วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

วัดพลัง ‘อนุทิน-เจ้าพ่อน้ำเงิน’ จากศึก มท. ระส่ำ ‘ระบอบลูกเทพ’

การก่อตัวของรอยร้าวในความสัมพันธ์ของบิ๊กภูมิใจไทย ในวันที่ปัจจัย และผลประโยชน์เชิงอำนาจ และการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง กลายเป็นสัญญาณไม่สู้ดีกับเกมวัดพลังของ 2 ผู้ยิ่งใหญ่ อาจเป็นเหตุให้เกาเหลาน้ำเงินชามยักษ์ ลุกลามสู่จุดแตกหักในวันหนึ่งก็ไม่แน่

KEY POINTS

  • สัญญาณความขัดแย้งระหว่างอนุทิน กับเจ้าพ่อระบอบน้ำเงิน ชนวนสำคัญสะท้อนจากศึกในมหาดไทย
  • รัฐมนตรีลูกเทพ เด็กในคาถาเจ้าของพรรคภูมิใจไทย โดนวิจารณ์อย่างหนักเรื่องไม่มีผลงาน
  • การใช้งบ1,621 ล้าน ดัน TH-AI Passport ของกระทรวงดีอี ที่ไชยชนก คุม เต็มไปด้วยข้อครหา กระทบภาพลักษณ์รัฐบาล และอนุทิน เต็มๆ 

แรงกระเพื่อมภายในพรรคภูมิใจไทย เริ่มสะท้อนออกมาให้คนภายนอกรับรู้ถึงความไม่เป็นเนื้อเดียวกันอย่างที่เข้าใจเสียแล้ว เมื่อการวัดพลังในกระทรวงมหาดไทย ผ่านศึกเด้งรองฯ ซีฟู้ด ที่เหมือนเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ล่อเป้าใหญ่จะปลดผู้ว่าฯ ภูเก็ต จนกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง ท่ามกลางเสียงวิจารณ์หักกันด้วยเรื่องผลประโยชน์

ว่ากันว่า รองฯ ซีฟู้ด มีความใกล้ชิดกับนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง สายตรงบิ๊กบลูแห่งเขากระโดง บุรีรัมย์ ผู้พยายามผลักดันให้ขึ้นตำแหน่งปลัดกระทรวงแทน อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ คนสนิท อนุทิน ชาญวีรกูล เนื่องจากเหลืออายุราชการอีกประมาณ 1 ปี 

การจะเปลี่ยนตัวปลัดกระทรวงคลองหลอด ของผู้ยิ่งใหญ่แห่งบุรีรัมย์ ดูจะไม่ใช่เรื่องง่าย ขุมกำลัง และอำนาจ เทียบไม่เท่าอนุทิน ที่อยู่ในวงโคจรโดยตรง ถือกฎหมายและควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินเต็มตัว แต่อีกฝ่ายเลือกวางบทบาทอยู่ข้างหลัง ทำตัวเป็นผู้นำจิตวิญญาณ ถ้าวางแผนทำเรื่องอื่น อาจง่ายกว่าเรื่องเปลี่ยนตัวปลัดฯ เพราะอนุทิน ขวางลำอยู่

มีคำถามว่าศึกที่ภูเก็ต ทำไมไม่โดนเฉพาะรองฯ ซีฟู้ด ซึ่งก็มีข้อสังเกตเช่นเดียวกันว่า อาจมีแรงกดดันจากเจ้าพ่อระบอบสีน้ำเงิน ให้อนุทินจัดการย้ายผู้ว่าฯ เซมเบ้ นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ด้วย ทำนองว่าไม่ยอมเสียเหลี่ยมปล่อยให้เด็กสายตัวเองโดนฝ่ายเดียว 

สถานการณ์ที่ร้อนระอุในมหาดไทย กำลังสะท้อนเกมวัดพลังที่ใหญ่กว่าเรื่องบิ๊กข้าราชการเพียงอย่าง แต่อาจสะท้อนถึงเกมวัดพลังระหว่างเจ้าของพรรคภูมิใจไทย กับอนุทิน ซึ่งฝ่ายหลังก็ไม่ยอมถูกลบเหลี่ยม หรือหยามศักดิ์ศรีเช่นเดียวกัน 

เลยต้องดูความพยายามของบุรีรัมย์จะเดินเกมแข็งกร้าวขึ้นแค่ไหนอย่างไร กับการดันนฤชา เสียบแทนอรรษิษฐ์ โอกาสเป็นไปได้ยาก เว้นแต่เจ้าพ่อสีน้ำเงินจะงัดเกมโหดกดดัน หรือบีบอนุทิน ให้ยอมจำนน ศึกนี้อาจต้องวัดพลังกันถึงแบ็กข้างหลังแต่ละฝ่าย

อีกปัจจัยที่ผสมโรงให้ศึกในภูมิใจไทยเพิ่มแรงกระเพื่อม คือ บรรดาก๊วนลูกเทพ ที่ได้รับแรงหนุนจากเจ้าพ่อสีน้ำเงิน ให้ขึ้นชั้นเป็นรัฐมนตรี ถึงนาทีนี้หลายคนยังคว้านหาผลงานไม่เจอ แต่คนที่ตกเป็นเป้าหนักที่สุด หนีไม่พ้นไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ยังติดหล่มโครงการ TH-AI Passport 1,621 ล้านบาท ซึ่งเต็มไปด้วยข้อครหา

