วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

ศึกสีน้ำเงิน ชิงเมือง‘ภูเก็ต’ ‘รองซีฟู๊ด’อ้างนาย ย้ายผู้ว่าฯ

เมื่อถึงขั้นมีการประกาศศักดา บารมีว่าเป็น "สายตรงสีน้ำเงิน" ถึงคิว “มท.หนู” สวนคืนย้าย “สองกุ้ง” "ธีระพงศ์ ชูช่วย" และ “อดุลย์ ชูทอง” พ้นเก้าอี้รองผู้ว่าฯภูเก็ต

KEY POINTS

  • เกิดความขัดแย้งใน จ.ภูเก็ต เมื่อมีรองผู้ว่าฯ (ถูกเรียกว่า "รองซีฟู๊ด") อ้างความใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจในพรรคสีน้ำเงิน และขู่ว่าจะสั่งย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด
  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ได้ออกมาตอบโต้ข่าวลือดังกล่าวอย่างเปิดเผย และท้าทายอำนาจของรองผู้ว่าฯ คนดังกล่าว
  • สุดท้ายนายอนุทินได้มีคำสั่งย้ายรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต 2 ราย คือ นายธีระพงศ์ ชูช่วย และนายอดุลย์ ชูทอง ซึ่งถูกพาดพิงว่าเป็น "สายตรงสีน้ำเงิน"

ความอลหม่านของกระทรวงมหาดไทย ในยุค “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ควบ “มท.1” ดูจะมีเรื่องมีราวให้เป็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ แทบไม่มีเว้นวรรค

โดยเฉพาะเรื่องส่วย เรื่องผู้มีอิทธิพล และเรื่องผลประโยชน์ใน จ.ภูเก็ต ที่ “เสี่ยหนู” ขับเครื่องบินลงไปประกาศ ปราบ “กุ๊ย” ที่หาดบางเทา อ.ถลาง เมื่อเดือนก่อน จนลามมาถึง “ศึกใน” กระทรวงคลองหลอด เรื่องแล้วเรื่องเล่า  

ควันหลงจากการลงพื้นที่คราวนั้น คือการที่ “อธิบดีพวง” นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เซ็นคำสั่งโยกย้าย “รุ่งเรือง ธิมาบุตร” ปลัดจังหวัดภูเก็ต เข้ากรุ ไปช่วยราชการที่วิทยาลัยการปกครอง หลังถูกร้องเรียนเกี่ยวกับ “ส่วยบางลา-รุกหาดฟรีด้อม”

แต่ “รุ่งเรือง” เป็นประเภทสู้มือ หมูไม่กลัวปังตอ จึงหันไปพึ่งบริการฝ่ายค้าน พรรคประชาชน เพื่อสู้กับความไม่เป็นธรรมที่ถูกโยกย้ายออกมา หลังจากนั้นได้ปรากฎแชต ที่อ้างว่าเป็นของอธิบดีคนดัง ในกระทรวงคลองหลอด สั่งงานผ่านไลน์กลุ่มกับวลีเด็ด “ช่วยน้ำเงินด้วย”

ทำเอา “อธิบดีพวง” ต้องตั้งหลัก แก้สถานการณ์ ขณะที่ “เสี่ยหนู” ผู้บังคับบัญชาเบอร์ 1 ในกระทรวง ไม่ค่อยอยากจะตอบคำถามนักข่าว ทำได้แค่ จ่อตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง

ผลจากการเคลื่อนไหวของ “รุ่งเรือง” ถึงกับทำให้ “อธิบดีพวง” ที่เปรียบเสมือนข้าวกำลังขึ้นหม้อ เพราะเป็น “สายตรงบุรีรัมย์” ต้องโลว์โปรไฟล์ในช่วงนี้

ทว่า ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก เมื่อ จ.ภูเก็ต มีประเด็นให้ต้องตามติดกันใหม่เพิ่ม หลังมีบางเพจแชร์ข้อมูล โดยอ้างว่ามี “เครือข่ายเรียกรับส่วย” ในจังหวัดท่องเที่ยวชื่อดังแห่งนี้

ขณะเดียวกัน ในช่วงที่ผ่านมา ยังปรากฎความขัดแย้งเรื่องการปกครองใน จ.ภูเก็ต เมื่อมีกระแสข่าวเล็ดลอดออกมาว่า มีระดับ “รองผู้ว่าฯ” คนหนึ่ง ขู่จะย้าย “ผู้ว่าราชการจังหวัด” อย่าง “ผู้ว่าฯเซมเบ้” นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร” พ่อเมืองภูเก็ตคนปัจจุบัน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา “เฉลิมพงศ์ แสงดี” สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ระบุว่า แม้ “อนุทิน” จะเคยลงพื้นที่ด้วยตนเอง เพื่อติดตามและสั่งการแก้ไขปัญหา แต่จนถึงขณะนี้ กลับยังไม่เห็นความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม 

