วันเสาร์ ที่ 1 สิงหาคม 2569

Login
Login

วัดใจ ฮั้ว สว. ‘กกต.’อุ้มน้ำเงิน ปล่อยปลาใหญ่ เสียเบี้ยรักษาขุน

พลพรรคภูมิใจไทย และเครือข่ายสีน้ำเงิน กำลังเผชิญศึกหนักรอบด้าน จากความไม่ชอบมาพากล และความไม่เชื่อมั่นของสังคม ในการเดินหน้าหลายโครงการ โดยเฉพาะ TH-AI Passport ที่ยังเต็มไปด้วย เครื่องหมายคำถาม

ไชยชนก ชิดชอบ เลขาฯภูมิใจไทย และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเจ้ากระทรวงที่เกี่ยวข้องโดยตรง ได้ปลัดกระทรวงฯ ใจถึง อย่าง "พชร อนันตศิลป์" ออกตัวปกป้องโครงการนี้สุดลิ่มทิ่มประตู ทั้งกรณีบอกว่าเอกชนจะยกเลิกสัญญาไม่ได้ ถ้าปลัดไม่ยินยอม

ที่สร้างเสียงฮือฮาในเรื่องนี้คือการที่ คนระดับปลัดกระทรวง แถลงเสียงดังฟังชัดถึงข้อสังเกตว่าโครงการ AI Passport มีการล็อกสเปก หรือฮั้ว หรือไม่ว่า ตอบไม่ได้ เพราะเขาไม่ได้มาฮั้วต่อหน้าเรา 

งานนี้ “พชร” น่าจะทำผลงานเข้าตาบิ๊กสีน้ำเงินไม่น้อย จะมีลุ้นโยกไปนั่งปลัดคลังในอนาคตหรือไม่ ต้องติดตามกัน

อีกเรื่องที่รุมเร้าเครือข่ายสีน้ำเงินอย่างหนักหน่วง คือ เผือกร้อนคดี ฮั้ว สว. ที่มี สส. สว. สายสีน้ำเงิน รวมถึงรัฐมนตรีน้อยใหญ่ ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา เรียกว่าความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก

กลายเป็นเดิมพันสำคัญของ กกต. และเครือข่ายสีน้ำเงินอย่างแท้จริง ว่าจะพิจารณาเรื่องนี้จนมีข้อสรุปออกมาอย่างไร ในจังหวะที่พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคส้ม ล็อกเป้าคดีที่เกี่ยวกับองค์กรอิสระ ตั้งแต่ สอย ป.ป.ช. กรณียกคำร้อง ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ซุกหุ้น และล่าสุดคือฮั้ว สว.

ยุทธการตีปลาหน้าไซ ดักคอทิศทางการวินิจฉัยคดีของ กกต.ชุดใหญ่ หากมีมติส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง ตามการไต่สวนของคณะกรรมการชุดที่ 26 ก็แล้วไป แต่ถ้า กกต. ยกคำร้องผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดตามคำวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 กกต. คงหนาวๆ ร้อนๆ หากมีผู้ยื่นขอให้เปิดข้อมูลและเหตุผล ก็สุ่มเสี่ยงโดนร้องเช็กบิลภายหลัง

แนวทางคดีฮั้ว สว. หาก กกต.เป่าหลุดยกล็อต ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน นับว่าท้าทายอารมณ์สังคมเป็นอย่างมาก จึงเป็นความยากของ กกต. โดยแท้ ไม่ว่าจะเลือกทางไหน ก็อาจได้รับผลกระทบทั้งสิ้น

โอกาสที่เป็นไปได้ตามมุมมองของ ไอติม พริษฐ์ คือ กกต.อาจวินิจฉัย สอยเฉพาะบางคน โดยดักคอว่าอาจตีตกคำร้องบางคนที่มีบทบาททางการเมืองสูง ประมาณว่าเสียเบี้ยรักษาขุน หรือยอมเสียแขนขารักษาชีวิตระบอบสีน้ำเงิน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าคดี ฮั้ว สว. กำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ จากเดิมพรรคเพื่อไทย สมัยที่เป็นแกนนำรัฐบาล เปิดฉากทุบภูมิใจไทย ที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน จนเป็นเหตุผลสำคัญของการแตกหัก น้ำเงินถูกริบเก้าอี้มหาดไทย จนประกาศถอนตัว กระทั่งการเมืองเปลี่ยนในที่สุด