เรื่องเก่ายังไม่ทันเคลียร์ ศิริกัญญา ตันสกุล จากพรรคประชาชน ชำแหละเปิดแผลรัฐบาลซ้ำอีก กับงบประมาณ ปี 70 ที่กำลังจะเข้าสภา 

หน่วยรับงบประมาณอื่นถูกปรับลดกันถ้วนหน้า แต่มี 1 กระทรวงที่ได้รับงบเพิ่ม 30% คือกระทรวงดิจิทัลฯ ผ่านสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เจ้าของโครงการ TH-AI Passport ได้งบเพิ่ม 2 เท่า แถมเตรียมการดันเฟส 2 ตามมาอีก 

เอาแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว ทำเอารัฐบาลโดนวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมอย่างหนัก ลดทอนความเชื่อมั่นลงอย่างฮวบฮาบ สะเทือนไปถึงตัวของอนุทิน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่ต้องช่วยอุ้มเผือกร้อนลูกใหญ่ ที่เกิดในกระทรวงที่ลูกเทพกำกับดูแล 

มาตรการประเมินผลงานรัฐมนตรีในสัดส่วนภูมิใจไทย ของอนุทิน น่าจะทำให้รัฐมนตรีลูกเทพบางคน อดหนาวๆ ร้อนๆ ไม่ได้ 

ตำแหน่งของหลายคนพอเข้าใจได้ ว่าเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ ย่อมถูกเกลี่ยกรมที่มีความสำคัญน้อยให้กำกับดูแล ดังนั้น ถ้าเนื้องานจะไม่กระเด็นออกมาให้เห็น ก็เป็นเรื่องปกติ 

ในทางกลับกัน ลูกเทพบางคนที่นั่งรัฐมนตรีว่าการ มีทั้งที่งานเงียบกริบ และมีทั้งที่โดนจับจ้อง ถูกพูดถึงในเชิงลบมากกว่าบวก เช่นที่กระทรวงดีอี ลูกพรรคสีน้ำเงินหลายคนช่วงนี้ถึงขยันออกมาปกป้องลูกนก กันแทบจะกลายเป็นมหกรรม บางคนหวังเข้าตานาย เพราะแน่นอนว่า เห็นโอกาสเข้าเสียบในจังหวะที่ลูกเทพกำลังเมาหมัด สุ่มเสี่ยงโดน ปรับ ครม. รอบหน้า 

เอาเข้าจริงก๊วนลูกเทพบางคนก็ไม่ได้เป็นที่ปลาบปลื้มของสมาชิกพรรคหลายกลุ่มมาแต่ไหนแต่ไร ด้วยหลายเหตุผล สส. บางคนนิยามสถานะตัวเอง เทียบชั้นไม่ติด เพราะไม่เป็นที่เอ็นดูของเจ้าของพรรค ต่างจากก๊วนที่ว่า จึงต้องทนรับสภาพ เพราะผลประโยชน์ยังลงตัว แม้อึดอัดใจบ้างก็ว่ากันไป 

ในช่วงที่ภูมิใจไทย เผชิญความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หลุดจากความเป็นพรรคร่วมรัฐบาล สส.หลายคนเตรียมกระโดดหนีย้ายค่ายกันเพียบ แต่พอตั้งหลักได้ และพลิกเป็นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ สส.กลุ่มที่เคยแกว่ง ก็ต้องแถวตรงอีกครั้ง 

สะท้อนให้เห็นว่า หลายคนในพรรค อยู่กันอย่างไร และหากสถานการณ์การเมืองพลิกผันอีกรอบ ก็คงมีคนที่คิดขยับขยายเอาตัวรอดอยู่เสมอ

จักรวาลระบอบสีน้ำเงิน ตอนนี้ จะว่าไปเปรียบเสมือนมีดาว 2ดวงหลักที่มีแสงในตัวเอง ดวงแรกคือ อนุทิน ที่ออกหน้าเล่นโดยตรง และดาวดวงที่2 คือ เจ้าพ่อผู้เป็นเจ้าของพรรคตัวจริง ที่ถูกจับตาว่าเริ่มโคจรกันไปคนละทาง 

สถานะ และความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ ในวันนี้กับวันก่อนๆ อาจเป็นคนละเรื่อง เมื่ออนุทิน ผงาดขึ้นเป็นนายกฯ ไม่ว่าจะด้วยกี่แรงส่งเบื้องหลังก็ตาม 

เมื่อขึ้นไปถึงตำแหน่งสูงสุดทางการเมือง เกียรติยศ ศักดิ์ศรี ย่อมค้ำคออนุทิน การที่ใครก็ตามจะปฏิบัติกับอนุทินแบบเดิมๆ หรือมีชุดความคิดแบบเดิมๆ ทั้งการเตะก้นโชว์สื่อ แสดงออกว่าอีกฝ่ายเป็นลูกไล่อยู่วันยังค่ำ คงไม่ได้

การก่อตัวของรอยร้าวในความสัมพันธ์ของบิ๊กภูมิใจไทย ในวันที่ปัจจัย และผลประโยชน์เชิงอำนาจ และการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง กลายเป็นสัญญาณไม่สู้ดีกับเกมวัดพลังของ 2 ผู้ยิ่งใหญ่ อาจเป็นเหตุให้เกาเหลาน้ำเงินชามยักษ์ ลุกลามสู่จุดแตกหักในวันหนึ่งก็ไม่แน่ 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์