วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

'สนธิญา' ยื่นสอบจริยธรรม 'รักชนก' ปมด้อยค่า-ด้อยศักดิ์ศรี

"สนธิยา" ยื่น "โสภณ" สอบจริยธรรม "รักชนก" เพิ่มเติม ปมด้อยค่า-ด้อยศักดิ์ศรี ระหว่างประชุมกมธ. ติดตามงบฯ ลั่น เป็นระดับประธานกมธ. ไม่ควรทำ  

ที่รัฐสภา นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ให้สัมภาษณ์ภายหลังยื่นหนังสือต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ฐานะประธานคณะกรรมการจริยธรรมสภาฯ ผ่านระบบสารบัญสำนักงานเลขาธิการสภาฯ เพื่อขอให้ตรวจสอบจริยธรรมของน.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน หลังจากที่แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ในการประชุมคณะกรรมาธิการศึกษา (กมธ.) การจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ที่น.ส.รักชนก เป็นประธาน กมธ.  

โดยนายสนธิญา กล่าวว่า ประเด็นที่ต้องการให้ประธานสภาฯ พิจารณาคือการด้อยค่าตนเป็นเหมือนผู้ไม่มีศักดิ์ศรี ทั้งที่ก่อนการประชุมกมธ.ติดตามงบประมาณ เมื่อ 18 มิ.ย. น.ส.รักชนก โพสต์ผ่านเฟซบุ๊คระบุว่าจะเชิญตนมาร่วมประชุม และด้านล่างมีคำว่าจุ้น  และคำว่า เผลอเตะชามข้าวหมา

"กรณีที่บุคคลหนึ่งบุคคลใด ซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่สส. และประธานกมธ. เป็นผู้ที่น่าเชื่อถือ แต่กลับไปกล่าวหาว่าผู้อื่นว่าจุ้น ซึ่งตามพจนานุกรมฉบับบัณฑิตยสถาน จุ้น แปลว่ายุ่งในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง และไปเตะชามข้าวหมาของบุคคลอื่น ผมถามว่า หมาเป็นของตนหรือหมาเป็นของใคร และคำพูดนี้เป็นคำพูดเปรียบเทียบ ซึ่งผู้ที่ดำรงตำแหน่งประธานกมธ.หรือสส. ไม่ควรจะพูดหรือกระทำการโพสต์ ลงในรูปแบบนั้น ถือว่าการกระทำดังกล่าวของน.ส.รักชนก เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญว่าด้วยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ที่ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน" นายสนธิญา กล่าว

นายสนธิญา กล่าวต่อว่า2. พฤติกรรมของ น.ส.รักชนกที่กล่าวโกหกในการประชุมกมธ.ทั้ง 2 คณะ คือกมธ.ติดตามงบฯ และกมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ที่ประชุมร่วมกัน 3. การกระทำดังกล่าว เป็นการกระทำที่ขัดต่อจริยธรรม พ.ศ.2563 ประมาณ 7 ข้อ  และ 4. ในการประชุมของทั้ง 2 กมธ. ประธานสภาฯ หรือรองประธานสภาฯ ได้เห็นชอบอนุมัติในหลักการให้มีการประชุมหรือไม่ เพราะตนเคยเป็นกมธ.กฎหมายฯ มาแล้วเกือบ 3 ปี ไม่เคยเห็นการประชุมร่วม

"ผมไม่มีเจตนาหรือไม่ต้องการฟ้องเป็นคดีอาญาหมิ่นประมาทต่อน.ส.รักชนก แต่ต้องการความกระจ่างและชัดเจน ไม่ต้องการให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอีก ไม่ว่าเรื่องหมาๆ จุ้นหรือไม่จุ้น เพราะกรณีการที่บุคคลหนึ่งบุคคลในจะทำหน้าที่ปกป้อง หรือสอบถามเกี่ยวกับงบประมาณ การดำเนินการของสภาฯ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 41 (1)(2) ประกอบมาตรา 50 ที่พึงกระทำได้ ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็สุดแล้วแต่ประธานสภาฯ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องจะพิจารณา" นายสนธิญา กล่าว