วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

'อนุชา' ไม่หวั่นผลโพล เร่งเดินหน้าหาเสียง ชูขจัดส่วย-ค่าน้ำชา

"ปชป." ยกทัพหาเสียงเลือกตั้ง กทม. "อนุชา" ไม่หวั่นผลโพลเป็นรอง เร่งเดินหน้าหาเสียง ชูนโยบายพัฒนาเมือง ขจัดส่วย หวังเพิ่มโอกาสคนกรุง

ที่ซอยสุขสวัสดิ์26 คณะหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค  นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่เขตราษฎร์บูรณะ โดยมี นายไสว โชติกะสุภา ผู้สมัคร ส.ก. ร่วมคณะรณรงค์หาเสียงอย่างคึกคัก

ทั้งนี้นายอนุชาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. สังกัดอิสระ กล่าวบนเวทีดีเบตของเนชั่นทีวี เมื่อวานนี้ (22 มิ.ย.69) ถึงการจัดการบุคคลที่กระทำความผิดทุจริตแล้ว 41 ราย ว่า เป็นเรื่องดีที่อดีตผู้บริหาร กทม. ยอมรับว่าการคอร์รัปชันเกิดขึ้นจริง ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ยึดถือเรื่องความโปร่งใสเป็นนโยบายหลัก โดยจะนำระบบแพลตฟอร์มตรวจสอบข้อมูลมาใช้ เพื่อขจัดส่วย และค่าน้ำร้อนน้ำชา ที่กัดกินโอกาสของพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอย รวมถึงห้างร้านต่างๆ ให้หมดไปจาก กทม. โดยเน้นวัฒนธรรมการตรวจสอบกันเองภายในพรรคและหน่วยงานอย่างเข้มข้น

นายอนุชา กล่าวถึงผลสำรวจความนิยมที่คะแนนเป็นรอง ว่า การเมืองเป็นเรื่องปกติของโพล แต่ผลลัพธ์จริงอยู่ที่วันหย่อนบัตร ซึ่งตนสัมผัสได้ถึงสัญญาณบวกจากประชาชนที่หันกลับมาสนับสนุนพรรคมากขึ้น เพราะเชื่อมั่นในความตั้งใจจริง พรรคประชาธิปัตย์ยืนหยัดทำงานเคียงข้างคนกรุงเทพฯ มายาวนานกว่า 8 ทศวรรษ ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีตำแหน่ง ไม่เคยหายไปไหน ตนอยากให้ประชาชนมั่นใจว่ามีแนวทางที่ปฏิบัติได้จริง และไม่ได้มาเพื่อหาเสียงเพียงชั่วคราว แต่มาเพื่อรับใช้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง 

ด้าน นายอภิสิทธิ์  กล่าวว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายนี้ สิ่งสำคัญคือการย้ำนโยบายที่ตอบโจทย์ปัญหาเดิมๆ ที่ประชาชนยังคงเผชิญ ทั้งเรื่องจราจร ขยะ และสภาพเศรษฐกิจ การเลือกผู้ว่าฯ กทม. ควบคู่กับ ส.ก. จากพรรคประชาธิปัตย์ จะทำให้การขับเคลื่อนนโยบายจากท้องถิ่นไปสู่ระดับชาติมีความเป็นเอกภาพและไร้รอยต่อ

หลังจากนั้นคณะได้ขึ้นรถแห่หาเสียงในพื้นที่เขตราษฎร์บูรณะ โดยช่วงหนึ่ง นายอนุชาได้ลงเดินเท้าสำรวจบรรยากาศการค้าขาย พร้อมพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าที่ตั้งแผงในช่วงเช้า โดยเน้นย้ำว่าพื้นที่ตลาดเหล่านี้คือเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจที่ต้องได้รับการสนับสนุน ไม่ใช่แค่การจัดระเบียบ แต่คือการสร้างโอกาสให้คนตัวเล็กตัวน้อยได้ทำมาหากินอย่างสุจริตและยั่งยืน เพื่อให้ภาพลักษณ์ของกรุงเทพฯ กลับมาเป็นเมืองที่น่าอยู่และมีความหวังสำหรับทุกคน