มารอบนี้ พรรคฝ่ายค้านสีส้ม แอ็กชั่นเรื่องนี้เต็มตัว ด้วยความมั่นใจในพยานหลักฐานที่ค่อนข้างหนาแน่นในมือ ทั้งสถิติการลงคะแนนเลือก สว.กันเอง โพยตัวเลข การนัดหมายรวมตัว การเดินทาง เส้นทางการเงิน คลิปเสียง และอื่นๆ

มิหนำซ้ำ พริษฐ์ ขยี้ 7 อรหันต์ กกต. กดดันให้มีมติส่งเรื่องไปยังศาลฯ ให้จงได้ โดยหยิบยกประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อนขึ้นมาพูดถึง 

เนื่องจาก กกต.ถึง 4 คน ที่มาจากการเลือกของ สว.ชุดนี้ ที่เต็มไปข้อครหา และการที่ กกต.จะสลัดข้อสงสัยว่าต่างตอบแทน สว. ที่เลือกมาได้ดีที่สุด คือเอาเผือกร้อนให้พ้นมือ โดยส่งเรื่องให้ศาลฯ วินิจฉัย เป็นทางออกที่ดีที่สุดในมุมของไอติม

จึงเป็นเรื่องที่ต้องวัดใจ กกต. เพราะการวินิจฉัยคดี ฮั้ว สว.ที่มีผลต่ออนาคตของระบอบสีน้ำเงิน ในการเดินหน้าต่อทางการเมือง 

ท้ายที่สุดผลลัพธ์จะออกมาอย่างไร ระบอบนี้จะยังคงได้รับการอุ้มชู เดินหน้ากิบรวบอำนาจ กลืนองค์กรอิสระให้มาอยู่ในมือมากขึ้นหรือไม่ จนสุ่มเสี่ยงก่อให้เกิดวิกฤติการเมืองอีกครั้ง

สมาชิกในสภาสูง หรือ สว.สีน้ำเงิน ที่ถือเป็นกระดูกสันหลังระบอบนี้ หนุนนำทำให้พรรคการเมืองบางพรรค และเจ้าของพรรคบางคน ผยองขึ้นมาทันทีว่า มีอำนาจต่อรองสูงที่สุดในกระดานการเมือง คุมเกม คุมปืน คุมทุน แทบจะอยู่บนสุดของห่วงโซ่อำนาจ

แกนหลักสีน้ำเงินเอง ก็อาจจะรู้เงื่อนไขหลายอย่างที่กำลังเผชิญเป็นอย่างดี และรู้ว่าตัวเองมีแผลหรือชนักปักหลังเรื่องอะไรบ้าง ที่สุ่มเสี่ยงทำให้สถานการณ์พลิกผัน

เมื่อโอกาสที่ได้รับกับการเป็นแกนหลักฝ่ายบริหาร แต่ดูเหมือนผลงาน และการสร้างความนิยมกลับไม่เป็นไปอย่างที่คิด

นับวันเผชิญแต่ปัจจัยรุมเร้าแกนหลักสำคัญของภูมิใจไทย จนเริ่มเสียทรงในหลายเรื่อง เงื่อนไขสำคัญคือความไม่เชื่อมั่น หรือสไตล์ทำการเมืองในแบบที่หลายฝ่ายรับรู้มาตลอดตั้งแต่ไหนแต่ไร เพียงแต่ตอนรับบทพระรอง หรือเป็นพรรคร่วมฯ สปอตไลท์ ไม่ได้จับแบบตอนนี้ที่เป็นหัวหอกรัฐบาล

ถึงวันนี้น้ำเงินคุมเกมอำนาจแทบเบ็ดเสร็จ แต่สิ่งที่คุมไม่ได้คือความคิดความอ่านของสังคมและประชาชน ให้คล้อยตาม

ถ้าในอดีต ฝ่ายอนุรักษนิยมหวาดกลัวผีทักษิณ จนการเมืองปั่นป่วนนานหลายปี จนได้ระบอบ 3 ป. แทนที่ โดยคิดไม่ถึงว่าจะปลุกกำเนิดสีส้ม เลยต้องสกัดทุกทาง

จนวันนี้ ปั้นระบอบน้ำเงินเป็นหัวขบวน ท่ามกลางความไม่เชื่อมั่น กดดันรัฐพันลึกให้ต้องคิดใหม่ ว่าหนีเสือ ปะจระเข้หรือไม่ เพราะต้นทุนทางการเมืองถดถอยลงทุกวัน