชน พร้อมขอความเป็นธรรมการจัดสรรสิทธิโครงการนมโรงเรียน และขอให้ความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาผลผลิตน้ำนมดิบของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม

โดย นายธีระชัย เกรียงไกรเวคิน ประธานชุมนุมสหกรณ์นมไทย-เดนมาร์คฯ  กล่าวว่า กลุ่มสหกรณ์มีกว่า 3 พันครอบครัว ที่ผ่านมาองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) แจ้งว่าไม่สามารถรับซื้อน้ำนมดิบส่วนที่เกินจากข้อตกลง MOU ได้อีกประมาณ 80-90 ตันต่อวัน ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรทั่วประเทศ สาเหตุหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้เกษตรกรลดการผลิตลง  ประกอบกับได้รับการจัดสรรโควตานมโรงเรียนลดลง เหลือเพียง 90 ตันต่อวัน จากที่ยื่นขอไว้ 265 ตัน ขณะที่ปัจจุบันรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรวันละประมาณ 400 ตัน  หากไม่ได้รับการจัดสรรโควตานมโรงเรียนเพิ่ม จะต้องขายน้ำนมดิบในราคาต่ำกว่านมในโควตา ส่งผลให้สูญเสียรายได้รวม 4-5 ล้านบาทต่อเดือน หรือสะสมแล้วกว่า 50 ล้านบาท พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐคืนความเป็นธรรมในการจัดสรรสิทธินมโรงเรียนแก่ อ.ส.ค. เพื่อรักษาเสถียรภาพอาชีพโคนมและลดผลกระทบต่อเกษตรกร

ขณะที่นายเศรณี อนิลบล สว. กล่าวว่าการทบทวนร่างพ.ร.บ.โคนมที่สว.เห็นชอบแล้วขึ้นตอนต่อไปคือเข้ากระบวนการประกาศใช้เป็นกฎหมาย เบื้องต้นทราบว่าเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจะถวายฎีกา เพราะถือว่าอาชีพการเลี้ยงโคนมเป็นอาชีพพระราชทาน  ทั้งนี้ในข้อกังวลต่อมิลล์บอร์ดนั้น เพราะให้ผู้ประกอบการที่มีส่วนได้ส่วนเสียในกิจการน้ำนม มีหน้าที่ออกหลักเกณฑ์และนโยบายในลักษณะเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนเอกชน เช่น ล่าสุดปล่อยให้มีการเปิดเสรีการค้าจนเกิดการนำเข้านมผงจากต่างประเทศในอัตราภาษี 0% ซึ่งมีต้นทุนต่ำเพียงกิโลกรัมละ 15 บาท แล้วนำมาละลายน้ำบรรจุกล่องทำโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมตัดราคาตลาด ในขณะที่น้ำนมดิบแท้ 100% กลับถูกจำกัดสิทธิ์และริบรอนโควตา

"เมื่อถูกกระแสสังคมกระทุ้ง ภาครัฐกลับแก้ปัญหาด้วยวิธีเลอะเทอะด้วยการแจกนมกระดาษหรือการส่งบิลเคลียร์เอกสารย้อนหลังว่าเด็กได้กินแล้วเพื่อเบิกเงิน แต่ในความเป็นจริงเด็กไม่ได้กินนม ถือเป็นการเล่นแร่แปรธาตุที่สร้างความเสียหายให้กับรัฐและเยาวชน ดังนั้นหากทำแบบนี้เท่ากับเป็นการทำนโยบายที่เอื้อประโยชน์”  นายเศรณี กล่าว

นายเศรณี กล่าวถึงการทำงานของกรมปศุสัตว์ และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ว่ามีพฤติกรรมที่เน้นการตรวจสอบเกษตรกรรายย่อยและสหกรณ์ เพื่อหาช่องตัดสิทธิ์โควตา แต่ในทางกลับกัน เมื่อเป็นโรงงานของเอกชนรายใหญ่ รัฐกลับไม่ตรวจสอบ หรือมักจะมีการส่งสัญญาณล่วงหน้าจนเกิดข้อครหาเรื่องการซูเอี๋ยรับผลประโยชน์ร่วมกัน  

“ผมผิดหวังกับอธิบดีกรมปศุสัตว์และอธิบดีการส่งเสริมเกษตรกรมาก วันนี้ท่านจะยังยืนเคียงข้างกับประชาชนหรือไม่ หรือจะไปอำนวยความสะดวกให้กับเอกชน โดยลืมเกษตรกรที่ท่านปั้นมากับมือ ไม่สามารถเป็นที่พึ่งของเขาได้ เหมือนกรณีให้รวมกลุ่มสหกรณ์แต่ไม่สามารถช่วยเหลือให้ได้รับความเป็นธรรม วันนี้เป็นปัญหาระดับชาติ ถ้าทั้งสองกรมนี้ทำไม่ได้ผมจะซื้อปี๊บไปให้หัว ไม่ต้องเดินให้เกษตรกรเห็นหน้าอีกต่อไป”นายเศรณีกล่าว