เครือข่ายสหกรณ์โคนม ร้องกมธ.เกษตรฯสว. ค้านร่าง พ.ร.บ.โคนมฯ ฉบับใหม่ หวั่นเปิดทางทุนครอบงำ ด้าน “สว.เศรณี” เผยเตรียมถวายฎีกา ชี้เสี่ยงทำลายอาชีพพระราชทาน
ที่รัฐสภา นายสุนทร เชาว์กิจค้า สว. ฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา เข้ารับหนังสือจากเครือข่ายสหกรณ์โคนม ประกอบด้วย สหกรณ์การเกษตรตากฟ้า จำกัด จังหวัดนครสวรรค์ ชุมนุมสหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค จำกัด จังหวัดสระบุรี สหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) จังหวัดราชบุรี และผู้แทนกลุ่มสถานศึกษาที่มีการเรียนการสอนด้านการเกษตร ที่ขอคัดค้านร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โคนมและผลิตภัณฑ์นม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่วุฒิสภาเห็นชอบ เมื่อ 22 มิ.ย. เพราะมีข้อกังวลต่อการกำหนดสัดส่วนของคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (มิลค์บอร์ด) ที่ส่วนใหญ่มาจากภาคเอกชน พร้อมขอความเป็นธรรมการจัดสรรสิทธิโครงการนมโรงเรียน และขอให้ความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาผลผลิตน้ำนมดิบของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม
โดย นายธีระชัย เกรียงไกรเวคิน ประธานชุมนุมสหกรณ์นมไทย-เดนมาร์คฯ กล่าวว่า กลุ่มสหกรณ์มีกว่า 3 พันครอบครัว ที่ผ่านมาองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) แจ้งว่าไม่สามารถรับซื้อน้ำนมดิบส่วนที่เกินจากข้อตกลง MOU ได้อีกประมาณ 80-90 ตันต่อวัน ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรทั่วประเทศ สาเหตุหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้เกษตรกรลดการผลิตลง ประกอบกับได้รับการจัดสรรโควตานมโรงเรียนลดลง เหลือเพียง 90 ตันต่อวัน จากที่ยื่นขอไว้ 265 ตัน ขณะที่ปัจจุบันรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรวันละประมาณ 400 ตัน หากไม่ได้รับการจัดสรรโควตานมโรงเรียนเพิ่ม จะต้องขายน้ำนมดิบในราคาต่ำกว่านมในโควตา ส่งผลให้สูญเสียรายได้รวม 4-5 ล้านบาทต่อเดือน หรือสะสมแล้วกว่า 50 ล้านบาท พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐคืนความเป็นธรรมในการจัดสรรสิทธินมโรงเรียนแก่ อ.ส.ค. เพื่อรักษาเสถียรภาพอาชีพโคนมและลดผลกระทบต่อเกษตรกร
ขณะที่นายเศรณี อนิลบล สว. กล่าวว่าการทบทวนร่างพ.ร.บ.โคนมที่สว.เห็นชอบแล้วขึ้นตอนต่อไปคือเข้ากระบวนการประกาศใช้เป็นกฎหมาย เบื้องต้นทราบว่าเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจะถวายฎีกา เพราะถือว่าอาชีพการเลี้ยงโคนมเป็นอาชีพพระราชทาน ทั้งนี้ในข้อกังวลต่อมิลล์บอร์ดนั้น เพราะให้ผู้ประกอบการที่มีส่วนได้ส่วนเสียในกิจการน้ำนม มีหน้าที่ออกหลักเกณฑ์และนโยบายในลักษณะเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนเอกชน เช่น ล่าสุดปล่อยให้มีการเปิดเสรีการค้าจนเกิดการนำเข้านมผงจากต่างประเทศในอัตราภาษี 0% ซึ่งมีต้นทุนต่ำเพียงกิโลกรัมละ 15 บาท แล้วนำมาละลายน้ำบรรจุกล่องทำโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมตัดราคาตลาด ในขณะที่น้ำนมดิบแท้ 100% กลับถูกจำกัดสิทธิ์และริบรอนโควตา
"เมื่อถูกกระแสสังคมกระทุ้ง ภาครัฐกลับแก้ปัญหาด้วยวิธีเลอะเทอะด้วยการแจกนมกระดาษหรือการส่งบิลเคลียร์เอกสารย้อนหลังว่าเด็กได้กินแล้วเพื่อเบิกเงิน แต่ในความเป็นจริงเด็กไม่ได้กินนม ถือเป็นการเล่นแร่แปรธาตุที่สร้างความเสียหายให้กับรัฐและเยาวชน ดังนั้นหากทำแบบนี้เท่ากับเป็นการทำนโยบายที่เอื้อประโยชน์” นายเศรณี กล่าว
นายเศรณี กล่าวถึงการทำงานของกรมปศุสัตว์ และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ว่ามีพฤติกรรมที่เน้นการตรวจสอบเกษตรกรรายย่อยและสหกรณ์ เพื่อหาช่องตัดสิทธิ์โควตา แต่ในทางกลับกัน เมื่อเป็นโรงงานของเอกชนรายใหญ่ รัฐกลับไม่ตรวจสอบ หรือมักจะมีการส่งสัญญาณล่วงหน้าจนเกิดข้อครหาเรื่องการซูเอี๋ยรับผลประโยชน์ร่วมกัน
“ผมผิดหวังกับอธิบดีกรมปศุสัตว์และอธิบดีการส่งเสริมเกษตรกรมาก วันนี้ท่านจะยังยืนเคียงข้างกับประชาชนหรือไม่ หรือจะไปอำนวยความสะดวกให้กับเอกชน โดยลืมเกษตรกรที่ท่านปั้นมากับมือ ไม่สามารถเป็นที่พึ่งของเขาได้ เหมือนกรณีให้รวมกลุ่มสหกรณ์แต่ไม่สามารถช่วยเหลือให้ได้รับความเป็นธรรม วันนี้เป็นปัญหาระดับชาติ ถ้าทั้งสองกรมนี้ทำไม่ได้ผมจะซื้อปี๊บไปให้หัว ไม่ต้องเดินให้เกษตรกรเห็นหน้าอีกต่อไป”นายเศรณีกล่าว





