วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน 2569

Login
Login

3 ห่วง‘สีน้ำเงิน’ เดินเสี่ยง ฉุดเชื่อมั่น พลิก‘ส้ม’ฟื้น

3 ห่วง‘สีน้ำเงิน’ เดินเสี่ยง ฉุดเชื่อมั่น พลิก‘ส้ม’ฟื้น

กว่าจะถอนคันเร่งได้ก็เล่นเอาน่วมพอสมควร กับมาตรการทบทวนสิทธิ์ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยเฉพาะเงื่อนไขตัดสิทธิ์พ่อแม่ที่มีลูกใช้สิทธิ์อุปการะเพื่อลดหย่อนภาษี ถือว่าได้รับการดูแลแล้ว

เรื่องนี้สร้างเสียงวิจารณ์อย่างหนักต่อรัฐบาล จน “อนุทิน ชาญวีรกูล” อยู่เฉยไม่ได้ ต้องเบรก “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” ไว้ก่อน 

ตามกระแสข่าวตอนแรก สั่งยกเลิกหลักเกณฑ์นี้ แต่ขุนคลัง แจงเองว่า นายกฯ สั่งให้ไปทบทวน โดยไม่ได้ใช้คำว่ายกเลิกแต่อย่างใด

ถ้าว่าตามเจตนาของ“เอกนิติ” ต้องการเก็บตกคนที่ไร้การช่วยเหลืออย่างแท้จริง คัดกรองคนที่ไม่เข้าเงื่อนไขออกไปให้หมด งบประมาณจะได้ลงไปช่วยเหลือตรงเป้า แต่ในมุมของ“อนุทิน” ไม่ว่าจะอย่างไร ความนิยมทางการเมืองสำคัญที่สุด

กรณีนี้จึงเพิ่มประสบการณ์ทางการเมืองให้เอกนิติ โดยปริยาย จากช่วงก่อนฟอร์ม ครม. คีย์แมนสำคัญของรัฐบาล ประกาศให้อิสระในการทำงานกระทรวงคลัง โดยไม่ตั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการให้วุ่นวาย จะได้เค้นผลงานอย่างเต็มที่ ถึงตอนนี้คงรู้แล้วว่า หลักการบางอย่างที่ควรจะเป็น หากกระทบความนิยมทางการเมือง ผู้มีอำนาจเลือกอย่างหลัง

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความนิยมของรัฐบาล เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่เรื่องเศรษฐกิจ ปากท้อง แต่ความยากในการผลักดันเรื่องต่างๆ เริ่มยากขึ้นทุกที 

จากหลายกรณีที่สังคมหวาดระแวง ไม่ไว้ใจผู้มีอำนาจ จะฉกฉวยผลประโยชน์อะไรหรือไม่ เช่น TH-AI Passport ก็เต็มไปด้วยข้อครหาเอื้อพวกพ้อง แต่กระทรวงดีอี ไม่ยอมถอยเหมือนสิทธิลดหย่อนภาษี ในบัตรคนจน

กรณี พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านของรัฐบาล เพื่อแก้ไขผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ก้อน 2 แสนล้านแรก ใช้บรรเทาค่าครองชีพประชาชนผ่านไทยช่วยไทยพลัส 60:40 และเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เม็ดเงินออกมาแล้ว

ก้อน 2 แสนล้านหลัง เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด จนวันนี้ก็ดูจะยังไม่เห็นความชัดเจนว่า จะนับหนึ่งตรงไหนอย่างไร รู้แค่ว่าจะเน้นให้ติดโซล่าเซลล์ ทั้งที่ พ.ร.ก.กู้เงิน ได้รับโปรดเกล้าฯ ตั้งแต่ 9 พ.ค.69 ถึงวันนี้ก็ 1 เดือนเต็มๆ

ตอนนี้เริ่มเข้าเค้า ตามที่ฝ่ายค้านท้วงติงเรื่องความจำเป็นเร่ง ในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน สามารถใช้งบฯปกติ หรือออกมาตรการจูงใจเอกชน หรือออปชั่นอื่นแทนได้ ไม่จำเป็นต้องกู้ตามที่พี่ส้มเท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ตั้งข้อสังเกตเรื่องการใช้เงินช่องทางพิเศษของรัฐบาล หวังเลี่ยงการตรวจสอบ ล็อกสเปกบริษัทเครือข่าย หวังเงินทอนให้บางพรรคในระบอบสีน้ำเงินหรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้วินิจฉัยเป็นที่เรียบร้อย ตามที่ สส.ฝ่ายค้าน 133 คนเข้าชื่อผ่านประธานสภาฯ เพราะมองว่าการกู้ครั้งนี้ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ม.172 วรรคหนึ่ง ในเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ

สำทับด้วย “ศิริกัญญา ตันสกุล” สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ยื่นศาลปกครอง กรณีรัฐบาลใช้เงินกู้ 1.88 หมื่นล้าน ผ่านโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่อใช้เงินขัดวัตถุประสงค์ ขัดกฎหมายการเงินการคลัง จะเอาที่กู้มาทดแทนงบฯ ประจำที่มีอยู่แล้วไม่ได้

จักรวาลสีน้ำเงินตอนนี้ คงปวดหัวอยู่กับกับข้อห่วงกังวลเรื่องโครงการ งบประมาณ และเรตติ้ง แตะเรื่องไหนก็มีแต่ความหวาดระแวง ความไม่น่าไว้วางใจจากสังคม จนถูกมองว่าพร้อมครอบงำทุกอย่างเพื่อความได้เปรียบทางการเมือง

ชนักปักหลังเรื่องฮั้ว สว. ในมือ กกต. ก็ยังคาราคาซัง บิ๊กเนมผู้มีอำนาจในครม.ติดโผเพียงองค์กรอิสระที่มีหน้าที่กำกับการเลือกตั้ง เริ่มออกอาการ กำลังกล้าๆ กลัวๆ หากจะเป่าก็หวั่นจะจุดชนวนทางการเมือง เรียกแขกปลุกม็อบ แถมเสี่ยงคุกเสี่ยงตาราง 

กรณี ป.ป.ช.ก็มีหนังตัวอย่างให้เห็น แต่หาก กกต.ทำตรงกันข้าม ก็อาจมีปัญหากับผู้มีอำนาจหรือไม่

ไหนจะเรื่องที่ดินเขากระโดง ฝ่ายตรงข้ามบุรีรัมย์ ไม่กลัวใครหน้าไหนทั้งสิ้น เปิดหน้าชนเต็มที่ ทวงคืนสมบัติชาติ พูดง่ายๆ ว่า ผู้นำจิตวิญญาณสีน้ำเงิน อย่าพลาดท่าสะดุดล้มเสียก่อน กฐินกองใหญ่รออยู่

เรื่องฉาวอธิบดีไลน์หลุด“ช่วยน้ำเงินด้วย” ถึงจะเงียบไป แต่ยังไม่จบ ฝ่ายตรงข้ามจ้องเช็กบิลอยู่ แล้วไม่รู้จะมีโผล่มาอีกเท่าไหร่

โจทก์ทางการเมืองของ“สีน้ำเงิน” นับวันยิ่งเพิ่มเป็นเงาตามตัว “เพื่อไทย”ในฐานะพรรคร่วม ก็เพิ่งโดนไปดอกหนึ่ง กับมติพรรคภูมิใจไทยให้ สส.ถอนชื่อในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ อ้างข้อกังวลที่มา สสร.152 คน โดยส่วนแรก สสร.จังหวัดจากเลือกตั้ง 300 คน แล้วรัฐสภาเลือกเหลือ 100 คน และอีกส่วนจากการเสนอชื่อของ 2 สภาฯ ครม. และองค์กรต่างๆ 52 คน

มุมหนึ่งมองได้ว่า น้ำเงินตีไพ่ขี่แดง หรืออีกมุมหนึ่งมองได้ว่า ภูมิใจไทยต้องการเช็กอาการเพื่อไทย โดนแบบนี้ไป จะเป็นอย่างไร 

ในจังหวะที่“กล้าธรรม” พร้อมเสียบทุกเมื่อ หรือเอาเข้าจริงภูมิใจไทย กลัวจริงๆ กับการลงชื่อสนับสนุนร่างแดง จะโดนศาลรัฐธรรมนูญ ฟันตายน้ำตื้นในที่สุด

เบื้องหลัง“ระบอบบิ๊กบลู” มีลำดับชั้นและความซับซ้อนซ่อนอยู่ ถ้าระบอบสีน้ำเงิน เติบโตได้จากระบอบน้องส้ม MOA ต่อไปฝ่ายแรกอาจโดนเปิดแผลจนเพลี่ยงพล้ำ พลาดไปเอง จนเป็นโอกาสฟื้นของพรรคประชาชนอีกครั้ง ก็ไม่แน่

สีน้ำเงิน”ขึ้นหลังเสือรอบนี้ เมื่อถึงจังหวะลง ใครจะการันตีได้ว่า หนี้แค้นทบต้นทบดอกจะไม่ถูกเช็กบิล