กลุ่มผู้มีอิทธิพลที่ถูกกล่าวหาว่าบุกรุกพื้นที่บริเวณหาดบางเทา ไม่เพียงยังคงเคลื่อนไหวในพื้นที่ตามปกติ แต่ยังดำเนินคดีฟ้องร้องสื่อท้องถิ่น รวมถึงประชาชนที่แสดงความคิดเห็น หรือเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว

“เฉลิมพล” ยังระบุด้วยว่า ผู้มีอิทธิพลที่ถูกพาดพิง มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับข้าราชการระดับสูงในจังหวัดภูเก็ต “ผู้ถูกกล่าวหามีความสัมพันธ์เป็นญาติทางฝ่ายภรรยา กับรองผู้ว่าฯ คนปัจจุบัน แต่ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังเป็นเพียงข้อมูลจากฝ่ายผู้ให้สัมภาษณ์ และยังไม่มีคำชี้แจงจากบุคคลที่ถูกพาดพิง”

หลังจาก “เฉลิมพล” ออกมาขยี้ จะด้วยความบังเอิญ หรือตั้งใจไว้เดิมอยู่แล้ว ในที่ประชุมมอบนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย เมื่อเช้าวันจันทร์ ช่วงหนึ่ง “เสี่ยหนู” ได้พูดถึงข่าวลือเรื่องความขัดแย้งที่ จ.ภูเก็ต

“เมื่อวานผู้ว่าฯ ภูเก็ต รายงานว่า มีใครคนหนึ่ง มีระดับรองผู้ว่าฯ บอกว่าจะย้ายผู้ว่าฯ ภูเก็ต ใหญ่มาก จะย้ายผู้ว่าฯ ภูเก็ตให้ได้ ก็เดี๋ยวช่วยบอกด้วยว่า เป็นรองผู้ว่าฯ คนไหน ที่บอกว่าใหญ่ในประเทศนี้ ใหญ่กว่าคนทุกคน ใหญ่กว่านายกฯ หรือเปล่า เดี๋ยวพิสูจน์ให้ดูด้วย”

โดย “เสี่ยหนู” เรียกรองผู้ว่าฯ รายนี้ว่า “ผู้ว่าฯ ซีฟู๊ด” หรือชื่อเป็นสัตว์ทะเล ก่อนที่ “รองกุ้ง” ธีระพงศ์ ชูช่วย รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต จะแสดงตัว และแจ้งว่า จะรายงานข้อมูลเรื่องดังกล่าวต่อ มท.1 เป็นเอกสาร

สำหรับรองผู้ว่าฯภูเก็ต ที่เข้าข่าย มีชื่อเล่นว่า “กุ้ง” 2 ราย คือ "ธีระพงศ์ ชูช่วย" และ “อดุลย์ ชูทอง” โดยมีกระแสข่าวว่า ทั้งคู่ไม่ค่อยลงรอยกัน 

นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้ มีคนหนึ่ง ได้รับมอบหมายให้ดูแลรับผิดชอบเรื่องต่างๆ แต่วันหนึ่งภารกิจนั้น ได้ถูกโอนมาให้อีกคนดูแลแทน จึงทำให้มีผู้เสียประโยชน์มหาศาล

มีกระแสด้วยว่า ต่างคน ต่างอ้างว่า เป็น “สายตรง” ของ “บิ๊กน้ำเงิน” สนิทกับคีย์แมน ของค่ายสีน้ำเงิน ที่ดูแลในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้หลายคนเชื่อถือ 

ว่ากันว่า ในช่วงแรกที่ “ผู้ว่าฯเซมเบ้” ถูกย้ายมาอยู่ จ.ภูเก็ต มีความพยายามของรองฯ ชงเรื่องให้เซ็นอนุมัติทำนั่นทำนี่ แต่ผู้ว่าฯ ไม่ตอบสนอง เพราะมีคนเตือนให้ระวัง จึงอาจเป็นเหตุไม่พอใจ ที่ผู้ว่าฯ เป็นจระเข้ขวางคลอง เข้าเมืองมาใหม่ ไม่หลิ่วตาตาม  

เมื่อถึงขั้นประกาศศักดา บารมีว่าเป็น "สายตรงสีน้ำเงิน" ก็ถึงคิว “มท.หนู” สวนคืนย้าย “สองกุ้ง” "ธีระพงศ์ ชูช่วย" และ “อดุลย์ ชูทอง” พ้นเก้าอี้รองผู้ว่าฯภูเก็ต